"ผมอยากลอง" เนื่องจากมันเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต ผมปรารถนาจะไปรับรู้ รับฟัง และแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์กับมิตรใหม่เหล่านั้น

     วันเสาร์หน้าผมมีนัดกับพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง  โดยฝ่ายบุคคลเขาติดต่อทาง e-mail ไว้ข้ามปีมาแล้ว ตั้งแต่ 3 สค. 50 โน่น  สาระสำคัญบางตอนที่โต้ตอบกันมีดังนี้

   " ... ดิฉันสนใจที่จะเรียนเชิญอาจารย์มาเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับ "ธรรมะเพื่อใช้ในการทำงาน" หรือ "ข้อคิดในการดำเนินชีวิต" ให้กับพนักงานในบริษัทฯ ฟัง ในช่วงวันเสาร์ตั้งแต่ 9.00-12.00 น. (ประมาณเดือน มิ.ย.) ไม่ทราบว่าอาจารย์คิดค่าวิทยากรอย่างไรคะ  "

   " ... ขอบคุณครับที่ติดต่อเพื่อให้โอกาสผมทำงานที่เป็นประโยชน์ คิดว่าคงรู้จักผมผ่าน Blog ที่ GotoKnow ใช่มั้ยครับ
    นอกจากงานสอนและฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาแล้ว  ผมก็รับงานพิเศษที่เห็นว่าเป็นประโยชน์อยู่บ้างเหมือนกัน ทั้งที่เป็นงานช่วยฟรีและงานที่เขามีค่าตอบแทนให้  ปกติก็ไม่เคยเรียกร้องหรือกำหนดราคาค่าวิทยากรครับ  มักไปด้วยใจเป็นสำคัญ  คือใจที่อยากพบผู้คนและชวนคุย แลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เพื่อเป้าหมายหลักคือให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ด้วยความสุข  ด้วยสติปัญญา  และดำเนินชีวิตอยู่อย่างพอเหมาะ พอเพียง  มีทุกข์น้อย  ภูมิใจในศักดิ์ศรีของตน ฯลฯ
    เบื้องต้นนี้ก็ขอเรียนว่าไม่น่าจะมีอะไรขัดข้องครับ  เพียงแต่ขอให้ผมได้มีข้อมูล รายละเอียดว่า องค์กรชื่ออะไร  ตั้งอยู่ที่ไหน กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร จำนวนเท่าไร มีพื้นฐานอย่างไร  และที่สำคัญคือเป้าหมายของการฟังบรรยายหรือเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้มีอะไรบ้าง  ปัญหาที่องค์กรประสบอยู่คืออะไร ฯลฯ  อยากให้ลองส่งข้อมูลให้ดูก็จะดีมากครับ
"

   " ... เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน และให้บริการด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ด้านการฝึกอบรม ด้านการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
     พนักงานของบริษัทฯ มีทั้งหมดประมาณ 40 คน ส่วนใหญ่จะมีอายุ โดยเฉลี่ยประมาณ 23-28 ปี เว้นแต่ระดับผู้จัดการแผนก ซึ่งถือว่าอายุน้อย ไม่มีประสบการณ์ชีวิตและยังต้องเพิ่มเติมในส่วนของแนวคิดให้เขานำไปพิจารณาประกอบการทำงานและการใช้ชีวิต
     ปกติแล้วทางบริษัทฯ จะมีการฝึกอบรมให้กับพนักงานทุกวันเสาร์อยู่แล้ว โดยให้ทางพนักงานหมุนเวียนขึ้นมาบรรยายในหัวข้อที่ตนถนัดหรือเลือกมา สำหรับเป้าประสงค์ที่เรียนเชิญอาจารย์มาเป็นวิทยากรก็เนื่องจากต้องการสร้างทัศนคติที่ดีทั้งในด้านการทำงานและการดำเนินชีวิต ปลูกฝังจิตสำนึกให้กับพนักงาน รวมทั้งให้พนักงานสามารถทำงานอยู่ในองค์กรนี้ได้อย่างมีความสุข เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงานและลดความต้องการที่จะลาออกค่ะ
"

  " ... เป็นหัวข้อเกี่ยวกับจริยธรรม ศีลธรรม หรือการปรับทัศนคติ โดยจะจัดในวันเสาร์ที่ 10 พ.ค. 51 จึงอยากจะเรียนเชิญอาจารย์มาบรรยายให้ความรู้ในวันดังกล่าว  ไม่ทราบว่าอาจารย์สะดวกหรือไม่ และคิดค่าใช้จ่ายอย่างไรคะ ... "

    ช่างบังเอิญว่า คุณแม่ผมอาการไม่ค่อยดี ผมลงไปร่วมดูแลตั้งแต่วันที่ 2 พค. 51 จนแม่จากไปเมื่อ 5 พค. 51 และ ฌาปนกิจศพในวันที่ 10 พค. 51 ตรงกับวันนัดหมายข้างต้นพอดี  ผมสื่อให้ทางผู้เชิญทราบล่วงหน้า  ตั้งแต่วันแรกที่ไปอยู่กับแม่  บอกให้เชิญวิทยากรอื่นแทน  แต่เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร  เลื่อนไปเป็นเดือน พย. 51 ก็ได้ จนกำหนดเป็น เสาร์ที่ 22 พย.51 ที่จะถึงนี้ครับ

    " ... ขอขอบคุณที่ให้เกียรติติดต่อไป  คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรครับ  เรื่องการพูดคุยเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความคิด และความสุข เป็นเรื่องน่าสนใจเสมอ  ผมก็พอจะมีแนวคิด แนวทางในเรื่องดังกล่าวอยู่บ้าง  ส่วนใหญ่ก็มาจากประสบการณ์ตรง  และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ที่จะได้ Share กันกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง  มีรายละเอียดอย่างไรก็แจ้งไปได้ครับ  เท่าที่ผ่านมาผมไม่เคยกำหนดค่าตัว ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติครับ  ช่วยฟรีก็มีบ่อยๆ  ทำไปด้วยใจอยากทำครับ  ก็ขอให้เป็นไปตามความเหมาะสม พอดี ไม่ตึง ไม่หย่อน ไม่มาก ไม่น้อย เป็นดีที่สุดครับ  ไม่ต้องกังวลเรื่องดังกล่าวมากนัก "

      ... ขอเรียนเชิญอาจารย์ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ “ปรับความคิด เพื่อทำงานอย่างมีความสุข

   หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมผมไม่ปฏิเสธทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่อง "สายตรง" ที่ผมร่ำเรียนมา  คำตอบก็คือว่า "ผมอยากลอง" เพราะ มันเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต  ผมปรารถนาจะไปรับรู้ รับฟัง และแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์กับมิตรใหม่เหล่านั้น และตั้งใจว่าจะทำให้ดีที่สุด 

   แต่ ... ท่านผู้ชมครับ  เวลามีเพียง 2-3 ชั่วโมง  ไม่ใช่ 2-3 วันอย่างที่ควรจะป็น  การจะใช้กิจกรรมที่หลากหลาย  ให้ได้อยู่ ได้พูดคุย และสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขสงบ หรือการค้นพบตัวเอง ฯลฯ นั้น เป็นไปไม่ได้เลย .. เคยไปแหย่ถาม "พระอาจารย์ไร้กรอบ" ไว้ใน Blog แต่เห็นเงียบ ไม่มีคำตอบ  เชื่อว่าเพราะท่านไม่ได้อ่าน ไม่ได้ว่างเข้าไปดูเป็นแน่ .. ผมก็คิดหนักว่าจะบริหารจัดการกับเวลาอันน้อยนิดนี้อย่างไรดี .. คร่าวๆก็ไม่พ้น การแสวงหาคำตอบจากวงสนทนา  ให้เขาได้พูดจาและฟังกันเอง จากกลุ่มเล็ก มาสู่การนำเสนอต่อกลุ่มใหญ่  และผมคงจะพูดอะไรปิดท้ายให้สอดรับกับที่ได้ยินได้ฟัง  เป็นการต่อเติมความรู้ความคิดให้กันเท่าที่สติปัญญาจะเอื้ออำนวย

      ก่อนจบนี่เลยขอกันดื้อๆดังนี้ครับ

      สำหรับท่านที่เสนอแนะอะไรไม่ได้ หรือไม่สะดวก กรุณาตอบคำถาม 2 ข้อนี้หน่อยครับ

  1. อะไรคือความทุกข์ใจ ในชีวิตประจำวัน ของท่าน และสาเหตุอยู่ที่ไหน
  2. ทุกข์ ในหน้าที่การงาน ที่ท่านพบอยู่บ่อยๆได้แก่เรื่องใด มีอะไรเป็นเหตุ

      สำหรับท่านที่เสนอแนะได้ .. ช่วยบอกหน่อยเถอะครับว่า กิจกรรม 2-3 ชั่วโมง ในการพูดคุย เรื่อง ปรับความคิด เพื่อทำงานอย่างมีความสุข ควรเป็นอย่างไร และประเด็นย่อยที่น่าจะตั้งขึ้น ได้แก่อะไรบ้าง

         ไม่โลภหรอกครับ ... แต่ยิ่งได้มากยิ่งดี ... อิ อิ อิ  ... ขอบคุณครับ