ใน "โองการแช่งน้ำ" เนื้อหาช่วงที่อัญเชิญสิ่งศักดิสิทธิ์มาเป็นพยาน ท่านได้กล่าวถึง ทวยเทพต่างๆ นานา มีความตอนหนึ่งว่า
ฟ้าจรโลดลิวขวาน ขุนกล้าแกล้วขี่ยูงช่วยดู
เคล้าฟ้าเคลือกเปลวลาม สิบหน้าอสูรช่วยดู
พระรามพระลักษณชวักอร แผ่นทูลเขาเงือกปล้ำช่วยดู
ปล้ำเงี้ยวรอญราญรงค ผีดง ผีหมื่นถ้ำ ล้ำหมื่นผา [1]
(ดังในภาพข้างล่าง)
จิตร ภูมิศักดิ์ ลำดับวรรคใหม่ เป็นดังนี้
เคล้าฟ้าเคลือก เปลวลาม
สิบหน้าเจ้า อสูร ช่วยดู
พระรามพระลักษมณ์ ชวักอร
แผ่นทูลเขา เงือกปล้ำ ช่วยดู
ผีดง ผีหมื่นถ้ำล้ำ หมื่นผาฯ [2]
ในฉบับอื่นก็ไม่แตกต่างไปมากนัก เช่น ใน วรรณกรรมอาเซียน ประเทศไทย เล่ม ๒ เอ วรรณกรรมสมัยอยุธยา ฉบับแปล ได้นำเสนอไว้อย่างนี้
เคล้าฟ้าเคลือกเปลวลาม สิบหน้าเจ้าอสุรช่วยดู
พระรามพระลักษณชวักอร แผนทูลเขาเงือกปล้ำช่วยดู ฯ [3]
ข้อความ "พระรามพระลักษณ(ลักษมณ์)ชวักอร" ปรากฏอยู่ใน โองการแช่งน้ำ ทุกฉบับที่พิมพ์ โดยมากจะแปลความหมาย ว่า ขอให้พระราม พระลักษมณ์ มาช่วยเป็นพยาน
แล้ว "ชวักอร" ล่ะ ในคำอธิบายส่วนใหญ่ก็บอกทำนองเดียวกัน "ชวัก" คือ พามา เรียกมา, ส่วน "อร" นั้น หมายถึง "นางสีดา"
รวมความแล้ว พระรามพระลักษณชวักอร คือ "เชิญพระราม พระลักษณ์พานางสีดามา"
ในหนังสือ พินิจวรรณกรรม ของ ดร.นิยะดา เหล่าสุนทร ได้คัดลอกโองการแช่งน้ำ ซึ่งปริวรรต (ถอดตัวอักษร) จากฉบับอักษรเฉียงพราหมณ์ มีข้อความตรงนี้ว่า
"เคล้าฟ้าเคลือกเปลวลาม ษิบหน้าเจ้าอษูรภบช่วยฑู พระรามพระลักชะวักกอน" [4]
ไม่มีคำแปล ปล่อยให้สงสัยว่า ชะวักกอน คืออะไร, ชวักกร, กวักมือ?
มีอีกหนึ่งฉบับ จำได้ว่า เมื่อครั้งที่เรียนกับ อาจารย์ขวัญ ดร.ขวัญดี อัตวาวุฒิชัย ท่านเล่าให้ฟังว่าเคยสงสัยในข้อความดังกล่าว จึงไปขอดูฉบับพราหมณ์ พระราชครูฯ ได้อ่านให้อาจารย์ฟัง ท่านได้ยินว่า "พระรามพระลักษณ์สะพักศร" อาจารย์เล่ามาอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้ติดใจ เพราะตอนที่เรียนก็ไม่ได้สนใจมาก
มาสะดุดเอา เมื่อไ้ด้อ่าน "โองการแช่งน้ำ" ใน วรรณกรรมอาเซียน ประเทศไทย เล่ม ๒ เอ วรรณกรรมสมัยอยุธยา ฉบับแปล ซึ่งมีทั้งภาษาไทยร้อยกรองแบบเดิม และแปลเป็นภาษาอังกฤษ ผู้แปล (ผศ.ผาณิต บุณยะวรรธนะ) ให้คำแปลไว้ว่า
Also Rama and Lakshaman
Weilding their bows, watch over.
คงไม่ต้องแปลเป็นไทยอีก แต่ที่แน่ๆ ในข้อความนี้ ไม่มีคำว่าสีดา หรือสตรี แต่อย่างใด ทว่ามี bow ซึ่งหมายถึง คันธนู จึงน่าสงสัยว่า เหตุใด จึงไม่ตรงกับข้อความภาษาไทย (พระรามพระลักษณชวักอร) ที่ให้ไว้ในหน้าด้านซ้าย...
หรือว่า นี้คือคำแปลของ "พระรามพระลักษณ์สะพักศร"
อ้างอิง
1.ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย สมัยอยุธยา ลิลิตโองการแช่งน้ำ พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2545.
2.จิตร ภูมิศักดิ์. โองการแช่งน้ำ และ ข้อคิดใหม่ในประวัติศาสตร์ไทย ลุ่มน้ำเจ้าพระยา พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ดวงกมล, 2524.
3.กุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ, คุณหญิง (บรรณาธิการ). วรรณกรรมอาเซียน ประเทศไทย เล่ม ๒ เอ วรรณกรรมสมัยอยุธยา ฉบับแปล. กรุงเทพฯ : คณะทำงาน โครงการวรรณกรรมอาเซียน, 2542.
4.นิยะดา เหล่าสุนทร. พินิจวรรณกรรม. กรุงเทพฯ : แม่คำผาง, 2535.

Weilding their bows, watch over.
Mail ใครกัน Run หน้าจอ ขอเป็นมิตร
เรา Click ปิด ทิ้งไป ไม่ใช่เพื่อน
แต่ไม่นาน ก็พลัน Run มาเยือน
อยากเป็นเพื่อน อยู่อย่างนั้น วันหลายครา
เริ่มรำคาญ พาลคันปาก อยากด่าใส่
Click เข้าไป ใจอิดเอียน หวังเขียนด่า
แต่พอเห็น หน้า M อย่างเต็มตา
มุมบนขวา มีรูปด้วย ว๊าว! สวยจริง
จึงลองพิมพ์ Chat ไป ใจเริ่มอ่อน
เขาก็ On In จ๊ะจ๋า ประสาหญิง
ก็เลย Out ออกไม่ได้ ใจประวิง
เราเริ่มยิง M ไปมา ภาษาใจ
เริ่มคุ้นเคย เอ่ยถาม ความลึกลึก
ความรู้สึก สองเรานั้น ตรงกันไหม
สรุปผล ออกมา น่าพอใจ
ผูกสายใย ไม่โยเย Say Good-bye
ตัดสินใจ Hello กดโทรหา
เสียงตอบมา พาให้ เราใจหาย
ใยสาวสวย เสียงใหญ่จัง ดังเสียงชาย
อุ๊ยต๊ายตาย ว๊ายเนื้อเย็น เป็น"กระเทย"
สวัสดีครับพี่
สวัสดีครับ น้อง คนพลัดถิ่น~natachoei(หน้าตาเฉย)
สุดขำก็วรรคสุดท้ายนี่แหละ อิๆๆๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ น้องครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
สบายดีครับ อากาศเย็นกว่าปกติ คัดจมูกนิดหน่อย
ไม่ถึงกับต้องหามส่งโรงพยาบาล
แวะมาเติมอาหารสมองขอบคุณผู้ค้นเฮาจะค้วาไปล่ะนะ
สวัสดีครับคุณธวัชัย
แวะมาเรียนรู้ภาษาไทยในกวีครับท่าน
สวัสดีค่ะ
น่าชื่นชมคุณ ธ.วั ช ชั ย จังเลยค่ะ ที่สนใจวิเคราะห์เพื่อรักษาไว้ซึ่งมรดกทางด้านวรรณคดีไทย พี่อักษรเสียอีกจบเอกวรรณคดีไทยมาแต่ตอนนี้ไม่เหลืออะไรเลย ขนาดเคยเรียนมานะคะ โองการแช่งน้ำ แต่จำอะไรไม่ได้เลย
การแปลวรรณคดีไทย เป็นภาษาอังกฤษคงยากมาก ต้องตีความให้ถูกก่อน ต้องหาคำที่มีพลังให้ได้เท่า ซึ่งคำอังกฤษไม่ลึกล้ำ หลากหลายเท่าคำไทยของเรา งานแปลที่พี่อักษรยอมรับว่าทำไม่ได้คือแปลวรรณคดีไทย
คิดถึงนะคะ แล้วคุยกันอีกค่ะ
เจริญพร โยมธ.วัชชัย
อาตมาฟังคนรุ่นเก่าๆเล่าให้ฟังว่าที่วัดอาตมาจำอยู่นั้น
มีหนังสือโบราณมากมาย แต่ปัจจุบันช่วงอาตมาบวช
หาไม่ได้แล้วไม่ทราบไปอยู่ที่ไหนหมด
เจริญพร
มาอ่าน "ชวักอร" อ่ะค่ะ สนใจคำ-สงสัยในความหมาย ห่างบทกลอน คำกลอนนานมาก ภาษาไทย จริง ๆ แล้วมีเสน่ห์นะคะ ฟังหวาน ๆ คำสวยๆ แล้วจบด้วย กลอนขำขำ ของน้องชายอารมณ์ดี คนพลัดถิ่น~natachoei(หน้าตาเฉย) ..นึกว่าน้องจะเจอคู่แท้ แอบรักออนไลน์ เป็นกระเทยซะงั้น...
สวัสดีครับ cruroj
จะคว้าไปไหนครับ อิๆ
งานนี้คงต้องค้นเพิ่มอีกเยอะนะครับ แต่ก็สนุกดี
ที่สำคัญ เป็นโคลงห้าอย่างท้าวฮุ่งฯ ด้วย
สวัสดีครับ พี่บังหีม--ผู้เฒ่าnatachoei--
ขอบคุณครับ ที่แวะมาเยี่ยม
โองการฯ มีเนื้อหาสั้นมาก แต่กว่าจะเรียนรู้ให้จบ ใช้เวลานานพอดูเลยครับ
สวัสดีครับ พี่ naree suwan
ยกมาแช่งใครครับ อิๆๆ
ถ้าเป็นอย่างคำสาปแช่งคงทรมานน่าดูเลยนะครับ
สวัสดีครับ คุณครูคิม
มาช่วยกันอ่านนะครับ
ยังมีหลายคำที่ยังหาที่ยุติไม่ได้ครับ
สวัสดีครับ พี่อักษร ทับแก้ว
พี่จบเอกวรรณคดีไทยด้วยเหรอครับ
ภาษาวรรณคดีนี่อ่านแล้วเหนื่อย แต่ก็สนุก
ถ้าแปลวรรณคดีฝรั่งมาเป็นไทยก็คงลำบากพอๆ กันนะครับ ;)
นมัสการ พระปลัด
เคยได้ยินว่าหนังสือเก่าๆ พอเจ้าของตาย ก็ถูกเผา
เพราะกลัวเรื่องคุณไสย ก็มี
บางทีก็เอาไปขายให้ต่างชาติ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน
ในหอสมุดต่างประเทศ มีหนังสือไทยเก่าๆ หลายเล่ม
บางเรื่องคนไทยสมัยนี้ยังไม่เคยรู้จักเลยครับ
สวัสดีครับ คุณ morisawa
ภาษากลอนของเรา น่าอัศจรรย์ไม่น้อยเลย
เพราะมีไวยากรณ์แตกต่างจากภาษาร้อยแก้ว
แต่เรายังอ่านเข้าใจได้ ;)
บางคนบอกว่า คณิตศาสตร์ก็คือ ภาษาอย่างหนึ่ง
ภาษาก็มีระเบียบ คล้ายกฎทางคณิตศาสตร์เหมือนกัน
สวัสดีค่ะคุณ ธ.วั ช ชั ย
สวัสดีครับ คุณครูลี่
ภาษาในโองการนั้น มีทั้งภาษายาก และภาษาง่าย
ภาษายาก จะเป็นบาลีสันสกฤต และไทยโบราณ
แต่จริงๆ แล้ว คำไทยมีมากกว่าครึ่ง
ด้วยความที่เป็นคำไทยๆ ทำให้ดูเหมือนยากมากๆ
ในส่วนที่เป็นคำแช่งนั้น อ่านง่ายกว่าส่วนอื่นๆ ครับ
ด้วยหลักคิดว่า จะด่าใคร ก็ต้องให้เขาเข้าใจ
ถ้าขืนใช้ศัพท์สูง ด่าไม่เจ็บ ;)