มีใครบ้างที่ไปลอยกระทงตอน 4 โมงเย็น...คงมีแต่ป้าตุ่นนี่แหละ...มะ ตามป้าไปเที่ยวกัน

เช้าวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันนี้เป็นวันลอยกระทงค่ะ น้องๆ ที่ทำงานพูดแซวกันว่า สาวๆ มีนัดลอยกระทงกับใคร ใครๆ จะไปเป็นนางนพมาศ หรือเชิญชวนให้ลอยกระทงออนไลน์เพราะกลัวว่าพี่ๆ ไม่มีใครชวน  สำหรับวันนี้เราเองก็ไม่มีหนุ่มคนไหนมาชวนไปลอยกระทง....แต่เรามีนัดพิเศษกว่านั้น ด้วยนัดน้องหน่อย...กะน้องอ้อม แถมด้วยน้องบีอีกคน  นัดกันไปเก็บภาพบรรยากาศแห่งความสนุกสนานที่บึงศรีฐาน พวกเราจึงรอคอยเวลา 16.30 น. อย่างใจจดใจ่อเพื่อจะเริ่มทำกิจกรรมร่วมกัน

 

ึงศรีฐานป็นบึงขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น อยู่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยฝั่งถนนมลิวัลย์ มีการจัดงานประเพณีลอยกระทงเป็นประจำทุกปี โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนคณะวิชาต่างๆ จัดส่งขบวนแห่และนางนพมาศเข้าประกวด...เอ๋...ตอนป้าเป็นศิษย์เก่าไม่ยักมีใครมาเชิญไปเป็นนางกระทงเลย

 

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นถึงการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย...มีการถ่ายทอดวัฒนธรรมผ่านการละเล่นต่างๆ  เช่น การแสดงของวงดนตรีประเภทหมอลำลูกทุ่ง การแสดงประกอบขบวนแห่ เป็นต้น น้องๆ เยาวชนได้มีเวทีของการแสดงออก การทำงานเป็นทีม บางคณะก็มาออกร้านจำหน่ายกระทง...สวยนะคะฝีมือเด็กๆ แล้วราคาไม่แพงด้วย บางคณะก็ออกร้านทำกิจกรรมต่างๆ  (หาประสบการณ์...และหาเงิน) ได้แก่ โยนห่วง, ปาเป้า, หนูลงรู, มหาวิทยาลัย ก-ไก่...อิอิน่าสนุก...เคยเล่นมั๊ยอ่ะ  ป้าตุ่นเล่นเกมเป้าปาลูกโป่งเอาตุ๊กตา  กลัวเสียงลูกโป่งแตกก็กลัว แต่อยากได้ตุ๊กตาแรง...หมดไปหลายบาทเหมือนกัน... หากปาลูกโป่งแตก 7 ลูก เลือกตุ๊กตาได้ทั้งร้าน หากไม่ครบรับไปเล้ย โก๋แก่  เช่นเดียวกับน้องอ้อม....กินโก๋แก่กันซะพุงกาง

 

รรยากาศวันนี้เด็กๆ คงสนุก หนุ่มสาวๆ ก็สนุก...คนแก่ๆ อย่างป้าก็สนุก ด้วยการย้อนวัย...เครื่องเล่นพวกม้าหมุน ชิงช้าสวรรค์ ทำให้หวนคิดถึงความทรงจำในวัยเยาว์ ผู้คนแต่งตัวสวยงามเสริมบรรยากาศได้ดีนักแล ร้านรวงที่มาออกร้านจำหน่ายภายใต้แสงไฟ ทำให้ถนนจากประตูศรีฐานดูพิเศษกว่าทุกวัน  สินค้าดูน่าซื้อมั่กมาก จนสาวๆ ที่ไปด้วยกันใจอ่อน ได้แว่นตามาคนละอัน น้องหน่อยได้ตุ้มหูมาสัก 3 คู่ละมั้ง พร้อมด้วยของกินมีสารพัด   เช่น ขนมถังแตก  ขนมปังปิ้ง บ๊ะจ่าง  ปลาหมึกย่าง เหล้าพื้นเมือง  ข้าวจี่ (ของแท้ต้องไม่ใช้ข้าวเหนียวมูล) ทอดมัน แหนมปลากราย...น่าอร่อยทั้งนั้น...

 

ีนี้แม่ค้ากระทงอาจจะได้รายได้น้อยกว่าทุกปี เพราะสื่อรณรงค์ให้ 1 ครอบครัวลอยกระทง 1 อัน น่าจะเป็นการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมได้....ย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 10 ปี ก็โหมรณรงค์ให้เปลี่ยนจากการใช้กระทงโฟม มาเป็นกระทงใบตองหรือผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ...ในอนาคตรัฐอาจต้องรณรงค์การลอยกระทงแบบออนไลน์ก็ได้ใครจะรู้  เล่าเรื่องมาทั้งหมด สรุปว่าป้าก้อไม่ได้ลอยกระทง ด้วยว่าไม่มีชายหนุ่มมาชวนนี่นา.. ณ ปัจจุบันวิถีแห่งการลอยกระทงอาจเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตบ้าง แต่ยังเป็นประเพณีที่ดีงาม สิ่งที่ทำรูปแบบของการลอยกระทงเปลี่ยนแปลงไปอาจจะมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรก้อได้ สมัยก่อนลอยยังงัยก้อไม่เต็มแม่น้ำ ....

นด้านความเชื่อ เดิมเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการขออภัยแก่พระแม่คงคา...วันนี้หากครอบครัวลอยด้วยกระทงเพียงอันเดียว  แต่ตลอดทั้งปี...ไม่ทิ้งสิ่งของลงแม่น้ำ ไม่เทน้ำมันที่ใช้แล้วในครัวเรือนทิ้งปนไปกับท่อน้ำทิ้ง โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงแหล่งน้ำ และทุกคนใช้น้ำอย่างเห็นคุณค่า...ก็นับว่าได้ขอขมาแก่พระแม่คงคาแล้ว...ในความเชื่อยังเชื่ออีกว่า เป็นการปล่อยทุกข์ ลอยเคราะห์...อาจจะมีผลทางใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วเคราะห์และทุกข์นั้นย่อมเป็นสิ่งมาจากการกระทำที่เรียกว่า กรรม หากแต่ผู้คนประพฤติตนในศีลในธรรม ย่อมทำให้ทุกข์และเคราะห์เบาบางลงได้ แม้ว่ารายละเอียดเล็กๆ จะเปลี่ยนไป  แต่งานลอยกระทงเป็นบรรยากาศของความสนุกสนาน (Festival) เป็นโอกาสที่จะสร้างความทรงจำที่ดีและสัมพันธภาพในครอบครัว เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นกิจกรรมที่โนแมนติกของกลุ่มหนุ่ม-สาว

ปีหน้าพบกันใหม่ในงานลอยกระทงที่บึงศรีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น นะคะ