คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งขึ้นด้วยความฝันสำคัญคือ จัดการศึกษาแบบ Liberal Arts Education ขนานแท้ขึ้นในประเทศไทยให้สำเร็จจงได้ หลังจากได้พยายามทำมาหลายสิบปี และล้มเหลวในหลายมหาวิทยาลัย เพราะเราทานกระแส “เรียนเพื่อไปทำงาน” ไม่ได้
เมื่อวันที่ ๑๙ พ.ย. ๕๑ ท่านคณบดีศศิพินทุ์ ภูมิรัตน และรองคณบดี ๓ ท่าน จากคณะศิลปศาสตร์มาคุยกับผมเรื่องนี้ และท่านเอาเอกสารบทความเรื่อง “Liberal Arts Education หลักสูตร ‘สร้างคน’ แบบบูรณาการ ‘ชีวิต’” เขียนโดย ดร. ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ มาให้ ผมลองค้นด้วย Google ก็ได้ link บทความนี้ จึงนำมาเผยแพร่ต่อ อ่านได้ที่ http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02spe01040150&day=2007/01/04
ผมมีความเชื่อว่า ประเทศไทยควรมีหลักสูตรแบบนี้บ้าง เอาไว้สนองผู้ปกครองจำนวนน้อย ที่อยากให้ลูกเรียน “วิชาชีวิต” โดยไม่กังวลเรื่องอาชีพ
ผมเคยเขียนเรื่องหลักสูตรศิลปศาสตร์ อ่านได้ที่นี่ 1, 2, 3
วิจารณ์ พานิช
๒๐ พ.ย. ๕๑
ขอบพระคุณครับสำหรับการจัดการศึกษาที่น่าสนใจครับ
กระผมมองว่า การศึกษาในประเทศไทยยังขาดแคลนการเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างแท้จริง จะด้วยสาเหตุใดบ้างก็คงต้องวิจัยกันดูครับ กว่าจะรู้จริงบางทีเชื่อในสิ่งที่ไม่ใช่อยู่ตั้งนาน เมื่อก่อนกระผมก็เคยได้รับข้อมูลจนทำให้คิดว่าเรียนด้านศิลป์หางานทำยากกว่าวิทย์ เลยพยายามไปสอบเรียนด้านวิทย์ เอาเข้าจริงๆตัวเองมารู้ตัวก็ถลำเข้าไปจนลึก(สอบรับราชการได้แล้ว)เกินกว่าจะถอนตัวว่าตัวเองชอบด้านศิลปศาสตร์ไม่ใช่แค่วิทย์ก็ต้องพัฒนาตนเองโดยเรียนรู้เพิ่มเติม เพราะโลกของเรามีอะไรให้เรียนรู้อีกมากมาย
เห็นด้วยกับอ.ขจิต ที่นักเรียนบางครั้งจะจบมัธยมปลายแล้วยังไม่รู้ว่าตนเองเรียนไปเพื่ออะไร แล้วเป้าหมายของตนเองคืออะไร อาจเกิดจากระบบเดินตามโดยไม่ต้องเตรียมตัวเองว่าการจะเรียนให้รู้เพื่อจะไปทำงานที่เหมาะสมกับตนเองควรจะต้องมีการวางแผนและจัดการให้ไปถึงจุดหมายได้อย่างไรบ้าง เพราะมีหลักสูตรสำเร็จรูปรออยู่เรียบร้อย สอบเข้าสาขาที่ตนเองถนัดไม่ได้ก็หาที่ใหม่หรือสาขาที่รองลงไป จบออกมาก็แค่ได้เรียนจบ หางานทำ ก็ไปเรียนรู้จากที่ทำงาน ใครมีศิลปศาสตร์มากกว่าก็สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่า และส่งผลให้เกิดความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจอย่างแท้จริง นำไปใช้พัฒนางานต่อไปจริงหรือเปล่าครับ แล้วเมื่อไหร่การศึกษาไทยจะผลิตผลผลิตที่ประเทศหรือโลกพึงประสงค์ได้มากเพียงพอกันหละครับ
โดยส่วนตัวกระผมคิดว่าทุกหลักสูตรมีทั้งข้อดีข้อด้อย และเหมาะสมกับคนที่แตกต่างกัน แต่การจัดการระบบที่เหมาะสมจะนำมาซึ่งประโยชน์ทางการศึกษาที่นำพาไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จริงหรือเปล่าครับ ขอบพระคุณครับ