ท่าทีการแสดงออกของเพื่อน มีอิทธิพลต่อจิตใจของเพื่อน ส่งผลให้สุขภาพจิตแย่ลง

จากน้ำเสียงที่กระวนกระวาย เร่งรีบ  ของนิสิตหญิง ชั้นปีที่ 4  พูดว่า หนูไม่ไหวแล้ว รู้สึกว่าตนเองอยู่คนเดียวทั้งๆที่ไปฝึกงานกับเพื่อน 2 คน  แต่ความรูสึกเหงาเหลือเกิน  จากเรื่องราวที่ได้นำความลับของตนเองเล่าให้เพื่อนฟัง  เพื่อที่จะแบ่งปันความทุกข์ที่เกิดขึ้น แต่เพื่อนกลับพูดว่า คงช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ เป็นเรื่องของเธอ  เมื่อฟังดังนั้นหัวใจเปล่าเปลี่ยว คงจะพึ่งใครลำบาก และจึงได้ตัดสินใจโทรมาปรึกษา  สายด่วน  มมส

จากนั้นจึงได้ลาการฝึกงาน   เพื่อมาคลี่คลายปัญหาของตนเองในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา  เมื่อเธอกลับไปในสถานที่ฝึกงาน เธอเล่าว่าต้องอยู่คนเดียว เพื่อนที่หวังจะพึ่งทางความคิดเขาเปลี่ยนไป เฉยเมย ไม่สื่อสารและเงียบไป  เธอก็ไม่เข้าใจ ว่าตนเองทำอะไรผิด เพื่อนถึงได้ลงโทษเธอ เธอเสียใจร้องไห้เสียใจ   สับสนไม่รู้ว่าจะจัดการกับตนเองอย่างไร  ที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนได้ อยากจะเปลี่ยนสถานที่ฝึกงานจะดีไหม  เครียดมาก

ควรจะสื่อสารไหม  หรือจะปล่อยเรื่องราวในแย่ลง วันนี้เธอทานข้าวคนเดียว  ชีวิตมีแต่คำถาม งงกับตนเอง  ควรจะเริ่มต้นตรงไหนดี  การที่เล่าเรื่องราวของตนเอง  เพื่อให้เพื่อเข้าใจและแบ่งปัน กลายเป็นความอึดอัดใจ เสียเพื่อน  รู้สึกโกรธตนเองที่ประเมินสถานการณ์ผิดไป

จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น พี่เข้าใจความรู้สึก  ที่น้องอึดอัดใจ ไม่ชอบบรรยากาศที่เกิดขึ้น ระหว่างเพื่อนด้วยกัน   พฤติกรรมของ  เพื่อนจะส่งผลต่ออารมณ์ของความรู้สึก ต่อ เพื่อนมาก  เพื่อน น่าจะต้องคอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง  คอยฟัง ยามเพื่อนขอ ..คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์ คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ  คอยง้อยามเพื่อนงอน คอยสอน ยามเพื่อนผิด   คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ... คอยเจอยามเพื่อนหา  ไม่ทราบว่าความเป็นเพื่อน ต้องทำมากกว่านี้หรือเปล่า   เพื่อนต้องเข้าใจในเพื่อน  เมื่อไม่เข้าใจจะต้อง สื่อสารซึ่งกันและกัน   คิดและรู้สึกอย่างไรต้องเข้าใจและยอมรับได้ เป็นไปได้ไหม  เธออาจจะเป็นคนที่คิดมากเกินไป บางครั้งท่าทีของเพื่อนที่แสดงออกมา อาจไม่เป็นอย่างที่น้องคิด   เมื่อมีโอกาสจะต้องพูดคุยกัน  การเปลี่ยนสถานที่ฝึกงาน อาจจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก เป็นการหลีกหนีปัญหามากกว่า  ที่สำคัญเป็นเรื่องขออารมณ์ความรู้สึก น้องจะต้องอดทน  และเข้าใจสถานการณ์   เรื่องราวอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่น้องคิดก็ได้ จะทำอะไรจะต้องมีสติค่ะ