กว่าจะเริ่มพิธีการขี่ม้ายิงธนูที่เรียกว่า ยาบูซาเมะ นั้นมีพิธีกรรมมากจริงๆ เป็นเรื่องเป็นราว ประมาณว่าต้องขอพร ฟ้า ดิน เทพเจ้ามากมาย ปลุกเสกธนูก่อนมอบให้นักรบ

Day 3     16 Oct.

Nikko

 

·        ออกจากโตเกียวแต่เช้า ไปหาอาหารเช้าเอาดาบหน้าที่สถานีรถไฟ ที่จริงก็คือมีของกิน เช่นข้าวห่อสาหร่ายที่ได้ฟรีมา มันเทศย่างหัวใหญ่ที่เหลือตั้งครึ่งหัว มีส้มรสดีสองสามลูกเหลือจากเมื่อวานทั้งนั้น กาแฟซื้อจากบนรถไฟ เรานั่งขบวนรถด่วนจำกัดSPACIA ตรงไป นิกโก้ (2,740 y)ประมาณ 2 ชั่วโมง รถออกจาก สถานี โทบุ-อะซะคุสะ ได้ข้ามแม่น้ำสำคัญของโตเกียว คือ แม่น้ำสุมิดะ (Sumida River)

 

 

·        ถึง Nikko เมืองท่ามกลางขุนเขา ราวสิบเอ็ดโมงเอากระเป๋าไปไว้ที่โรงแรมViva Nikko เดินจากสถานีไปราวห้านาทีก็ถึงแล้ว อยู่ริมถนนด้วยเป็นโรงแรมขนาดเล็กบริหารแบบครอบครัว ยังเช็คอินไม่ได้ ไม่เป็นไรฝากกระเป๋าไว้ได้ แล้วไปเที่ยวงานและชมเมือง

 

 

Yabusame โชว์วิถีบูชิโดของซามูไร

 

·        เราหาข้อมูลมาว่า วันที่ 16 ตุลาคม จะมีการแข่งขันของซามูไรและนักรบในการขี่ม้า-ยิงธนูจากบนหลังม้า เรียกว่า  Yabusame ซึ่งมีมาแต่ปลายสมัย เฮเอียน (Heian Period 794-1192) จนถึง สมัยคามาคุระ (Kamakura Period 1192-1333) ถือว่าเป็นสิ่งที่ซามูไรพึงกระทำเพื่อแสดงความสามารถ (the traditions of Bushido, the code of the samurai warriors)

    การขี่ม้ายิงธนูจะเริ่มบ่ายสองโมง ไปถึงบริเวณงานคือ ถนนข้างวัดรินโนจิ ซึ่งอยู่ในบริเวณมรดกโลก Nikko World Heritage ซึ่งต้องเดินไต่ขึ้นมาจากระดับถนน ประมาณว่าอยู่บนเขานั่นเอง เขาทำทางและบันไดขึ้นอย่างดี กว่าจะขึ้นถึงก็เล่นเอาแทบหมดลมเหมือนกัน แต่อากาศไม่ร้อน เย็นสบายทำให้ไม่เหนื่อยมาก คนมากมาย เขากำลังตั้งขบวนระบำญี่ปุ่น สังเกตคนมาแสดงเป็นคนแก่ๆรุ่นแม่บ้าน ไม่ใช่เด็กสาวๆ โอ้ ต้นไม้สูงใหญ่มาก ค่อนข้างผิดหวังที่ส่วนใหญ่ใบไม้ยังเขียวอยู่เลย

ในภาพ

  • แท่งหินสัญลักษณ์เหมือนใบไม้สามใบหันชนกัน คือ ตราประจำตระกูลโชกุน โตกุกาว่า
  • สิ่งก่อสร้างเป็นชั้นๆคือเจดีย์ห้าชั้น อยู่ปากทางเข้า ศาลเจ้าโทโชกุ
  • ผ่านประตูทรงญี่ปุ่นเข้าไป จะเป็นบริเวณ ศาลเจ้าสองแห่งคือ ศาลเจ้าโทโชกุ และ ศาลเจ้าฟุตะระซัง
  • ภาพสุดท้ายคือบริเวณศาลเจ้าโทโชกุ

กว่าจะเริ่มพิธีการขี่ม้ายิงธนูที่เรียกว่า ยาบูซาเมะ นั้นมีพิธีกรรมมากจริงๆ เป็นเรื่องเป็นราว ประมาณว่าต้องขอพร ฟ้า ดิน เทพเจ้ามากมาย ปลุกเสกธนูก่อนมอบให้นักรบ ต้องเอาม้ามาแต่งตัวเข้าแถว คงให้เวลาม้าปรับตัวกับการมีคนมากๆ นักรบก่อนขึ้นม้าต้องมีคนมาช่วยแต่งมัดกางเกงหนังกวางดาวให้แน่น ชุดเขาสวยมาก ทั้งเนื้อผ้าไหม ลวดลาย และสีสัน

นักรบจะต้องนำม้าไปสุดทาง(ที่คนยืนเป็นแถวยาวเหยียด)แล้วขี่มาด้วยความเร็วที่พอเหมาะ แล้วยิงธนูให้ถูกเป้า สามเป้า ที่อยู่ทางซ้ายมือ มีระยะห่างกันไม่มากนัก จึงต้องว่องไวที่จะหยิบลูกธนูใหม่หลังยิงไปแล้ว คงฝึกกันน่าดู เพราะไหนจะต้องบังคับม้า ควบให้สวย (ม้าก็ท่าทางจะบังคับยากพอประมาณเพราะตื่นคน) หยิบลูกธนูขึ้นคันศร เล็งให้ถูกเป้า ตั้งสามเป้า พอยิงถูก คนจะปรบมือโห่ร้อง แต่ยิงไม่ถูกก็ยังมีการปรบมือและรอยยิ้มให้กำลังใจ

 

 

การแสดงจบพวกเราซื้อบัตรเข้าชมสถานที่มรดกโลก คือ หนึ่งวัดกับอีกสองศาลเจ้า เรามีเวลาไม่มากเพราะเย็นแล้ว และมืดเร็ว จึงเลือกเข้าชมแห่งเดียวคือ ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) ที่มีงานแกะสลัก ลิงสามตัว แมวนอนหลับ และมังกรร่ำไห้ อันโด่งดังที่หากดูทุกห้อง ทุกมุม แบบพินิจต้องดูกันทั้งวัน ติดตามเรื่องและภาพกันตอนต่อๆไปนะคะ

วันนี้ได้เติมพลังมื้อเย็นที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบครอบครัว ร้านน่ารัก อาหารอร่อย อิ่มแล้วไปสำรวจร้านสะดวกซื้อสนุกมาก ซื้อขนมและกินไอสครีมกันแล้วจึงกลับที่พัก Viva Nikko มีที่นอนอุ่นๆ นุ่มๆรออยู่

 

วันรุ่งขึ้นนี้มีอีกงานให้ชมกันคือวันที่ 17 ตุลาคมเป็นการฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง มีพิธีแห่ศาลเจ้าโดยคนแต่งกายโบราณราว 800 คน เป็นงานใหญ่กว่าวันนี้ ดีใจจังที่ได้มาเยือนในช่วงเวลาที่เหมาะมาก