พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่

 

 

 

านรำลึก ๑๐๐ ปี พระบรมรูปทรงม้า

          นับย้อนไปเมื่อวันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๔๕๑  รูปหล่อพระบรมรูปทรงม้า ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเดินทางจากประเทศฝรั่งเศส  .ซึ่งเป็นสถานที่หล่อพระบรมรูป มาถึงเมืองไทย อันเป็นเวลาพอดีกับงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกเนื่องในโอกาสเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ๘๐ ปี เจ้าพนักงานได้อัญเชิญพระบรมรูปทรงม้าขึ้นประดิษฐานบนแท่นรองหน้าพระราชวังดุสิตโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปทรงทำพิธีเปิดด้วยพระองค์เอง

 

          ในปีนี้คือ พ.ศ. ๒๕๕๑ นับได้ว่า เป็นเวลาครบ ๑ ศตวรรษ หรือ ๑๐๐ ปี ที่ปวงชนชาวไทยได้มีโอกาสได้ร่วมสักการะพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งถือเป็นพระบรมราชานุสรณ์ของรัชกาลที่ ๕  ดังนั้นในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อร่วมถวายสักการะและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อปวงพสกนิกชาวไทยในหลากหลายด้านอย่างเอนกอนันต์  มูลนิธิโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติผ่านดาวเทียม จังได้จัดงานรำลึกถึงโอกาสที่ครบรอบ  ๑๐๐ ปี พระบรมรูปทรงม้าภายใต้ชื่อ “งานรำลึกครบ  ๑๐๐ ปี พระบรมรูปทรงม้า”

 

กิจกรรมที่ ๑  :  พระบารมีเกริกหล้า

          นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใต้แนวคิด  “ปิยมหาราช กษัตราในดวงใจ” พระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงปกป้องคุ้มครองแผ่นดินและพัฒนาบ้านเมืองเพื่อนำพาประเทศไทยสู่ความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยประเทศ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาประเทศชาติ ประกอบด้วย ๔ ส่วนนิทรรสการหลัก ได้แก่

 

ส่วนที่ ๑  พระราชประวัติ

ส่วนที่ ๒  เบิกฟ้า  วัฒนาสยามประเทศ ประกอบด้วยพระราชกรณียกิจด้านการคมนาคม การสื่อสาร

ด้านสังคม การเลิกทาส ด้านสาธารณูปโภคด้านการเมืองการปกครอง สาธารณสุข  เศรษฐกิจ การคลัง การยุติธรรม การศึกษา กฎหมาย และศาล ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวด้วยการฉายภาพผ่านม่านน้ำ

ส่วนที่ ๓  ตามรอยพระบาท  เสด็จประพาสสมานไมตรี  ทั้งการเสด็จประพาสต่างประเทศ และเสด็จประพาสต้น

ส่วนที่ ๔  พระบรมรูปทรงม้า พระบรมราชนุสรณ์แห่งความภักดี  โดยร่วมย้อนภาพความทรงจำในอดีตกว่า ๑ ศตวรรษในนิทรรศการที่คุณจะได้สัมผัสภาพประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ ๑๐๐ ปี ครั้งเมื่ออัญเชิญพระบรมรูปทรงม้าขึ้นประดิษฐาน บนแท่นรองหน้าพระราชวังดุสิตโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จไปทรงทำพิธีเปิดด้วยพระองค์เองนั้น คนไทยในยุคปัจจุบันอาจไม่เคยมีโอกาสได้เห็นแต่วันนี้ภาพประวัติศาสตร์เมื่อครั้นนั้น จะย้อนกลับมาอีกครั้ง

 

กิจกรรมที่  :  ปวงประชาเกษมศานต์

          ย้อนอดีตชื่นชมวิถีไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕  เนื่องในงานนิวัติพระนครด้วยการเนรมิตตลาดพระนครย้อนยุคกว่า  ๑๐๐  ปี มาอยู่ ณ บริเวณโดยรอบสวนอัมพร ทั้งตลาดบกและน้ำตลาด บริเวณสระน้ำหน้าอาคารใหม่สวนอัมพร ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้สัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุค และสร้างสีสันด้วยการแต่งชุดไทยของแม่ค้าร้านตลาดในสมัยรัชกาลที่ ๕ ให้ได้จับจ่ายอย่างเพลิดเพลิน พร้อมด้วยบริการรถลากชมตลาด ชิม และเลือกซื้ออาหาร ขนมไทยกว่า ๑๐๐ ปี ภายในงานรำลึกฯ โดยผู้เข้าร่วมประกวดสมารถลงทะเบียน เพื่อเข้าแข่งขั้น และส่งภาพเข้าประกวดภายในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายนนี้ ที่บริเวณสวนอัมพร และตัดสินผู้ชนะเพื่อรับเหรียญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงม้าครบ ๑๐๐ ปี รวมเงิน รางวัลกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยจะทำการตัดสินในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และนำมาจัดแสดงที่บอร์ดนิทรรศการในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑