ช่วงเย็นของวันนี้มีโอกาสเล่นแบดมินตันกับคนในครอบครัวบนสนามหญ้าหน้าที่พักในมหาวิทยาลัย
ผมไม่ได้เล่นกีฬา หรืออกกำลังกายอย่างที่ควรจะเป็นมาหลายเดือนแล้ว
น้ำหนักตัวค่อย ๆ ขยับขึ้นทีละเล็กทีละน้อย จนเจ้าจุกตั้งชื่อใหม่ให้ผมเรียบร้อยแล้วว่า “อ้วนใหญ่” ส่วนอ้วนเล็กก็หมายถึงตัวแกนั่นแหละ
ภายหลังกีฬาในครอบครัวยุติลง ผมก็ขับหน้าที่พาสองหนุ่มอาบน้ำ ทำการบ้านและอ่านหนังสือพอเป็นพิธี จากนั้นก็เปิดศึกเล่นตำรวจจับผู้ร้ายกันหลายตอน ก่อนจะส่งให้สองเจ้าเข้านอนแบบไม่งอแง และจากนั้นก็ได้เวลาของการหยิบจับหนังสือมาลูบ ๆ คลำ ๆ .. อ่านบ้าง ไม่อ่านบ้าง อันเป็นพฤติกรรมอันถือปฏิบัติเป็นเนืองนิจ
แต่จนแล้วจนรอด ผมก็มีโอกาสได้หยิบหนังสือทำมือของกลุ่มวรรณกรรม “ร้อยแสงจันทร์” ที่มีชื่อว่า “มหาวิทยาลัยของฉัน” ขึ้นมาอ่าน หลังจากซุกเก็บไว้ในหลืบตู้อันรกรุงรังมาเสียนาน
หนังสือที่ว่านี้ เป็นหนังสือบทกวีที่เขียนขึ้นด้วยนักเขียนสมัครเล่นหลายคน ส่วนใหญ่เป็นนิสิตที่เรียนใน “มมส” แต่บางท่านก็จบการศึกษาไปแล้วก็มี
อันที่จริง ผมเองก็อ่านหนังสือเล่มมนี้มาหลายรอบแล้วล่ะ และตั้งใจจะเขียนถึงหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำได้อย่างที่ใจต้องการเสียที
ตราบจนวินาทีนี้ ผมจึงตัดสินใจเลือกบทกวีที่มีชื่อว่า “พ่อแม่และหมู่บ้าน” ของคุณไพโรจน์ อินทชัย (นามปากกา โขงรัก คำไพโรจน์) มากล่าวไว้ในบันทึกนี้ และตั้งใจว่าพรุ่งนี้ตอนเย็นจะนำไปให้นิสิตกลุ่มไหลได้อ่านบ้าง เป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนประชุมกันอย่างไม่เป็นทางการ
บทกวีดังกล่าวนี้, เป็นการตั้งคำถามง่าย ๆ แต่คิดว่าคำตอบที่ต้องตอบนั้นก็คงไม่ง่ายดังใจคิดเสียทีเดียว แต่ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยถ้าบทกวีนี้จะชวนให้คนอ่านได้รู้สึกถึง “ที่มา – ที่ไป” ของตนเองก็ถือว่าเยี่ยมยอดแล้ว ยิ่งนิสิต หากอ่านแล้วเกิดฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้เกี่ยวกับรากเหง้า, จุดยืนในวันนี้ หรือแม้แต่วิถีในวันหน้าของตนเอง – ผมก็ถือว่าเป็นสิ่งอันดีงามอย่างมหาศาลเลยทีเดียว และนี่คือ เรื่องราวอันเป็นบทกวีที่ผมกล่าวถึง
พ่อแม่และหมู่บ้าน
เธอรู้ไหม
เสียงหัวใจใครรอต่อการกลับ
เสียงหัวใจใครรอต่อการนับ
วันเธอรับปริญญากลับมาเรือน
เธอรู้ไหม
เพื่อนเก่าที่เคยใกล้ห่างไกลเพื่อน
ไร้โอกาสเรียนต่อรอการเยือน
ของดาวเดือนดาวรุ่งทุ่งนาเรา
เธอรู้ไหม
เสียงพี่แว่วสดใสไหวเรียกเจ้า
ให้หอบฝันมาหาบ้านนาเฮา
มาเยี่ยมเยือนหยอกเย้าเราอย่างเคย
เธอรู้ไหม
น้องเยาว์วัยตัวน้อยคอยเอื้อนเอ่ย
ว่าหนูตั้งตารอต่องอกเงย
จบแล้วเว้ย ! พี่ข้ามาเป็นครู
เธอรู้ไหม
คือพ่อใหญ่ปู่ย่าพาต่อสู้
พลิกผืนดินแกร่งกร้านผ่านฤดู
ใกล้ร่วงรู้สู่ฝั่งท่านยังรอ
เธอรู้ไหม
เพราะหมู่บ้านการให้กำเนิดก่อ
ให้ฝังรกฝังรากต่อถักทอ
เธอคงรู้แล้วหนอใครรอเธอ
เธอรู้ไหม
ทันสมัยโทรศัพท์นับเหิมเห่อ
สายเดี่ยวเที่ยงพล่านร่านบำเรอ
ดื่มเหล้าพร่ำเพ้อเธอคือใคร
เธอคงเห็น
บางหลืบเร้นหอห้องเสียงร้องไห้
เธอคงรู้เศร้าโศกและโรคภัย
เธอคงเห็นท้องไร้ใครเหลียวแล
เธอคงรู้
ใครเป็นอยู่โก่งคอเสียงป้อแป้
นั่นแหละคือหนุ่มสาวเขาอ่อนแอ
อย่าพ่ายแพ้นะเออตัวเธอเอง
เธอคงรัก
แล้วรู้จักอภัยใช่ข่มเหง
เพราะหมู่บ้านแม่พ่อรอร้องเพลง
คอยบรรเลงคืนสู่เหย้าบ้านเราแล้ว
สวัสดีครับ
• อ่านบันทึกแล้ว เห็นภาพความอบอุ่นในครอบครัว ครับ
• บทกวีที่ได้อ่านเรียบง่าย แต่ลึกซึ้งในถ้อยคำ ครับ
• ขอบคุณที่แวะไปเยือน ครับผม
...............................................................
ฝากคิดถึงอ้วนเล็กด้วย
นักศึกษา มีกิจกรรมที่น่าส่งเสริมดีจังนะคะ
พี่พยายามติดต่อคุณพนัสทาง Tel แต่ติดต่อไม่ได้
ที่จะไปปาย ทีมขอนแก่นมี 4 คนนะคะ
พี่อยากคุยรายละเอียดด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ
+ สวัสดีค่ะ...คุณแผ่นดิน..
+ นานมากนะค่ะ...ที่ไม่ได้เข้ามาทักทายค่ะ...คิดถึงเสมอค่ะ
+ วันนี้แอมแปร์ตามแม่อ๋อยไปดำนาค่ะ
" เธอรู้ไหม
เพราะหมู่บ้านการให้กำเนิดก่อ
ให้ฝังรกฝังรากต่อถักทอ
เธอคงรู้แล้วหนอใครรอเธอ"
เป็นหนังสือที่น่าอ่านมากครับ
บทกวีไพเราะ แสดงถึงความเป็นจริง
น่าจะนำเรื่องราว มาลงบางตอน คงจะดีนะครับ
ไม่พบกันนาน
หวังว่าคงสบายดีนะครับ
ให้มีความสุขกันทั้งครอบครัว
อย่าทำงานหนักนัก
เหนื่อยนักก็พักผ่อน
ยังมีอีกหลายชีวิต
ที่ต้องอาศัยสมอง
สองมือ สองขา
ของอาจารย์
ในการเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี
จึงควรรักษาสุขภาพให้ยั่งยืนนาน
เพื่อจะได้เห็นอนาคตที่ดีงาม
ของพวกเขา ในวันข้างหน้า
ด้วยความห่วงใยเสมอ
จาก เพื่อน ทางอินเตอร์เน็ท
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ น้องแผ่นดิน
-เห็นภาพความสุขในครอบครัว รากฐานที่สำคัญของวชีวิต
-บทกลอนที่สะท้อนให้เห็น เตือนใจให้คิด ถิ่นเกิด
ครูต้อยอยากเห็นหน้าตาหนังสือทำมือจังเลย วันหลังเอาของเด็กๆมาแลกกับของพี่ๆในมหาวิทยาลัยบ้างก็ดี นะคะ
-เชื่อมโยงความรู้ ความคิด กันด้วยหนังสือ
-ขอบคุณค่ะ ขอให้มีสุขภาถกายใจ แข็งแรงสมบูรณ์ค่ะ
มาอ่าน บทกวี ไพเราะ เปี่ยมความหมาย ค่ะ
สวัสดีค่ะ
* เข้ามารับอารมณ์กวีค่ะ
* ลูกชายเคยซื้อไปฝากแม่เล่มหนึ่งค่ะ
* ผู้เขียนถ่ายทอดและสะท้อนสังคมนักศึกษาในมุมมองที่มืดมิดได้แจ่มแจ้งนัก
ได้แต่เข้ามาอ่าน แต่ไม่ได้ทักทาย อักษรสัมผัสอารมณ์ เหมือนเดิมครับ
ทราบข่าวว่าจะไปจิตอาสาที่ปายเหรอคะ
กลับมาคงมีเรื่องเล่าขาน บทกวี และลำนำ มาเล่าสู่กันฟัง
เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ...