บุคคลผู้เจริญงอกงามในชีวิต ก็เพราะประพฤติธรรม ส่วนบุคคลที่ประสบความลำบากยากจน ไม่มีคนนับถือก็เพราะไม่ประพฤติธรรม เพราะธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเท่านั้นให้อยู่เย็นเป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ

  

           บุคคลที่เกิดมาในโลกนี้ย่อมประสบสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ด้วยอำนาจของการกระทำผู้ที่ทำกรรมดี ย่อมมีความสุขผู้ที่ทำกรรมชั่ว ย่อมมีความทุกข์

          ความดีและความชั่วเป็นของเที่ยงธรรม ไม่มีลำเอียง ใครทำดีย่อมได้รับผลดี ใครทำชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว หว่านพืช เช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ธรรมดีย่อมรักษา ผู้ประพฤติธรรมเป็นปกติ ไม่ให้เดือดร้อน ทุกข์ใจ ดังพุทธภาษิตที่ว่า  “ธรรม ย่อมรักษาผู้มีปกติประพฤติธรรม (ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ)”

        ธรรมในพุทธภาษิตนี้หมายถึง กุศลธรรม กล่าวคือ ธรรมที่เป็นความฉลาด ความดี บุคคลทำแล้ว สุขใจ ไม่เดือดร้อน เป็นสุข นอนสบาย  บุคคลที่ทำแต่บาปกรรมย่อมอยู่ร้อนเป็นทุกข์ ไม่สุขใจจะประกอบสัมมาอาชีพก็ไม่เจริญ มีแต่คนตำหนิ ติเตียน ไม่คบค้าสมาคมด้วย เพราะการคบค้าสมาคมกับคนชั่ว พาตัวให้เดือดร้อน

        ส่วนบุคคลผู้ประพฤติธรรมเป็นปกติ  ย่อมมีจิตใจเป็นบุญเป็นกุศล ไม่คิดเบียดเบียนใคร เพราะจิตใจของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม มีความเมตตารักใคร่ต่อคนทั่วไป

        บุคคลผู้ไม่ประพฤติธรรม ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อน บุคคลประเภทนี้ จะเป็นคนมีอายุสั้น มีแต่โรคภัยไข้เจ็บเป็นประจำ เพราะโทษของการเบียดเบียนสัตว์

        บุคคลที่ชอบลักทรัพย์ผู้อื่น คือเอาสิ่งของผู้อื่นโดยเขาไม่ได้ให้ ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย เพราะคนที่เป็นขโมย ใคร ๆ ก็ไม่ชอบ ไม่เข้าใกล้ ถ้าจะมีคนคบด้วย ก็จะเป็นคนประเภทเดียวกัน โทษของการลักทรัพย์ นอกจากจะทุกข์ ถูกจับติดตะรางในชาตินี้แล้ว ตายไปแล้ว จะไปเกิดในนรกจนกว่าจะหมดกรรมที่ทำไว้ เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ก็เป็นคนยากจน ขัดสนอยู่ร่ำไป

        บุคคลที่ชอบประพฤติผิดในภรรยาของผู้อื่น ได้รับโทษในชาตินี้คือ จะไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย มีแต่คนเกลียดชัง อาจจะถูกทำร้าย ทำลายชีวิต ถ้ามีบุตรธิดา ก็จะเป็นคนประพฤติชั่วร้าย อาจจะถูกทำร้ายร่างกายให้ดับชีวิตสิ้นไปได้ เพราะภรรยาสามีใคร ใครก็รักหวงแหนไม่ต้องการให้ใครมาประพฤติล่วงสิทธิ์ของตน คนมีศีลธรรม ย่อมประพฤติหลีกเว้นเสีย ให้ห่างไกล

        บุคคลที่ชอบพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ เป็นประจำจะได้รับโทษในปัจจุบัน กล่าวคือ จะไม่มีใครเชื่อถือคำพูด บุตรธิดาก็ไม่เชื่อ สอนไม่ฟัง เป็นบิดามารดาของบุตรธิดา ควรพูดแต่ความจริงอันไพเราะ บุตรธิดาจะได้เอาอย่างเป็นแนวทางประพฤติตาม

        บุคคลที่ชอบดื่มน้ำเมา คือ สุราเมรัย ย่อมได้รับโทษ 6 ประการ คือ

          เสียทรัพย์ซื้อสุรา   ก่อการทะเลาะวิวาทพราะเมา เกิดโรคตามมาหลายชนิด  ถูกติเตียนยามเมาไม่รู้เรื่องไม่รู้ตัว  ไม่รู้จักอายกลาทำเกินงาม

 ปัญญาเสื่อมเพราะถูกพิษสุราทำลาย หากหวังความเจริญจงอย่ายินดีในความชั่วแม้มันจะให้ประโยชน์มากก็ตามเพราะไม่นานก็ย่อมทำลายความดีในตัวเราได้

          บุคคลที่ต้องการจะเกิดเป็นมนุษย์ต่อไป จะต้องตั้งอยู่ในศีล 5 คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จ ไม่ดื่มสุราเมรัย บุคคลที่จะเกิดเป็นมนุษย์ได้ ก็ต้องอาศัยศีล 5 เป็นที่ตั้ง

        ดังมีเรื่องเล่าว่า นางสุชาดา ภรรยาของพระอินทร์ ทำกาละแล้วบังเกิดเป็นนางนกกระยางที่ลำธารแห่งหนึ่ง ท้าวสักกะเทวราช ทรงตรวจสอบดูอัครมเหสีของตนก็ทรงทราบว่า นางสุธัมมา นางสุนันทา นางสุจิตตา บังเกิดแล้วในสวรรค์ ส่วนนางสุชาดา เกิดเป็นนางนกกระยาง ก็ทรงสลดพระทัย ทรงคิดจะช่วยนางให้เกิดเป็นมนุษย์แล้วไปเกิดเป็นเทพธิดาบนสวรรค์ จึงสั่งสอนนางนกกระยางให้ถือศีล 5 นางนกกระยางสิ้นชีวิตแล้ว จึงไปเกิดบนสวรรค์ ด้วยอานุภาพของศีล

        ผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีธรรมและประพฤติธรรม บุคคลผู้ประพฤติธรรมชื่อรักษาตนและคุ้มครองตนให้พ้นจากภัยพิบัติ ในชาตินี้และชาติหน้าได้โดยแท้

        บุคคลผู้ประพฤติธรรมสม่ำเสมอ ธรรมก็ย่อมคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุขเจริญงอกงาม ทั้งทางโลกและทางธรรม บุคคลผู้ประพฤติธรรม ก็เหมือนคนอาบน้ำชำระร่างกาย ให้สะอาดปราศจากมลทิน ฉะนั้น

        บุคคลผู้เจริญงอกงามในชีวิต ก็เพราะประพฤติธรรม ส่วนบุคคลที่ประสบความลำบากยากจน ไม่มีคนนับถือก็เพราะไม่ประพฤติธรรม เพราะธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเท่านั้นให้อยู่เย็นเป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ ให้ได้มรรคผลและนิพพาน ตามสมควรแก่ความประพฤติ