การอ่านช่วยให้มองเห็นอนาคตได้

ก่อนเข้ามาเขียนเห็นblog ชื่อความเครียดของเด็กไทย เลยต้องบอกว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็เครียดเหมือนกัน ไม่นับเรื่องทางวิชาการนะคะ เรื่องกับเด็กก็เครียดไม่น้อย ใครๆ อาจมองว่าเด็กๆ เดี๋ยวนี้ไม่คิดถึงอนาคตแต่ตี่กลับคิดอีกอย่างนะคะ ถ้าเรามองดูสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวนักศึกษาเดี๋ยวนี้ แทบมองไม่เห็นต้นแบบดีดีให้เด็กเห็นเลย  ทีวีมีละครกับข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์กับนิตยสารวงการบันเทิงก็เยอะไปหมด ดูอย่างนักศึกษาสาขาวิชาที่ตี่สอน  ลองถามนักศึกษาดูว่าจบไปแล้วอยากเป็นอะไรเด็กยังตอบไม่ได้เลย แต่เป็นอาจารย์นะคะเราไม่หยุดตรงที่เด็กตอบว่าไม่

เทอมนี้ติ๊ดตี่สอนวิชา "การจัดการสารสนเทศและความรู้" ตี่ชวนให้นักศึกษา (จริงๆ คือสั่งเป็นการบ้าน) หาบทความจากนิตยสาร บอกชื่อนิตยสารไปเลยค่ะ  หรึบ้างครั้งก็เป็นบทความบนอินเทอร์เน็ตกำหนดเว็ปไซด์ไปเลยค่ะ (ต้องบอกว่าชื่อนิตยสารกับเว็ปไซด์กำหนดให้ไปหลายๆ ชื่อนะคะ อาจารย์อาจต้องทำการบ้านเยอะหน่อยเพราะต้องอ่านทั้งหมดก่อนสั่งให้นักศึกษาอ่าน แต่ไม่เสียเวลาเปล่าแน่นอนค่ะ) หัวข้อที่เรียนเกี่ยวกับการกำหนดคำแทนสาระ  เมื่อนักศึกษาได้บทความมาแล้ว เค้าต้องอ่านบทความนั้นเพื่อกำหนดหัวเรื่องหรือคำสำคัญให้กับบทความนั้น ซึ่งตรงนี้ตี่ไม่ได้คาดหวังว่านักศึกษาต้องให้หัวเรื่องถูกต้อง แต่ตี่หวังให้นักศึกษาได้อ่านเรื่องราวความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศบ้าง เรื่องของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการวิชาชีพต่างๆ บ้าง เพราะฉะนั้นความสำเร็จของบทเรียนนี้สำหรับตี่อยู่ที่ท่าทางความสนใจของนักศึกษาต่อเรื่องที่อ่านมากกว่าค่ะ  เพราะนักศึกษาส่วนมากจะบอกว่า "อาจารย์มีอย่างนี้ด้วยหรึ"  หรือบางครั้งนักศึกษาชอบมาถามว่า "อาจารย์ผมอยากทำอย่างนี้ไปบ้าง ต้องเรียนอะไร" 

ถึงแม้จะเป็นแนวทางเล็กๆ เรียบๆ แต่ถ้าพอจะเป็นทางให้นักศึกษาได้เดินไปในทางที่ดี มองเห็นอนาคตบ้างก็ไม่ไร้ค่านะคะ  คงต้องบอกว่าถึงแม้จะเครียดบ้างแต่ก็ยังไม่ท้อนะคะ