คนเราอาจรับรู้หรือไม่สามารถรับรู้ได้ตามความเป็นจริงของสิ่งนั้น ๆก็ได้.

ศึกษาปรัชญาเสาตรานติกะ

ในปีพุทธศตวรรษที่ 10 โดยประมาณที่อินเดีย  ก่อเกิดพระพุทธศาสนานิกายเสาตรานติกะ  เป็นแนวคิดเน้นหนักไปในทางการอนุมาน ( inference ) ไปด้วยเหตุด้วยผล  และการยอมรับในพระคัมภีร์สุตตันตะปิฎก จริงกลายมาเป็นเสาตรานติกะ มีแนวคิดสำคัญว่า  วัตถุภายนอกเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงไม่เพียงแต่มีจิตเท่านั้นแต่ไม่สามารถรับรู้ได้โดยตรง 

 ถ้าเราไม่ยอมรับก็ยากที่จะอธิบายปรากฏการณ์ของมันได้  เพราะคำพูดว่าวัตถุภายนอกไม่มีอยู่จริงก็ไร้ความหมายใด ๆ ถ้าวัตถุภายนอกไม่มีอยู่จริงเราก็ไม่สามารถอธิบายความแตกต่างระหว่างการรับรู้ทางจิตของตนกับร่างกายของตนได้  นั้นคือ  วัตถุล้วนมีแบบ ( form ) สู่การรับรู้ของจิต 

 เมื่อแบบของวัตถุเกิดขึ้นในจิต  เราจึงสามารถอนุมานถึงการมีอยู่จริงของสรรพสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ภายนอกจิตได้  แนวคิดแบบนี้เราอาจกล่าวได้ว่าเป็น  สัจนิยม  ( realism ) หมายถึง  สรรพสิ่งสากลนั้นมีอยู่จริงและมีอยู่ด้วยตัวของมันเอง  ไม่ว่าเราจะเข้าไปรับรู้หรือไม่ก็ตาม  ซึ่งคนเราอาจรับรู้หรือไม่สามารถรับรู้ได้ตามความเป็นจริงของสิ่งนั้น ๆก็ได้.