ห้องนี้...เรียนท่าจะสนุก แต่ลุกนั่งสบาย..เด้อค่า.....

 

 

 

            เคยไหมคะ...เวลาที่เรากังวลกับเรื่องใดสักเรื่องหนึ่งอย่างมากมาย  แล้วพลอยให้กำลังใจ กำลังกายหดหายไปซะดื้อๆ  แถมคิดอะไรสมองก็พาลไม่แล่นซะงั้น  ช่วงนี้ครูตุ๊กแกกำลังประสบกับความรู้สึกนั้นอยู่ค่ะ(แต่มียาดีช่วยบรรเทาแล้วค่ะ)

            เรื่องอะไรน่ะหรือคะ   คนเป็นครูคงหนีไม่พ้นเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กๆค่ะ  ยิ่งในภาคเรียนนี้ ป.2 มีทดสอบอะไรๆมากมายหลายๆทดสอบ  ที่กังวลที่สุดเห็นจะเป็น การประเมินคุณภาพระดับท้องถิ่น และการทดสอบอ่านซึ่งเป็นนโยบายใหม่ของ สพท.  ที่มีเกณฑ์คือ  ตัวนักเรียนแต่ละคนต้องอ่านคำผ่านร้อยละ 90   จำนวนนักเรียนต้องผ่านร้อยละ 98 (ฮือๆๆ  แงๆๆๆ  งืดๆๆ)          ฉะนั้นในภาคเรียนนี้ครูตุ๊กแกจะมานั่งหายใจทิ้งไปวันๆไม่ได้แล้ว ผอ.โรงเรียนบอกว่า เราจะเดินเหมือนก่อนไม่ได้ เราต้องวิ่ง(ฮือๆๆๆ แงๆๆๆ  แฮกๆๆ)  เห็นไหมคะน่ากังวล(เครียด)ขนาดไหน  นี่แหละค่ะสาเหตุที่ครูตุ๊กแกหายหน้าหายตาไปจาก G2K กลายเป็น นินจา แวบมาแวบไปอย่างไม่ทิ้งร่องรอย คริ..คริ

            เรื่องการประเมินระดับท้องถิ่นที่น่ากังวลเพราะปีที่ผ่านๆมานักเรียนของครูตุ๊กแกทำคะแนนไว้คอนข้างดี  ถึงแม้จะไม่สูงมาก แต่ก็เป็นที่น่าพอใจ แต่ปีนี้แค่คะแนนสอบเมื่อภาคเรียนที่ผ่านมาเห็นแล้วอยากจะร้องไห้ออกมาเป็นภาษาเกาหลี(แล้วมันร้องยังไงเนี่ย) ไม่ได้ตกต่ำมากมาย  แต่ก็สู้ปีก่อนๆไม่ได้(สม......ก็ครูประจำชั้นมัวแต่ร่าเริงอยู่นี่)ภาคเรียนนี้เลยต้องออกแรงกันมากมายอีกหลายเท่าตัว ห้ามป่วยห้ามเจ็บทั้งครูทั้งเด็ก

        ส่วนเรื่องการทดสอบอ่านนักเรียนค่อนข้างจะชินเพราะเป็นหนึ่งในโครงการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยปีที่ผ่านๆกำหนดเกณฑ์ไว้ว่าจะต้องอ่านคำผ่าน ร้อยละ 80 ซึ่งได้ดำเนินการมาหลายปีแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้บัตรคำอิเล็กทรอนิกส์  นักเรียนก็เลยไม่ตื่นเต้นเพราะโดนทดสอบมาหลายปีแล้ว  และคุณครูที่ทดสอบถึงแม้จะไม่ใช่ครูผู้สอน  แต่ก็แอบช่วยสะกด ช่วยใบ้คำให้(นึกว่ากำลังอยู่ในรายการเกมโชว์ยังไงยังงั้น) เวลาก็ไม่กำหนดบางคนใช้เวลาเป็นชั่วโมงจนครูผู้ทดสอบง่วงแล้วง่วงอีก  ในขณะที่เพื่อนคนอื่นอ่านเสร็จไปนานแล้ว(บางคนก็รอจนหลับน้ำหลายไหลไปหลายแก้วแล้ว)

            เหอะๆๆ  เหอๆๆ  แต่นักเรียนที่รักของครูหารู้ไม่ว่าการทดสอบอ่านคำคราวนี้ครูผู้ทดสอบ(น่าจะ)ไม่ใช่ครูในโรงเรียนที่นักเรียนคุ้นเคย และมีการจับเวลาในการอ่านด้วย  ที่สำคัญ ผอ.บอกว่าคำที่นำมาอ่านไม่ได้มาจากวิชาภาษาไทยอย่างเดียว น่าจะคัดคำมาจากวิชาอื่นๆด้วย  เอาล่ะสิ  นักเรียนจ๋า....สอบของโรงเรียน  นักเรียนได้สมุดบัญชีคำศัพท์ทั้งหมดไปฝึกอ่านมาก่อนหน้าเป็นปีๆ เวลาสอบก็สุ่มคำจากในนั้นมาทดสอบ(ยังไม่ค่อยจะได้เลย)  แต่คราวนี้มาทุกวิชาเลยจ่ะ คำอะไรบ้างก็ไม่รู้  แงๆๆ งืดๆๆ

            ก็บอกแล้ว ผอ.ร.ร. ให้วิ่งไม่ให้เดิน ท่านก็เลยให้แนวทางว่าครูที่สอนในแต่ละกลุ่มสาระอื่นๆที่นอกเหนือจากกลุ่มสาระภาษาไทยน่าจะคัดคำที่ยากๆ  มาให้นักเรียนฝึกอ่าน  โดยส่งมาให้ครูประจำชั้นเป็นผู้รวบรวม ประมาณว่าเก็งข้อสอบ อุ๊บ เก็งคำศัพท์ที่คิดว่า สพท.น่าจะนำมาทดสอบอ่าน  สรุปตอนนี้นักเรียนแต่ละคนจะมีสมุดคำศัพท์อยู่ในมือไม่ต่ำกว่าคนละ 3 เล่ม  ของ ป.2  มีบัญชีคำพื้นฐาน,  คลังคำจากท้ายบทเรียนภาษาพาที วรรณคดีลำนำ , คำศัพท์ตามกลุ่มสาระต่างๆ , คำศัพท์ที่แยกเป็นหมวดๆ เช่นมาตราตัวสะกด อักษรนำ, คำศัพท์ภาษาอังกฤษ รวมๆแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 2,000 คำ  ยังไม่รวมถึงเนื้อหาในบทเรียนที่นักเรียนต้องอ่านประกอบการเรียนอีก

            กับเวลา 1 ภาคเรียน  ครูตุ๊กแกสงสารเด็กๆมากค่ะ เพราะครูทุกคนก็สปีดกันเต็มที่    แต่ถ้าเด็กๆสามารถสอบผ่านได้ เขาก็จะสามารถเรียนในวิชาอื่นๆได้เพราะอ่านหนังสือได้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งใช่ไหมคะ ตอนนี้ทุกๆต้นชั่วโมงนักเรียนก็จะอ่านคำศัพท์ก่อนจะเริ่มเรียนในเนื้อหาวิชานั้นๆ เรียกว่าอ่านกันทั้งวัน ให้เสียงแหบกันไปข้างหนึ่ง  ตอนเช้าๆยังสดชื่นก็ดีอยู่หรอกค่ะ  ตอนบ่ายๆนี่สิคะ  นักเรียนชักเริ่มไม่สนใจแล้ว บางคนก็อ่าน  บางคนก็นั่งเฉย  บางคนก็เล่น  บางคนก็นอน(ซะงั้น) เลยต้องเคาะกันบ่อยๆ  .....ทำไงดีล่ะเรา.....

        ว่าแล้วก็จัดการปรับเปลี่ยนตำแหน่งโต๊ะเรียนซะใหม่  ปกติครูตุ๊กแกจะชอบจัดโต๊ะเรียนให้เด็กๆใหม่อยู่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้จำเจ  เวลาเปลี่ยนก็จะใช้ช่วงที่เด็กๆไปเรียนตามห้องปฏิบัติการต่างๆแล้วแอบจัดอยู่คนเดียว จากนั้นก็หนีออกไปอยู่ที่อื่น  ประมาณว่ากลับมาพร้อมกับเด็กๆ  แล้วเขาจะชอบถามว่าใครจัดโต๊ะให้ใหม่(เด็กๆเขาคงนึกไม่ถึงว่า ครูตัวบางๆของเขาจะถึกและอึดขนาดจัดโต๊ะคนเดียวทั้งห้องได้ อิ..อิ..)  ครูตุ๊กแกก็จะเอ๋อ  แล้วบอกว่าไม่รู้พร้อมกับทำหน้าตกใจได้อย่างแนบเนียน(ประมาณดาราตุ๊กตาทองยังไงยังงั้น)  วันๆขอให้ได้แกล้งเด็กๆสักนิดเถอะ ไม่งั้นท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว  จนเดี๋ยวนี้เด็กๆเขาชินกับมุขแป๊กๆ ของครูตุ๊กแกแล้ว เลยเลิกถาม

            คราวนี้จัดใหม่จากเดิมที่เป็นกลุ่ม   เปลี่ยนมาเป็นแถวยาวๆ ฝั่งละสองแถวหันหน้าเขาตรงกลางห้องโดยเว้นช่องว่างไว้ให้ครูเดิน  หลังจากจัดแล้วก็รู้สึกสะดวกต่อการสอน  ไม่ว่าจะยืนอยู่หน้าห้องหรือหลังห้องก็สามารถจะสื่อสารกับนักเรียนได้และเห็นพฤติกรรมของนักเรียนได้ทั้งหมด และตลอดเวลา ที่สำคัญยื่นมือไปเคาะได้ทั่วถึง อิ..อิ...เด็กบอกว่าแบบนี้สวยดีค่ะ (ปลื้มๆๆๆๆ) 

            เวลาฝึกอ่านคำก็จะแบ่งฝั่งสลับกันอ่าน   เพื่อไม่ให้เขาเหนื่อยและเบื่อเสียก่อน  ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายแข่งกันอ่านอย่างไม่มีใครยอมใคร  อ่านๆไปก็กลายเป็นจังหวะอย่างพร้อมเพรียงเป็นที่สนุกสนาน ประมาณว่าเมื่อฝั่งหนึ่งอ่าน  อีกฝ่ายก็จะลุกมาเต้นตามจังหวะ  เมื่อถึงคิวที่ฝั่งตัวเองต้องอ่านก็รีบนั่งและอ่านอย่างพร้อมเพรียงกัน  ดีใจๆๆๆ  ปีนี้ทั้งปีเพิ่งจะเห็นเด็กๆสนุกสนานแบบออกอาการมากมายก็วันนี้แหละ  ก็เลยไม่ดุเขาที่ลุกมาเป็นลิง เอ๊ย มาเต้น  (ก็เขาไม่ได้เล่นจนเลยเถิดนี่นา)

            ขนาดสามหนุ่มสามมุมของครูตุ๊กแกที่วันๆถ้าเป็นเรื่องเรียนจะไม่หือไม่อือ  แต่ถ้าเรื่องบันเทิงล่ะก็ถนัดนัก(เหมือนครูประจำชั้นเลย)  ยังลุกขึ้นมาคั่วถั่ว คั่วงาทำปากขยับตามเพื่อนเลย  ทำเนียนว่าอ่านหนังสือได้แต่จริงๆแล้วไม่สามารถอย่างแรงค่ะ อิ..อิ... 

            ลืมแนะนำค่ะ  สามหนุ่มสามมุม คือ กบ แท่ง มอส อ้าว ไม่ใช่ มั่วอีกแล้ว อิ.อิ..  นายไก่อู  นายชินจัง   นายกำแพง อุ๊ย กำพล (ชอบตั้งฉายาให้เด็กเรื่อยเลยครูตุ๊กแกนี่) เป็นลูกรักที่ทิ้งกันไม่ได้เลยค่ะต้องดูแลเป็นพิเศษ  คงไม่ต้องบอกเดาได้นะคะว่าทำไมต้องพิเศษ  ใบ้นิดว่าคะแนนสอบในภาคเรียนที่ผ่านมาของสามคนน่ารักมากกระจุ๋มกระจิ๋มดีจัง ^__^  แต่ครูตุ๊กแกก็รักสามคนนี้นะคะ เรียกว่าเอ็นดูมากกว่าทุกคนในห้องเลยก็ได้ เรียนไม่เก่งแต่ไม่เคยเกเรใคร และไม่เคยสร้างเรื่องอื่นให้ปวดหัว  ที่สำคัญสามารถทำให้ครูตุ๊กแกยิ้มได้เวลาเครียดๆ เรียกว่าเป็นอมยิ้มของครูตุ๊กแกเลยก็ว่าได้   เวลาเครียดหรือเหนื่อยแค่เห็นหน้าสามคนนี้ก็เหมือนได้อมอมยิ้มสักสามแท่งเลยค่ะ (คราวต่อไปจะมาเล่าให้อ่านแยกเป็นรายคนเลยค่ะว่าแต่ละคนน่าหยิก อุ่ย น่ารักอย่างไร) ทะเล้นมากขอบอก เช้าๆจะมีครูชอบจับแก้มนายชินจัง กับนายไก่อู (หือ มันเคี้ยวดีจัง)

            วันนี้ทำให้ครูตุ๊กแกคลายกังวลได้เยอะอย่างน้อยก็หาทางให้เด็กไม่เบื่อกับการอ่านได้แล้ว  แต่ไม่รู้จะใช้ได้นานแค่ไหน  และผลจะเป็นอย่างไร  แต่ก็จะพยายามให้ดีที่สุดค่ะ  เป็นกำลังให้ลูกลิงและแม่ลิง อุ่ย ครูตุ๊กแกด้วยนะคะ ^______^

        สู้ตายค่ะ.....