ความหวัง(ที่เลือนราง)ของ " พ่อ"
ราสส์ กิโลหก
คืนนี้ดึกมากแล้ว ตี 2 กว่าๆ สมชัยนอนไม่หลับ ทั้งๆที่ปกติธรรมดาเวลาไม่เกิน 4 ทุ่มตาม ประสาคนวัย 56 ปีอย่างเขาต้องเข้านอนและหลับอย่างมีความสุข
สมชัยนั่งทอดอารมณ์อยู่บนเก้าอี้โยก ที่ชั้นบนของตัวบ้าน ตรงบริเวณ เรือนชานนอกบ้านซึ่งรอบๆด้านไม่มีอะไรกั้น มองเห็นบริเวณรอบๆข้างบ้านได้รอบตัว หันมองไปทางไหนมีแต่ความมืดและเงียบ ใช่ ซิ ! เวลานี้มันตี 2 แล้วไม่ใช่ 2 ทุ่ม ชาวบ้านชาวช่องเค้าคงเข้านอนหลับใหลกันอย่างสบายไปแล้ว ไม่มานั่งเป็นคนมีทุกข์อย่างเรา
ด้านนอกเงียบสงัด ทำให้หูได้ยินเสียงน้ำค้างที่หล่นใส่หลังคาสังกะสี ดังแหมะๆ เป็นช่วงๆเป็นระยะๆสม่ำเสมออย่างน่าแปลกใจ อากาศเย็นสบายลมพัดเอื่อยๆต่างกับตอนกลางวันที่ร้อนจนหงุดหงิด เค้าว่าคนเราถ้าอยู่ในความเงียบ สมองจะผ่อนคลาย ปลอดโปร่งโล่งสบาย นั่นคงเป็นในกรณีที่ไม่มีอะไรรกอยู่ในสมอง แต่กับสมชัย สมองของเค้ามีขยะรกเต็มไปหมดจนทำให้เขานอนไม่หลับ จนต้องออกมานั่งหงอยๆ ขณะกำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ
"แง๊วๆๆๆๆๆ...ง๊าวๆๆๆๆๆ" เสียงแมวครางใส่กัน มาจากหลังคาบ้านใกล้ๆ ตามมาด้วยเสียง ฟัดกันอุตลุดของเจ้าสัตว์หน้าขนสองตัว กลิ้งไปกลิ้งมา อยู่บนหลังคาซึ่งเป็นสังกะสี ดังโครมครามทำลายความเงียบ มันเป็นเสียงที่ทำลายบรรยากาศเสียจริงๆ จนพักใหญ่ๆจึงเงียบหายไป....สมองของสมชัยเบาลงไป ทำให้เขาหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าของวันนี้..
" ฮัลโหล !ๆๆ หน่องๆ ไปลงทะเบียนเรียนหรือ ยัง ! จะครบกำหนดแล้วนะ ! ไปลงสายเดี๋ยวจะถูกปรับ"
"เอาเถอะน่า พ่ออย่ามายุ่งมากนักเลย เดี๋ยวจะไปจัดการเอง ผมรู้น่าว่าจะไปลงเมื่อไหร่ !" เสียงเจ้าหน่อง งัวเงียเหมือนคนยังนอนไม่เต็มอิ่ม แสดงอาการรำคาญ..
" ก็ได้ๆๆๆๆอย่าลืม ! แล้วกัน พ่อเป็นห่วง" สมชัย พูดเสียงอ่อยๆ พลางนึกในใจว่า นี่มันเทอมที่ 12 แล้วนะหน่องเอ๊ย ! เวรกรรมจริงๆ ธรรมดาเขาเรียนกัน 4 ปีหรือ 8 เทอม เขาคิดแบบตลกร้ายว่าเจ้าหน่องมันคงจะเรียนให้ครบ 8 ปีมั๊ง ! สงสัยคงจะรักสถาบันนี้มาก แต่ก็ไม่กล้าว่าอะไรลูกเพราะลูกไม่กลัวพ่อ.! เป็นซะงั๊น !
สมชัยหวนกลับไปเมื่ออดีตที่ผ่านมา เขา กับ อมรา คู่ชีวิต มีลูกเพียงคนเดียวคือเจ้าหน่อง สมชัยเป็นข้าราชการประจำสำนักงานแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด มีฐานะปานกลาง ถึงยากจน ตามประสาข้าราชการชั้นผู้น้อยทั่วๆไป ส่วนอมราไม่มีอาชีพประจำ รับจ้างเล็กๆน้อยๆ
อมราคลอดเจ้าหน่อง เมื่อเธอมีอายุ 30 กว่าๆ ตอนเด็กๆเจ้าหน่อง เป็นเด็กฉลาดน่ารัก ตัวขาวๆแก้มยุ้ยเหมือนผู้หญิง เลี้ยงง่าย ที่สำคัญเรียนเก่ง มีความรับผิดชอบสูง ในสมุดรายงานของครูประจำชั้นที่ส่งถึงผู้ปกครอง จะมีแต่คำว่า " หัวดี เรียนเก่ง ตั้งใจเรียน มีความรับผิดชอบดี" ทำให้สมชัยภูมิใจกับลูกคนนี้มาก ไปที่ไหนหากมีการพูดถึงเรื่องลูกๆกัน เขาจะคุยได้เป็นวันๆ
ไม่มีปัญหาสำหรับสถานที่เรียนในจังหวัดบ้านเกิด ไม่ว่าจะไปสอบที่ไหนชั้นไหน เจ้าหน่องสอบทะลุผ่านเข้าไปได้หมด จนเรียนถึงชั้นสูงสุดของโรงเรียนประจำจังหวัด คือชั้น ม.6/1 ซึ่งเป็นห้องที่คัดไว้สำหรับเด็กที่เก่งที่สุดของโรงเรียน
เจ้าหน่อง จบชั้นสูงสุดของโรงเรียนด้วยเกรดเฉลี่ย 3.85 ในการสอบเอนทรานส์ เพื่อเก็บคะแนนในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยนั้น ผล คะแนนที่สอบแต่ละวิชาได้ไม่ต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์แต่บางวิชาเช่นฟิสิกส์ และคณิตศาตร์ได้คะแนนสูง ถึง 80 ใน 100 คะแนน(เป็นการคัดเลือกแบบเก่า เมื่อ พ.ศ.2544)
เมื่อถึงกำหนดที่ทบวงมหาวิทยาลัยฯเปิดให้ส่งคะแนนเพื่อคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย..
" พ่อ ! หน่อง จะเลือก คณะวิศวะฯเป็นอันดับหนึ่ง จะเลือกอันดับเดียวเพราะคะแนนเกินจากขั้นต่ำของปีที่แล้วมาก ติดแน่นอน" เขาคุยกับสมชัยผู้เป็น พ่อ
" แต่ พ่อว่า วิศวะฯ คนเรียนกันแยะ เอาคณะสัตว์แพทย์ไม่ดีกว่า หรือ ?" สมชัยคิดเข้าข้างตัวเอง เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ทำงานส่วนตัวได้ ( ซึ่งความคิดแบบนี้ได้ก่อให้เกิดปัญหากับเด็กโดยคาดไม่ถึงในอนาคต)
" สัตว์แพทย์ ก็สัตว์แพทย์" เจ้าหน่อง ไม่พูดอะไรมาก
ในวันประกาศผลเอนทรานส์ มีเพียงสมชัยที่เฝ้าติดตามลุ้นจากการประกาศของทบวงฯด้วยความตื่นเต้น ซึ่งจะประกาศผลฯทางอินเตอร์เนต ผิดกับเจ้าหน่อง ไม่ค่อยสนใจผลการคัดเลือก ถึงเวลาที่จะประกาศผลฯแล้ว มันยังไปเล่นฟุตบอลที่สนามกีฬาไม่รับรู้หรือสนใจ ช่างแตกต่างกับคนอื่นๆทั่วประเทศที่ใจจดใจจ่อกับผลการคัดเลือกนับเป็นแสนๆคน
เมื่อถึงเวลาที่ทบวงฯประกาศว่าให้ตรวจสอบผลการคัดเลือกได้แล้ว สมชัยเอาเลขประจำตัวสอบ และรหัสนักเรียนของเจ้า หน่อง ใส่ข้อมูลเข้าไปในเว๊ปฯที่เกี่ยวข้องกับการประกาศผล
" อมรา ! มาดูนี่เร็วๆ เจ้าหน่องมีชื่อติดคณะสัตว์แพทย์แล้ว" สมชัยกระโดดขึ้นยืนร้องตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ ของคอมพิวเตอร์. พวกเขา ดีใจกันสุดๆเพราะลูกได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว คณะยอดฮิต ซะ ด้วย
สมชัยหน้าบานเป็นกระด้ง เพราะที่ผ่านมาญาติพี่น้องของเขาไม่เคยมีใครได้เรียน จนจบปริญญาในมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาก่อน ไม่ว่าเจอใครที่ไหน เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียง เขาจะคุยแต่เรื่องที่ลูกชายสามารถสอบติดมหาวิทยาลัย.. แบบไม่รู้จักจบจักเบื่อ
เนื่องจากเป็นคนต่างจังหวัด จึงต้องหาเช่าหอที่พัก เพื่อให้เจ้าหน่องได้พักอาศัยในระหว่างการเรียนหนังสือ ความที่เจ้าหน่องเป็นเด็กเรียบร้อยและเรียนเก่ง พ่อ-แม่จึงไม่หนักใจในเรื่องการเรียน มีหน้าที่เพียงหาเงินค่าใช่จ่ายส่งไปให้ลูกชายในแต่ละเดือนเท่านั้น
เรียนไปได้ประมาณ เกือบๆ 5 เดือนใกล้จะมีการสอบปลายภาค ..
วันหนึ่งเจ้าหน่องโทรศัพท์มาหาพ่อ
" พ่อ !ๆๆ ผมไม่อยากเรียนคณะนี้แล้ว เบื่อ มีแต่นั่งนับกระดูกสัตว์ เดี๋ยวจะขอลาออก ปีหน้าจะยื่นคะแนน เอนฯใหม่ จะเลือก วิศวะฯ เสาร์นี้พ่อเอารถมาขนของที่หอด้วย " เจ้าหน่องโทรฯ มาหาสมชัยผู้เป็นพ่อ..
สมชัยและอมรา พูดอะไรไม่ออก เพราะไม่รู้จะทำยังไง ?
ต้องไปขนของจากหอพักกลับมาที่บ้านต่างจังหวัด เพราะไม่รู้จะอยู่ต่อให้เสียค่าเช่าทำไม กว่าจะยื่นคะแนนเอนฯครั้งใหม่ ต้องรออีกนานเป็นช่วงปลายๆภาคเรียน ระยะเวลาเกือบ 6 เดือน
สมชัยเสียหน้าและเสียความรู้สึกมากพอสมควร เพราะชาวบ้านถามว่าขนของกลับมาทำไมไม่เรียนหนังสือแล้วหรือ ? บางคนคิดไกลไปถึงว่าถูกมหาวิทยาลัย รีไทร์ออกมา
จะทำอะไรหรือพูดว่ากล่าวลูกก็ไม่ได้ เพราะ ตั้งแต่เลี้ยงลูกมาไม่เคยดุด่าหรือตีลูก ได้แต่เก็บความรู้สึกที่ปวดร้าวไว้ในใจ
คนอื่นๆรุ่นเดียวกันที่สอบติดตามมหาวิทยาลัยต่างๆเค้าเรียนหนังสือกันโครมๆ แต่เจ้าหน่องนั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านเพื่อรอเวลา..
เมื่อถึงกำหนดเวลาที่ทางทบวงฯเปิดให้เข้าคัดเลือกในปีการศึกษาใหม่
เจ้าหน่องยื่นคะแนนเพื่อเอนทรานส์ครั้งใหม่..เป็นครั้งที่ 2 ในปีการศึกษาใหม่ คราวนี้เลือกคณะ วิศวะฯตามความตั้งใจเดิม.
ก็เหมือนหนังม้วนเดิม สมชัยตื่นเต้นมากกว่าลูก คอยตามลุ้นผลเอนทรานส์ด้วยความตั้งใจ..และก็สมความตั้งใจ คือคราวนี้ติดคณะวิศวะฯในสถาบันยอดนิยมซึ่งมหาวิทยาลัยนี้คะแนนสูงที่สุด เพราะคนเลือกกันมาก ถือว่าเป็น มหาวิทยาลัย ยอดนิยมของประเทศ
และแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 5 เดือนผ่านไป
กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆ.....
สมชัยเดินมารับโทรศัพท์ " พ่อๆๆๆ ผมจะขอลาออก แล้วนะ เรียนไม่รู้เรื่อง ปีหน้าเอนท์ฯใหม่ ไปสอบสายศิลป์ดีกว่า เสาร์นี้ พ่อเอารถมาขนของที่หอ ด้วย" สมชัยปวดหัวแทบระเบิด ใจหวิวๆจะเป็นลม
เจ้าหน่องกลับมาอยู่บ้านแบบไม่ทุกข์ร้อนใจอะไร เย็นมาก็ออกไปเตะฟุตบอลที่สนามกีฬาจังหวัด แต่สำหรับสมชัยผู้เป็น พ่อ โรคประสาทกำลังเริ่มก่อตัว เพราะไปคุยเรื่องของลูกกับคนอื่นๆเอาไว้มาก สายตาชาวบ้านก็เริ่มมองแบบสงสัย..
เมื่อทบวงฯเปิดให้ยื่นคะแนนในปีการศึกษาใหม่ สำหรับเจ้าหน่องคราวนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วเพราะตามระเบียบของทางการสามารถยื่นคะแนนได้ 3 ครั้ง
เหมือน 2 ปีที่ผ่านมา สมชัยกระโดดโลดเต้นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ลืมความทุกข์ที่สุมอยู่ในหัวถึง 2 ปี คราวนี้เจ้าหน่องติดคณะบัญชีในมหาวิทยาลัยยอดนิยมเช่นกัน
สมชัยจดเลขประจำตัวนิสิต และรหัสผ่าน ของเจ้าหน่องไว้เป็นอย่างดี เพราะจะเป็นประตูเข้าไปดูการเคลื่อนไหวในการเรียนในมหาวิทยาลัยของเจ้าหน่อง ซึ่งเป็นเว๊ปฯของสำนักทะเบียนและประมวลผลของมหาวิทยาลัย
6 เดือนผ่านไปไม่มีเสียงโทรมา เหมือนเคย จนครบ 2 เทอม คือ 1 ปี สมชัยค่อยยิ้มออก เสียเวลาไป 2 ปีชั่งมันขอให้จบก็แล้วกัน
ปีที่ 2 ผ่านไปไม่มีเหตุการณ์อะไร ปีนี้พวกเพื่อนๆที่เรียนมัธยมด้วยกันกับเจ้าหน่อง ต่างจบปริญญาตรีกันแล้ว เมื่อพวกเขาแวะมาคุยกับเจ้าหน่องที่บ้าน ต่างคุยกันถึงสถานที่จะไปสอบเข้าทำงาน งานราชการบ้าง บริษัทใหญ่ๆที่มีชื่อเสียงบ้าง หน้าตาทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะพวกเขามาถึงเป้าหมายที่ต้องการแล้วหลังจากที่ร่ำเรียนกันมาตั้งแต่อนุบาล เจ้าหน่องก็ผสมโรงก็คุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนานหน้าตาเฉย แต่สำหรับสมชัยน้ำตาตกใน ได้แต่หน้าชื่นอกตรม เขาอวยพรให้เพื่อนๆของลูกประสบความสำเร็จในการทำงาน
ปีที่ 3 ผลการเรียนเจ้าหน่องลุ่มๆดอนๆ เริ่มติด โปรฯ(วิทยาทัณฑ์) มีติด เอฟมาให้เห็น บางครั้งช่วงลงทะเบียนลงไป 6 วิชาพอสอบกลางเทอมไปแล้ว ก็ไปถอนออก เหลือแค่ 4 วิชา ผลสอบปลายภาค เกรดออกมาเฉลี่ยไม่ถึง 2 อีกแล้ว ติด โปรฯ อีก
ขึ้นปีที่ 4 ..
" หน่องเอ๊ย ! ปีนี้จะจบหรือเปล่า ?" สมชัยถามกับเจ้าหน่องเสียง แทบไม่เป็นภาษามนุษย์
"เอาเถอะน่า ! จบๆๆๆ" ตอบแบบรำคาญ
สมชัยนึกในใจเซ็งๆ ใครเป็น พ่อเป็นลูกกัน เนี่ยๆๆๆ เขาหวนคิดถึงเจ้าหน่องตอนเด็กๆมันน่ารัก ว่านอนสอนง่าย พูดหยอกล้อกับพ่ออย่างมีความสุขตาม ภาษาพ่อๆลูกๆ เรื่องการเล่าเรียนไม่ต้องไปบังคับไปสอน เพราะเด็กคนนี้มีความรับผิดชอบดีมาก พวกเพื่อนๆที่คบก็มีแต่พวกเรียนเก่งๆเหมือนกัน หากมีการแข่งขันในด้านวิชาการต่างๆเจ้าหน่องมักได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนโรงเรียนเป็นประจำ มันทำชื่อเสียงให้กับโรงเรียนก็แยะ ชื่อขึ้นบอร์ดในโรงเรียนบ่อยๆ สมชัยยิ้มแห้งๆกับการหวนนึกถึงอดีต
อาจารย์ที่ปรึกษาเคยโทรมาหาสมชัย และคุยให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องเจ้าหน่อง ทำนองว่าไม่ค่อยเข้าเรียน โดดร่มประจำไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร อาจารย์บอกว่าสมองก็ไม่ใช่ โง่เง่าเต่าตุ่นอะไร แต่ทำไม่ถึงไม่อยากเรียน หาเหตุผลไม่เจอ สมชัยก็หาเหตุผลไม่เจอเหมือนกัน...ปวดหัว..
หลังจากโทรไปเตือนเจ้าหน่องให้ไปลงทะเบียนเมื่อหลายวันก่อน สมชัยเปิดเว๊บฯเข้าไปดูผลการลงทะเบียนของเจ้าหน่อง พอเห็นก็ได้แต่ส่ายหน้า เพราะมันลงแค่วิชาเดียว 3 หน่วยกิต เรียนทั้งเทอมแค่วิชาเดียว ทั้งที่ เหลืออีก 9 หน่วยกิตก็จะครบ 145 หน่วยกิตครบตามหลักสูตรปริญญาตรี ทำไม ???..และทำไม ไม่ลงให้หมด......โอ๊ย..ปวดหัว
ความหวังที่เต็มเปี่ยม และใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปิติของสมชัยเมื่อ 7 ปีก่อน มันค่อยๆเหือดแห้งลงเหมือนดอกไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉาเพราะบานมาเต็มที่แล้ว...
คำถามจากคนที่รู้จักกันที่สมชัยเกลียดที่สุดคือ " ลูกชายคนเก่ง จบหรือยัง?"
ความหวังอันสูงส่งของเขากำลังเลือนราง..ลงไปเรื่อยๆ....จากความหวัง..กลายเป็นการรอคอย..!!!!