ต้องใช้พลังแห่งโยคะเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจึงก่อเกิดความเป็นวิชญาณวาท

ศึกษาปรัชญาวิชญาณวาท

เมื่อปีประมาณพุทธศตวรรษที่ 9 ในประเทศอินเดียก่อเกิดพระพุทธศาสนามหายานนิกายวิชญาณวาทหรือโยคาจาร  เป็นการอธิบายหลักพุทธธรรมในพระอภิธรรมเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการทางจิต

  ด้วยเหตุนี้บางทีจึงเรียกว่า  จิตนิยม  ( idealism )  หมายถึง  จิตหรือสภาวะทางนามธรรมเท่านั้นที่มีความจริงสูงสุดและมีความสำคัญกว่าวัตถุ  เพราะความเป็นวัตถุภายนอกทุกสิ่งล้วนเป็นมายาภาพ  หรือวัตถุเป็นเพียงมโนภาพของจิตเท่านั้น  ที่ได้ชื่อว่าเป็นโยคาจารเพราะมีความประพฤติเป็นโยคะฝึกฝนพลังแห่งความมีอยู่เป็นอยู่

แนวคิดนี้มาจากพระอสังคะเถระ ( Asanga ) ท่านได้รับการอธิบายมาจากพระโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตไตย  ผู้จะมาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

ต่อมาน้องชายของท่านออกบวชตามได้นามว่า  พระวสุพันธุ ( Vasubandhu ) เป็นผู้เผยแผ่แนวคิดนี้ให้กว้างไกล  ผมเคยไปดูซากกุฎีของท่านทั้งสองแล้วเมื่อปี พ. ศ. 2536  ณ วัดโฆสิตาราม  เมืองโกสัมพี ( โบราณ ) ในประเทศอินเดีย  

 และคณาจารย์ที่เผยแผ่แนวคิดนี้มี  ทินนาคะ , ธรรมปาละท่านเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยนาลันทา , ศีลภัทระ  อาจารย์ของพระถังซัมจั๋ง หลวงจีนที่เดินทางไกลไปอินเดียเพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา

แนวคิดสำคัญคือ  จิตเท่านั้นเป็นอยู่จริง  สรรพสิ่งภายนอกจิตเป็นมายา  แต่เราไม่อาจแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันได้เหมือน  ร่างกายของตนกับจิตของตนที่รับรู้ว่ามีอยู่  จิตเป็นกระแสต่อเนื่องของการรับรู้และเก็บประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วทุกอย่าง 

 บางครั้งจิตเป็นเหมือนที่เก็บสิ่งของ  ต้องใช้พลังแห่งโยคะเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจึงก่อเกิดความเป็นวิชญาณวาท  แห่งการพัฒนาไปสู่สภาวะแห่งความว่างอย่างยิ่ง ( นิพพาน ) ในที่สุด.