ฉันยังไม่ทราบว่านักเรียนของฉันมีความสนใจ จากจุดเล็ก ๆ อะไรบ้าง ชื่อถั่ว ประวัติความเป็นมา มีมากแพร่หลายในที่ใดของหมู่บ้านบ้าง และความเป็นประโยชน์หรือโทษต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน นักเรียนสนใจจะทำอะไรอีกบ้าง เพียงเท่านี้..ครูยังไม่พอใจในข้อมูล

           ต้นชั่วโมงเรียนหรือท้ายชั่วโมงทุกครั้งนักเรียนจะได้อ่านบันทึกเสมอ ๆ วันนี้ได้อ่านบันทึกที่ ๗๑ และบันทึกที่ ๗๒ ชั่วโมงแรกเป็นของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ งดเพราะต้องทดสอบก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ใหม่ ตั้งใจว่าจะให้ดูหลังเลิกเรียน  ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ได้อ่านบันทึกที่ ๗๒ นักเรียน ๒๕ คน มีจำนวน ๙ คนที่บอกว่ารู้จักถั่วชนิดนี้และเคยรับประทาน หนึ่งในนั้นคือน้องเอ้  บ้านอยู่หลังโรงเรียน น้องเอ้พาเพื่อน ๆ ไปดูต้นถั่ว  ในขณะนั้นฉันธุระรับแขกที่มาเยี่ยมโรงเรียน จึงไม่ได้ติดตามไปบันทึกภาพ

         น้องเอ้และเพื่อนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ได้ข้อมูลจากคุณตาบุญทัน และคุณยายทองดี  อินทะจักร์ บ้านเลขที่ ๑๒๔ หมู่ ๔ ตำบลห้วยเฮี้ย  อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีบ้านติดกับรั้วโรงเรียนทางทิศตะวันตก บอกว่าถั่วชนิดนี้ชื่อ"ถั่วปากอ้าหรือหมากตำแย"  คุณตาและคุณยายคู่นี้นำเมล็ดพันธุ์มาจากหมู่บ้านห้วยเฮี้ย ซึ่งห่างจากโรงเรียนไปอีก ๑๓ กิโลเมตร  นำมาปลูกได้หลายปีจนจำไม่ได้ ครอบครัวนี้นิยมนำถั่วที่แก่พอเหมาะ มาต้มโดยใช้เวลา 5 - 6 นาทีใส่เกลือเล้กน้อย และถ้าเมล็ดแก่แล้วให้แกะเอาเมล็ดออกมาทอดจะเป็นถั่วปากอ้าทันที  

                น้องเอ้ (เด็กหญิง) คนขวาสุด นักเรียนกลุ่มที่ยืนแถวหน้ารู้จักและเคยรับประทาน

           นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖  เป็นกลุ่มที่ ๒ ที่ได้ช่วยกันศึกษาเรียนรู้ถั่วชนิดนี้ มีนักเรียนจำนวน ๘ คน  จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด ๒๔ คน เคยรับประทานถั่วชนิดนี้ รวมทั้งน้องทรายที่อยู่หมู่บ้านห้วยแก้ว ห่างจากโรงเรียน ๗ กิโลเมตร  

          น้องกระแตซึ่งมีบ้านอยู่กลุ่มเดียวกับน้องเอ้  ได้พาเพื่อน ๆ และครูไปดูต้นถั่ว เป็นต้นที่สูงมากเพราะปลูกให้เถาว์อาศัยต้นส้มโอ คุณยายวันเพ็ญ  หุมขำ  เล่าว่านำเมล็ดมาจากคนละแวกบ้านเดียวกันมาปลูกได้ประมาณ ๕ - ๖ ปี เรียกถั่วชนิดนี้ว่า "ถั่วบุ้ง" นำมาต้มรับประทานเมล็ดข้างในเท่านั้น

ฝักถั่วและความดกจะไม่สมบูรณ์เท่าบันทึกที่ ๗๒

คุณยายวันเพ็ญ หุมขำและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

        นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ มาพบถั่วที่น้องกระแตนำมา  หลายคนรู้จักและเคยทาน ทั้งเป็นของรับประทาน ของขบเคี้ยวและอาหาร เช่นต้มและทานเมล็ดตามความนิยมของคนในท้องถิ่นโดยทั่วไป  และนักเรียนกลุ่มนี้ได้อธิบายว่าฝักถั่วอ่อน ๆ นิยมนำมาหั่นเป็นฝอยแล้วผัด ส่วนการต้มแล้วนำมาโขลกใส่เครื่องแกง ปรุงรสนำไปผัดน้ำมันอีกที ทำได้ทั้งถั่วอ่อนหรือแก่พอดี เรียกว่ายำ  ถ้าแก่จนแห้งนิยมนำเมล็ดมาทอดเป็นถั่วปากอ้า  น้องคมซึ่งมีบ้านอยู่กลุ่มเดียวกับน้องเอ้และน้องกระแตเรียกถั่วชนิดนี้ว่า "หมากตำแย"

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มที่ให้ความสนใจถั่ว

คุณครูพัฒน์ษณี และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

อาคารเรียนด้านซ้ายมือชั้นบนคือห้องเรียนครูคิม และด้านหลังคือกลุ่มบ้านนักเรียนที่มีต้นถั่ว

เมล็ด (มือพี่มอสอง) ฝักแห้ง (มือน้องเอ้)

           นักเรียนได้ข้อมูลเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยว่า ถั่วชนิดนี้ปลูกในฤดูฝน ประมาณเดือน ๖ -๑๒ เท่านั้น จากนั้นเถาว์ก็แห้งตาย เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกใหม่ในปีถัดไป

            ฉันยังไม่ทราบว่านักเรียนของฉันมีความสนใจ  จากจุดเล็ก ๆ อะไรบ้าง ชื่อถั่วแม้แต่กลุ่มครอบครัวที่อยู่ละแวกเดียวกันเรียกชื่อต่าง ๆ กัน  ประวัติความเป็นมา มีมากแพร่หลายในที่ใดของหมู่บ้านบ้าง  และความเป็นประโยชน์หรือโทษต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน นักเรียนสนใจจะทำอะไรอีกบ้าง   เพียงเท่านี้..ครูยังไม่พอใจในข้อมูล