แท้ที่จริงแล้วความสุขหาได้จากทุกหนทุกแห่ง

    บางคนมีเงินทองมากมาย
แต่หัวใจไม่มีความสุข...รุ่มร้อน...ทุรนทุราย
แท้ที่จริงแล้วความสุขหาได้จากทุกหนทุกแห่ง
จากดอกไม้เล็ก ๆ  ข้างทาง
จากสายลมเย็นที่นำมาซึ่งความชุ่มฉ่ำใจ
จากรอยยิ้มจริงใจของคนรอบข้าง
ความสุขหาได้ง่าย ๆ
เพียงแต่เลิกกำหนดตัวเอง...ว่า
อย่างนี้คือสุข...อย่างนั้นคือสุข
ความสุขเริ่มต้นเมื่อใจเป็นสุข

...ฝนยังไม่ตกทุกวัน  ฟ้ามีมืดก็มีสว่าง
แล้วจะยึดติดทำไมกับอะไรที่ผ่านเข้ามา
เพราะไม่ว่าสุขหรือทุกข์  มันก็คงไม่อยู่กับเรานานอยู่ดี
คิดไว้แบบนี้จะได้สบายใจ
แต่...ถึงแม้ว่าความทุกข์มันจะรักเรามากกว่า
เพราะมาหาเราบ่อยเหลือเกิน
ก็ให้ถือเสียว่า  เป็นการฝึกฝนความเข้มแข็งของใจ
และถึงจะต้องร้องให้ก็ให้ถือเสียว่า
ดวงตาของเราก็อยากจะแข็งแรงเหมือนกัน...
เรามักจะบอกตัวเองอยู่เสมอ ๆ  ว่า
ถ้ามองทุกอย่างในแง่จริง  แล้วมันเจ็บปวดนัก
ก็ให้มองมันในแง่ดี  ส่วนแง่ร้าย ๆ  ก็ลืมมันไป
ทำเป็นมองไม่เห็นเสียบ้าง..
คงไม่เสียโอกาสอะไรในชีวิตไปหรอก
ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ให้เลี่ยงที่จะรับรู้ความจริง
แต่ความจริงก็มีหลายด้านให้เลือกมองไม่ใช่หรือ

........ทั้งหมดเป็นข้อความที่เคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง
และมักจะนำมาใช้ปลอบใจ...ให้กำลังใจ
พูดให้คนที่ปรับทุกข์ฟังเสมอ ๆ  ....ก็ไม่รู้ว่าทำไมเวลาคนอื่นเขามีความทุกข์
เขาก็มักที่จะนึกถึงเรา....แต่ก็ภูมิใจ

ในวันนี้สิ่งที่พร่ำบอกคนอื่นกลับนำมาใช้กับตัวเองไม่ได้
ปลอบใจตัวเองไม่ได้....ระบายกับคนอื่นก็ไม่ได้

เพราะบางสิ่งบางอย่างไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
คนที่ประสบด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจสถานการณ์