อ่านนิตยสารธรรมะใกล้ตัวฉบับที่ ๕๕ ประจำวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ก็มีข้อความที่น่าสนใจนำมาฝากอีก
...สมัยพุทธกาล ในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ทุกเรื่องของชีวิตแบบรวดเร็วกระชับฉับไวอย่างสมัยนี้ กว่าจะมีโอกาสได้ฟังธรรมจากพระโอษฐ์ หรือแม้แต่พระธรรมเทศนา โดยพระอรหันตสาวกของพระพุทธเจ้า แค่เพียงสักครั้ง คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้เกิดสนใจใคร่ศรัทธา แต่กว่าจะรู้ว่าพระพุทธองค์จะเสด็จไปที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร กว่าจะได้ทราบข่าวคราว ยิ่งหากอยู่เมืองไกล กว่าจะข้ามเมืองเพื่อไปพบพระองค์ท่านก็คงต้องใช้เวลาเดินทางฝ่าแดดฝ่าลมกันเป็นแรมเดือน
ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่ถ้าอยากฟังเทศน์ฟังธรรมจากครูบาอาจารย์ เข้าเว็บแป๊บเดียวก็รู้ข่าวคราวของท่าน ฟอร์เวิร์ดเมล์แป๊บเดียวก็รู้ถึงกันจะเดินทางไปไหนใกล้ไกล ก็มีทั้งเครื่องบิน รถทัวร์ ทางด่วน มอเตอร์เวย์ ฯลฯแสนสะดวกสบาย ชนิดเดินทางข้ามจังหวัด ข้ามภูมิภาค แบบไปเช้าเย็นกลับก็ยังไหว
สมัยก่อน พระสาวกท่านพากันไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า ครั้งหนึ่งถึง ๑,๒๕๐ รูป พระพุทธเจ้าท่านเทศน์อย่างไรให้ได้ยินโดยทั่วกันหนอ หรือความสัปปายะของป่าเขานั้น จะเงียบพอที่จะได้ยินทั่วถึงกันแม้แถวที่นั่งไกลที่สุด
แต่เดี๋ยวนี้มีไมโครโฟน เครื่องเสียง และระบบการถ่ายทอดที่ดีเยี่ยม ครูบาอาจารย์ท่านก็ได้ถนอมเสียง ญาติโยมที่อยู่โดยรอบก็ได้ยินชัดเจนทั่วกัน ขนาดอยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างประเทศ ยังส่งคำถามเข้ามาถามกันสด ๆ กันได้เลยค่ะ ยิ่งกว่านั้น ยุคนี้ยังมีซีดีบันทึกเสียงเทศน์ไว้ให้ฟังกัน แบบฟังซ้ำได้รอบแล้วรอบเล่า ไม่ต้องคอยจดคอยจำ แล้วนำกลับมาบันทึกสืบทอดต่อกันลงในใบลาน จะสำเนาแจกจ่ายเป็นธรรมทาน ก็เผยแผ่ไปได้ไม่สิ้นสุด ด้วยต้นทุนต่อแผ่นไม่กี่บาท
นึกอย่างนี้แล้ว รู้สึกเหมือนกันว่า เราเป็นมนุษย์ ผู้ได้พบพุทธศาสนา
ที่เกิดมาในยุคไอซีที่ "โชคดี" มากที่สุดยุคหนึ่งจริง ๆ
จนทำให้หลายครั้ง เราลืมความลำบากของวิถีชีวิตสมัยก่อน และเห็นความสะดวกสบายทั้งปวงที่มีอยู่รอบตัววันนี้เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ทันได้ตระหนักถึงคุณค่าของการที่ครูบาอาจารย์ท่าน อุตส่าห์เมตตาเหนื่อยสอนให้โดยไม่คิดแม้มูลค่าตอบแทนใด ๆ เราอาจลืมไปถึงความตั้งใจ ความเสียสละกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ ของผู้ที่สร้างสะพานหรือทางลัด ให้คนยุคเราเข้าถึงธรรมที่แท้ได้ง่ายขึ้น
หลวงพ่อปราโมทย์ ท่านเคยกล่าวว่า
"ยุคนี้หญ้ามาถึงปากควาย ควายยังไม่ค่อยยอมกินหญ้าเลย แทบจะต้องอ้อนวอนลูกศิษย์
ต้องเชียร์ ต้องให้กำลังใจ ต้องปลอบกัน”
สมัยนี้เทคโนโลยีก้าวไกล แต่ทำไมคนเข้าถึงธรรมะน้อยจัง..
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
เล็ก..ภัทรานิษฐ์ · 16 พ.ย. 2551
Dr.mayurachat · 16 พ.ย. 2551
เทียนขาว · 16 พ.ย. 2551
อมร ไกรเทพ · 16 พ.ย. 2551
@..สายธาร..@ · 16 พ.ย. 2551
พลเดช วรฉัตร · 16 พ.ย. 2551
การพัฒนาด้านวัตถุ มีมากมาย และเจริญอย่างรวดเร็ว
การพัฒนาจิตใจ...บางครั้ง อาจดูเหมือน ถูกละเลยไป
ขอบคุณค่ะ
แวะมาเรียนรู้ค่ะ
ขอท่านสุขภาพแข็งแรง
มีแต่สิ่งดีๆในทุกๆวัน
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
ในยุคไอซีที..คนส่วนใหญ่ลืมพุทธศาสนา
สังเกตเด็กๆ..แทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการไปทำบุญที่วัดเป็นเช่นไร
ถ้าเด็กรุ่นนี้ผู้ใหญ่ไม่ได้ปลูกฝังเขาไว้..อนาคตข้างหน้าพุทธศาสนาจะต้องถูกลืมแน่ๆ
อย่าว่าแต่เด็กเลย..ผู้ใหญ่ก็เถอะ..นึกถึงตัวเองทำงานทุกวันจนแทบจะไม่มีเวลาทำบุญที่วัด..ถ้าไม่ใช่เทศกาลงานสำคัญ..แต่ก็ระลึกเสมอว่าเราโชคดีที่ได้มีพุทธศาสนา
ควบคู่ไปกับไอซีที..เหมือนที่ท่านอาจารย์ว่านะคะ
สวัสดีค่ะ
มาน้อมรับความคิดดี ๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ
หากเราใช้เทคโนโลยีควบคู่ไปกับธัมมะ ในทางที่ถูกที่ควรก็ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วงมั้งค่ะ ..