เวลาที่เราอ่อนเพลีย เรามักโทษความเครียดและการนอนน้อย แต่ยังมีสิ่งผิดปกติอื่นๆ อีกที่สามารถสูบพลังจนหมดตัวคุณได้

โชคดีที่เรามีวิธีเรียกพลังใจและกายกลับคืนมา... อิอิ วันนี้ไม่ได้มาขายของนะครับ พี่น้อง  เพียงแต่เอาเรื่องมาเล่าให้ฟังว่า

ที่เราเพลียๆ กันอยู่ทุกวันเนี้ย ไม่ได้เกิดจากการพักผ่อนไม่เพีบงพอเท่านั้น

หนังสือพิมพ์ต่างประเทศ daily mail เข้าเล่าว่า

มีอยู่ 18 คำตอบที่จะบอกได้ว่าทำไมเราถึงเพลียกันได้ เพลียกันดีครับ พี่น้อง เอิ๊กๆๆ

1. ใช้โทรศัพท์มากเกินไป
คุณจะเสียน้ำในร่างกายไปทางปากขณะพูด
ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า 'phone-fatigue'

ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพนักงานตามศูนย์บริการลูกค้า
อาการขาดน้ำทำให้เลือดแข็งตัวและลดปริมาณออกซิเจน
ในระบบที่เป็นตัวให้พลังงาน

ดังนั้น ถ้าพี่น้องใช้โทรศัพท์นาน ควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างคุย แต่ไม่ใช่แบบดื่มไปคุยไปนะครับ อึกๆๆอ๊อกๆๆ อะแหวะๆ เด๋ยวไม่รู้เรื่อง เอิ๊กๆๆๆ 

2. ความดันเลือดต่ำ
ความดันเลือดต่ำคือสาเหตุใหญ่ที่คุณหมดแรง
แพทย์ยังไม่รู้ว่าทำไม แต่เป็นไปได้ว่ามันทำให้เลือดส่งไปยังสมองไม่เต็มที่
ซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลีย อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่มีความดันเลือดต่ำ
คือ รู้สึกหน้ามืดเวลาลุกขึ้นปุปปับ หรือเวลายืนนานๆ
ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ ชัวร์สุดครับ

3. เล่นเน็ตดึกเกินไป
ฮอร์โมนเมลาโทนินจะกระตุ้นให้เรานอนหลับ
แต่แสงจากจอคอมพิวเตอร์ อาจทำให้เราหลับยาก
โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังดูสิ่งที่สนใจอยู่
ซึ่งทำให้คุณมักนอนดึก และมีเวลานอนหลับน้อยลง
ให้คุณทำอย่างอื่นที่ผ่อนคลายกว่า เช่น
อ่านหนังสือแล้วดูสิว่าคุณจะตื่นตัวมากกว่าเดิมในวันใหม่หรือเปล่า
อิอิ อันนี้สำหรับ พี่น้องโกทูโนวครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

4. กินอาหารไม่เต็มที่
การเฝ้ารออาหารจะเพิ่มปริมาณน้ำย่อย
และทำให้เราดูดซับสารอาหารได้มากขึ้น
ที่มันเกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียก็เพราะการขาดธาตุเหล็กคือหนึ่งในสาเหตุของความอ่อนเพลียที่พบมากในผู้หญิง
ดังน ั้นไม่ว่าอะไรที่เพิ่มระดับสารอาหารให้คุณก็จะเพิ่มพลังใจและกายให้ด้วย สู้ๆครับ

5. ไม่ออกกำลัง
นักวิจัยพบว่าคนที่ออกกำลังอย่างน้อย 20 นาทีแม้จะแค่อาทิตย์ละครั้งก็จะรู้สึกอ่อนเพลียน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังเลย
ประมาณ ! 30%ถ้าเห็นว่าออกกำลังเป็นเรื่องยากเกินไปให้คุณกินผักและผลไม้เพิ่มคนที่กินผักผลไม้อย่างน้อย 4-5 จานต่อวัน
จะออกกำลังได้อย่างสบายๆ

6. อิทธิพลของเดือนเกิด
ถ้าคุณเกิดเดือนธันวาคม หรือมกราคม
จะอ่อนเพลียในช่วงเย็นมากกว่าคนที่เกิดเดือนมิถุนายน
หรือกรกฎาคมที่จะขี้เซาในยามเช้า
นักวิทยาศาสตร์บอกว่า การสัมผัสของแสงแดดยามเช้าประมาณ15 นาที จะทำให้คนประเภทหลังตาสว่าง
ส่วนกาแฟยามบ่ายจะเพิ่มพลังให้กับคนประเภทแรก

น่านดวงก็มีส่วนด้วยครับ

7. กรามแข็ง
คุณสามารถใส่นิ้ว 3 นิ้วเรียงเป็นแนวตั้งเข้าปากพร้อมกันหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ คุณคงมีปัญหาที่เรียกว่าโรค TMJ (temporomandi bular joint)
แพทย์บอกว่ามันคือความไม่สมดุลระหว่างกล้ามเนื้อใกล้กราม
และตำแหน่งของฟัน
อาการทั่วไปคืออ่อนเพลียและปวดหัว
ปวดคอ หรือไหล่ ควรปรึกษาทันตแพทย์

8. ธรณีหน้าต่างสกปรก
จากการวิจัยพบว่า 88% ของบ้านทั่วไปจะมีราขึ้นตามหน้าต่าง
และการแพ้เชื้อราเหล่านี้เองคือสาเหตุหนึ่งของความอ่อนเพลีย
ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดและตรวจดูผ้าม่านอาบน้ำของคุณด้วยว่ามีราหรือเปล่า

9. ไม่ได้เอาผ้าห่มไปผึ่งแดด
ระดับความขึ้นสูงทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี
มันอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามหลอดลมในปอดทำให้หายใจติดขัดและนอนหลับไม่สนิทและเป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียใน วันต่อมานำผ้าห่มผึ่งแดดเป็นประจำ เมื่อความชื้นหมดไป ก็ไม่มีไรฝุ่น

10. เชื่องช้า งุ่มงาม
ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้น
เมื่อคุณงุ่มง่าม เพราะปริมาณกลูโคสเข้าสู่สมองน้อยลงคุณเลยอ่อนเพลีย การผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดทำได้โดยเหวี่ยงแขนไปหน้าและหลัง สลับทีละแขน

11. อยู่ใกล้คนมองโลกในแง่ร้าย
คนที่มองทุกอย่างในแง่ร้ายจะฉุดพลังคุณหดหายไปด้วยเพื่อลดอิทธิพลของพวกเขา
ให้จินตนาการว่าคุณกำลังใส่เสื้อคลุมสีดำเวลาคุยกันก็จะยับยั้งไม่ให้คุณดูดพลังแง่ลบจากพวกเขาได้

12. อยู่ใกล้เครื่องใช้ ไฟฟ้ามากเกินไป
ขั้วบวกที่มาจากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์
หรือเครื่องปรับอากาศอาจกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมน ที่ทำให้เราอ่อนเพลียและซึมเศร้า
ให้เสียบปลั๊กตัวแปลงขั้วไฟฟ้า
เพิ่ม ระดับของขั้วลบที่เสริมพลังในอากาศ

13. ลืมดื่มกาแฟตอนเช้า
ถ้าคุณไม่ได้ดื่มกาแฟยามเช้า
พลังกายและใจอาจตกวูบในวันนี้
จากงานวิจัยพบว่า ผู้ร่วมวิจัย 50% มีอาการอ่อนเพลีย
ถ้าไม่ได้ดื่มกาแฟถ้วยแรกของวัน
ซึ่งมีถึง 13% ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

14. บ้านรก อิอิ อ่านว่า บ้าน-รก นะคร๊าบ
ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยบอกว่ากองสิ่งของรกเกะกะ จะทำให้สถานที่นั้นขาดพลังและกระตุ้นให้คุณขาดพลังไปด้วย
คุณไม่ต้องถึงกับเก็บทุกอย่างในทันที
แค่สะสางพื้นที่อาทิตย์ละครั้งก็ใช้ได้

15. ร่างกายมีปัญหา
แม้ว่าการเจ็บหน้าอกคือสัญญาณหลักๆ
บอกถึงอาการโรคหัวใจ แต่สำหรับเพศหญิง สัญญาณนั้นอาจเป็นความอ่ อนเพลีย
ซึ่งมีมากถึง 70% ที่อ่อนเ พลียภายในเดือนนั้นก่อนหัวใจกำเริบ สัญญาณอื่นๆอาจรวมถึงการนอนไม่หลับ
หายใจขาดห้วง อาหารไม่ย่อยและความเครียด 43% ของผู้หญิงไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเลย แม้โรคหัวใจจะกำเริบก็ตาม
พบผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนเป็นโรคหัวใจน้อยมากแต่ถ้าคุณรู้สึกไม่ดี ควรตรวจร่างกายโดยเฉพาะถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ความดันเลือดสูง คลอเรสเตอรอลสูง เป็นเบาหวานหรือคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

16. กลั้นหาว
การหาวเป็นวิธีธรรมชาติที่ร่างกายของเรากระตุ้นให้เราตื่น นักจิตวิทยาบอกว่าการเคลื่อนไหวของกรามจะบีบหลอดเลือดบนใบหน้า
ซึ่งส่งเลือดไปยังสมอง การกลั้นหาวจึงเป็นการยับยั้งกระบวนการนี้และทำให้คุณยิ่งง่วงนอนมากขี้น

17. ใช้ชีวิตตามตาร าง
ตารางกิจกรรมที่เตือนคุณทุกอย่างว่าต้องทำอะไรบ้าง คือตัวดูดพลังชั้นดี นักวิจัยพบว่าคนที่คิดว่าเขาทำอะไรไปได้มากแค่ไหนมักจะอ่อนเพลียง่ายกว่าคนที่ทำสิ่งที่ต้องทำไปเรื่อยๆ

18. หมอนเก่าเกินไป
ถ้าหมอนของคุณยวบยาบไม่แข็งพอ
จะทำให้ลำคอของคุณไม่ได้ระนาบเดียวกับลำตัวซึ่งไม่เพียงทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวซึ่งทำให้คุณนอนไม่หลับแล้ว
ยังไปกีดขวางระบบการหายใจเวลาคุณหลับด้วย ถ้าหมอนของคุณอ่อนนิ่มจนโอบรอบแขนคุณได้ก็ถึงเวลาซื้อใบใหม่แล้ว

"ลมพัดแรง อากาศหนาว
ขับยวดยานพาหนะก็ระวังด้วยนะครับ

หนาวนี้ขอให้ทุกคนทุกท่านแห่งโกทูโนว อุ่นกาย อุ่นใจโดยถ้วนหน้านะครับ พี่น้อง :D"