การเข้ามารุกรานอินเดียของชาวมุสลิมนั้นจึงไม่ใช่การรุกรานของพวกอนารยชน.

วัฒนธรรมอิสลาม

ดินแดนในทะเลทรายท้าทายวิถีชีวิตของผู้คนที่ต้องต่อสู้กับภัยนานาประการอย่างทรหดอดทน  และเป็นที่เกิดศาสนาอิสลาม  กาหลิบผู้ปกครองอาณาจักรอิสลามเมื่อขยายการปกครองไปได้แคว้นใดก็นำเอาวัฒนธรรมของชาติเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับวิถีชาวมุสลิม  จึงก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง 

 ในขณะที่ยุโรปยังเป็นดินแดนที่อยู่ในยุคมืด  ขณะที่วัฒนธรรมอิสลามกำลังรุ่งเรืองไปในเขตคอร์โดวาที่สเปน  ที่กรุงดามัสกัสและที่กรุงแบกแดด  วัฒนธรรมอิสลามมีองค์ประกอบ  ดังนี้

1 . วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวอาหรับบางอย่างได้นำมาปรับใช้เป็นหลักการของอิสลาม  เช่น  การถือศีลอด  ประเพณีการทำสุหนัต  และประเพณีสตรีใช้ผ้าคลุมใบหน้า  เป็นต้น

2 . หลักธรรมในพระคัมภีร์อัล-กุรอาน  ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาและถือว่าเป็นธรรมนูญชีวิตของชาวมุสลิม  และนำมาใช้เป็นกฎหมายของรัฐอิสลามทั้งหลายด้วย

3 . การรับเอาวัฒนธรรมของชาวเปอร์เซีย  โดยชาวอาหรับได้นำเอาภาษา  วรรณคดี  และศิลปกรรม  พร้อมกับชาวเปอร์เซีย  ต่างมีส่วนร่วมในการส่งเสริมวัฒนธรรมอิสลามให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

4 . วัฒนธรรมของกรีก-โรมัน  มีอิทธิพลในดินแดนตุรกี  ซีเรีย  เมโสโปเตเมีย  ขยายไปถึงอียิปต์โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอเลกซานเดรียของอียิปต์  ต่อมาเมื่อชาวอาหรับได้ปกครองดินแดนแถบนี้แล้วจึงนำเอาวัฒนธรรมนั้นมาประยุกต์ใช้และแปลตำราต่าง ๆ

ของกรีก-โรมันมาเป็นภาษาอาหรับ

ดังนั้นวัฒนธรรมอิสลามจึงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วกว่าอาณาจักรอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน  แม้ยุโรปเองหลังฟื้นตัวได้รับเอาวัฒนธรรมอิสลามไปปรับใช้เช่น  วิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง  วิชาการแพทย์  อย่างในฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ตามมหาวิทยาลัยของฝรั่งเศสยังใช้ตำราของชาวอาหรับ  ทำให้มองเห็นว่า  การเข้ามารุกรานอินเดียของชาวมุสลิมนั้นจึงไม่ใช่การรุกรานของพวกอนารยชน.