หวานจ๋าอย่าทะนง ยั่วคนปลงคงป่วยการ
"หวาน"
ขนมหวานทานอร่อย กินนิดหน่อยอร่อยนาน
หลงหวานเอาแต่ทาน อีกไม่นานหวานจนตาย
เบาหวานมันถามหา ลงแขนขาจนตาลาย
อ่อนเพลียละเหี่ยใจ ทำมือไม้ไร้เรี่ยวแรง
หวานเป็นลมขมเป็นยา โบราณว่าอย่าตะแบง
ทำใจให้เข้มแข็ง รีบเปลี่ยนแปลงทำแข็งใจ
มือเราไม่ตักมา ปากไม่อ้าพาเข้าไป
หวานจ๋าอย่าท้าทาย มือไม่ส่ายใจมั่นคง
หวานไหนก็ไร้ค่า หวานวาจาตาโฉมยง
หวานจ๋าอย่าทะนง ยั่วคนปลงคงป่วยการ
"ยอดหญ้าใต้ฝ่าเท้า"
ดีใจนะที่ได้อ่านกลอนแบบนี้บ้าง
แต่งแต่กลอนธรรมะ...บางทีก็เฉา
ทำงานเหนื่อย ๆ...แต่งกลอนเบา ๆ ก็ทำให้ผ่อนคลายได้
ทำให้เกิดความสมดุล...ระหว่างจิตวิญญาณ กับ กายสังขาร
ครูตาลก็ไม่คิดว่าคุณวิโรจน์จะมาทางนี้ คิดว่าคงไม่มาแน่
อะไรที่ควรปิด...ก็เลยไม่ได้ปิด...ไม่เป็นไรใช่มั้ย
คงไม่มีปัญหากับคนข้างเคียง หรือคนที่บ้านนะ
ขนาดเป็นกลอนเบา ๆ ยังแฝงธรรมะอยู่ดี...
พรุ่งนี้จะตอบเป็นกลอนนะ...วันนี้ไม่ไหวแล้ว
รสหวานครูตาลชอบ รสหวานกรอบยิ่งชอบใหญ่
รสหวานซาบซ่านใจ หวานนอกในใจสุขจริง
หวานคมคารมชาย หวานนี้ไซร้มักกลอกกลิ้ง
หวานไว้หวังแอบอิง หมดหวานทิ้งคือสิ่งลวง
หวานแท้คำแม่หวาน ไม่ต้องการสิ่งทั้งปวง
ทั้งรักทั้งห่วงหวง หวานจับทรวงไม่ขมใน
ภรรยาหวานโบราณกล่าว สามีเราไม่ไปไหน
สามีหวานมักขมใน ปลงเอาไว้จะไม่ตรม
หวานล้ำคำ"เพื่อน"หวาน หวานได้นานไม่ขื่นขม
ใช่หวานให้หลงลม ไม่ซ่อนขมให้ตรมใจ
ขอขอบคุณครูตาลที่postเข้ามาให้กำลังใจ
อย่างน้อยข้อความของเราก็ยังมีผู้ให้ความสนใจ
เวลานั้นแสนสั้นนัก ด้วยตระหนักจึงตั้งใจ
ไม่รู้แน่แค่วันตาย กะเกณฑ์ได้ไม่แน่นอน
ตั้งใจไว้ในชีวิต สิ่งที่คิดทำไว้ก่อน
อย่าทำให้ใครเดือดร้อน เป็นคำกลอนสอนตัวเอง
ถึงหนูจะไม่ใช่มืออาชีพแต่ก็ตามครูตาลมาติด ๆ นะค่ะ ปลื้มครูตาลนะคะ ขอเป็นน้องสาวได้ไหม