ปีนี้น้ำหลากมาหลายระลอก ยังดีที่ที่บ้านน้ำแค่เอ่อล้นท่วมท่าน้ำ ไม่สูงท่วมขึ้นมาถึงตัวบ้าน
ก่อนที่น้ำจะมาระลอกแรก ผู้เขียนคอยติดตามข่าวอยู่ตลอดว่าน้ำจากเหนือมากน้อยเพียงใด จะลงมาสู่ทางเราสักเมื่อใด เรียกว่าลุ้นกันอยู่เมื่อเห็นน้ำค่อยๆไต่ระดับท่าน้ำอย่างช้าๆ
หลังจากน้ำค่อยๆไต่ระดับ ผู้เขียนสังเกตว่าห้องน้ำที่อยู่ชั้นล่าง (ซึ่งคนข้างกายออกแบบให้ครึ่งหนึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน) มีสัตว์เหมือนไส้เดือนแต่ตัวเล็ก สั้นกว่าและสีเข้มกว่าออกจะน้ำตาลเข้มเป็นมัน ไต่อยู่ตามผนังและพื้นห้องน้ำหลายตัว พี่น้อยต้องเก็บกวาดออกทั้งวัน ผู้เขียนนึกว่าเป็นไส้เดือน ก็บ่นให้คนข้างกายฟัง เขาเข้าไปดูแล้วบอกว่านั่นคือสิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า “งูดิน” และเขาบอกทุกคนเลยว่าให้เตรียมตัว น้ำกำลังจะมามาก เราฟังแล้วก็ไม่ค่อยเชื่อ เพราะเห็นน้ำก็ดูทรงๆ หรือขึ้นมาวันละนิดหน่อยเอง ที่ไหนได้ ยังไม่ทันจะลืมเรื่องที่เขาบอก ไปกรุงเทพเช้า เย็นกลับมาน้ำขึ้นพรวดจ่อเกือบระดับที่บ้านตั้งอยู่ และทะลักเข้าทางท่อห้องน้ำชั้นล่างจนไม่สามารถยืนอาบน้ำได้เพราะน้ำเข้ามาถึงระดับข้อเท้า
โชคดีราวสัปดาห์เดียว น้ำก็ค่อยๆลง เรานึกว่าปีนี้คงรอดพ้นจากน้ำท่วมแล้ว แต่ฝนก็มาอยู่เรื่อยๆ น้ำก็ลงช้ามากๆ คือยังคงท่วมท่าน้ำอยู่เป็นหลายสัปดาห์
ก่อนไปญี่ปุ่น เราก็เห็นงูดินมาปรากฏตัวในห้องน้ำชั้นล่างอีก แค่ไม่ถึงสองวันน้ำก็เอ่อท้นอย่างมากอีกครั้ง แล้วก็ค่อยๆลงไป
ตอนอยู่ที่จีน โทรศัพท์มาถามข่าวคราว เลยทราบว่าน้ำขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง มากกว่าครั้งที่สองเยอะ แต่ก็โชคดีไม่ถึงตัวบ้าน แค่สองสามวันก็ลงไปครึ่งท่าน้ำ ทว่าก็ทรงๆอยู่แค่นั้น
ปกติเมื่อถึงวันลอยกระทงเพื่อนฝูงที่พาลูกหลานกันมาเที่ยว มาลอยกระทงที่บ้านจะลงไปที่นั่งเล่นที่ท่าน้ำได้ แต่ปีนี้จากกระดานท่าน้ำระดับน้ำยังสูงแทบมิดหัวอยู่เลย แม้ว่าลมหนาวจะมาแล้ว สภาพอากาศผิดปกติทั่วโลกจริงๆ
นับว่า “งูดิน” เป็นตัวแจ้งได้ว่าน้ำจะมาก เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของผู้คนที่รู้จักการใช้ชีวิตติดดินในภูมิศาสตร์ของตนเองที่ผู้เขียนเพิ่งได้เรียนรู้เมื่อมาอยู่บ้านริมน้ำนี้
- ค้นข้อมูลงูดิน พบข้อมูลรายละเอียดมาเพิ่มเติมด้วยค่ะ จาก
งูดินมีพิษหรือไม่ - คำถาม จาก สนุก! ถาม-ตอบ
(guru.sanook.com/answer/question/งูดินมีพิษหรือไม่/ )
ครอบครัวงูดิน ในไทยมีอยู่ 2 สกุล เป็นงูไม่มีพิษ อาหารที่กินได้แก่ มด ปลวกและตัวอ่อน ไข่แมลง (ถ้าไม่แน่ใจว่าใช่งูดินจริงๆ ก็ไม่ควรไปเข้าใกล้)
งูดิน เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่มีลักษณะลำตัวยาวเรียว ปกคลุมด้วยเกล็ดมันยาว ขนาดเท่ากันตลอดลำตัวรวมทั้งเกล็ดท้อง มักมีสีน้ำตาลหรือดำ ลิ้นสองแฉก พบหลายชนิด ขนาดลำตัวตั้งแต่ความยาวไม่กี่เซนติเมตรลักษณะคล้ายไส้เดือน ไปจนถึงความยาวกว่า 30 เซนติเมตร ตาขนาดเล็กมากอยู่ใต้เกล็ด บางชนิดมองไม่เห็นเลย จึงมีชื่อสามัญว่า "Blind snake" หรือ งูตาบอด
งูดินเป็นสัตว์ที่พบได้บ่อยครั้งขณะขุดดินหรือบนพื้นดิน หลังฝนตกใหม่ๆ ดำรงชีวิตโดยการกินไข่และตัวอ่อนของมดและปลวกเป็นอาหาร
นอกจากนี้ งูดิน เป็นชื่อที่คนไทยมักใช้เรียกสัตว์ที่มีลักษณะลำตัวยาวเรียว ไม่มีขา อาศัยอยู่ในดิน ซึ่งมีอยู่หลายชนิดทั้งที่เป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ลำตัวมีเมือกลื่นไม่มีเกล็ด พบในดินตามชายน้ำที่มีความชื้นสูง มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า "เขียดงู" Ichthyophis sp. และสัตว์เลื้อยคลานจำพวกงูที่เรียกว่า "งูก้นขบ" หรือ "งูดินสองหัว" Cylindrophis ruffus มีเกล็ดปกคลุมร่างกาย เกล็ดท้องขยายใหญ่กว่าเกล็ดลำตัว ปลายหางด้านท้องมีสีส้มแดง ลำตัวขนาดกลางยาวได้ถึงหนึ่งเมตร ซึ่งมักทำให้คนทั่วไปสับสนกับงูดินที่แท้จริง
ที่มา
http://www.smovidya.com/webboard/index.php?topic=99.0;prev_next=next
http://61.19.194.194/biodiversity/contents/4animal/page_4.6.html
หรืออ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.geocities.com/siam_snakes/snake-list/1-1.html
ไม่มีรูปงูดินให้ชม แต่ขอฝากรูปผีเสื้อแปลกๆสีขาวสองตัวมาให้ชม ตัวขวามือเจอที่เมืองคาวากูจิโกะ ญี่ปุ่น เดินผ่านแทบไม่ทราบว่าเป็นผีเสื้อ เพื่อนๆแปลกใจที่ผู้เขียนสังเกตเห็นได้
อีกตัวหนึ่งเป็นผีเสื้อที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกที่บ้านปากท่า หน้าตาแปลกมากค่ะ

เรื่องนี้แปลกจริงๆ ขึ้นต้นด้วยงูดิน จบลงด้วยภาพผีเสื้อ อย่างนี้ก็มีด้วย
ขอเชิญแวะไปชมดอกเบญจมาศจากเทศกาลชมดอกเบญจมาศ ประเทศญี่ปุ่นที่ http://gotoknow.org/blog/k-creation/222717?page=1
ขอมาเรียนรู้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
หายไปนาน..และก็นานเหลือเกิน จนนึกว่าคงลืมที่นี่ไปแล้วหรือเปล่า? อิอิ วันนี้เข้ามาแล้วเจอพี่นุช..ดีใจเหลือเกินค่ะ จนอยากจะวิ่งถลาเข้าหาแล้วกอดๆๆ ซะงั้น แต่เอ๊ะ..เขียนเรื่อง "งูดิน" ก็เลยต้องถอยค่ะ
ขออนุญาตแอบกอด ก๊อด..ด..ด กอดให้สมกับที่คิดถึงค่ะ ^^
หวัดดีพี่นุช
ตัวนี้ใช่หรือเปล่า
ชักไม่แจทางใต้เรียกตัวนี้ว่างูเหลือมปากเป็ด
ปากมันแบนคล้ายปากเป็ด เขาวคนที่เชื่อ..ให้โชคลาภ
ลืมตัว.. ยังไม่ได้เรืยกงูมาเลยดัน ไปคลิกเสียก่อน
สวัสดีค่ะ
ทิพเองค่ะ อยู่ใกล้ ๆ บ้านอาจารย์นี่เอง ส่งเมล์ไปหาอาจารย์ 1 ฉบับแล้วด้วย เพิ่งมาเจอเวปนี้ ลองอ่านบล๊อกต่าง ๆ ที่อาจารย์เขียน ชอบค่ะ แล้วจะติดตามเรื่อย ๆ ค่ะ ที่บ้านทิพนะคะ เวลาน้ำมาแบบนี้นะ ไม่ใช่แค่งูดินหรอกค่ะ ต้นไม่เยอะมาก งูเขียวเยอะด้วย เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ นะคะ ใส้เดือน จะเยอะไปหมดไม่กล้าย่ำพื้นดินเลย แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้หายไปไหนหมดแล้ว
อ่านบล๊อกของอาจารย์ไปมาหลาย ๆเรื่องเข้า ดูภาพหลาย ๆ ภาพ เพิ่งจะนึกออก อาจารย์อยู่ตรงที่เขาเรียกกันว่าท้ายตลาด ทิพนึกว่าอยูตรงเยื้องวัดแดงเสียอีก นึกว่าบ้านหลังที่เป็นสถานที่ถ่ายทำ ละคร ตอนนี้เข้าใจแล้ว ถ้าจำไม่ผิดอาจารย์ใช้เบอร์โทร.ของ TT&T อยู่ แต่บ้านอีกหลังที่มองเห็นจากภาพ ใช้ระบบ 470 ของ ทีโอที ทิพเคยเข้าไปติดต่อตอนที่ติดจานดาวเทียม รู้สึกจะชื่อ คุณ ปิยกิตติ ใช่ไหมคะ ถ้ายังไงฝากอาจารย์บอกด้วยนะคะว่าทิพอยากให้ติดต่อเปลี่ยนเลขหมายเป็นเลขหมายธรรมดา เพราะตอนนี้ ทีโอที ขยายข่ายสายแล้ว สามารถใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
ตามมาอ่านเรื่องงูดิน อ่านไปเพลินๆ ก็มาขำๆตอนจบที่พี่นุชกลายเป็นเรื่องผีเสื้อค่ะ ผีเสื้อหน้าตาดูแปลกทั้งสองแบบเลยนะคะ
พี่นุชอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ ก็ได้ความรู้รอบตัวเยอะเลยนะคะ ต้องเป็นคนช่างสังเกตด้วย
แล้วก็มาขำอีกที่น้องเกษตรฯถามพี่นุช...
สวัสดีค่ะพี่นุช
ขี้นต้นด้วยงูดิน ลงท้ายด้วยผีเสื้อ .. ^__^..
สรรพสิ่งในโลกล้วนเกี่ยวโยงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง...เสมอ
ดีใจที่พี่นุชกลับมาอีกครั้ง หายไปนาน จนคิดถึงแล้วค่ะ
(^__^)
งูดิน และ ใสเดือน จะอาศัยอยู่ในดิน เวลาน้ำขึ้นจะออกมา น่าจะเกิดจากความชื้นใต้ดิน ทำให้มันรับรู้ว่าน้ำขึ้น จึงหนีน้ำออกมา คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น สมัยเด็ก ๆ เวลาน้ำท่วม จะไปหาไส้เดือนมาตกปลากัน ก็จะพายเรือไปบริเวณที่มีดินเป็นโคก น้ำไม่ถึง นั่นแหละจะมีใส้เดือนหนีน้ำไปอยู่รวมกัน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ทำแล้ว มันบาป นะจ๊ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
จินตนาการถึงบ้านพี่คราใด
น้องนี้ไซร้ คิดถึง เรือนริมบัว
เพราะธรรมชาติรอบรอบตัว
ล้วนพันพัว ชวนชื่นระรื่นใจ
..
ขึ้นต้นหวานๆ จบแบบงงๆ
หาคำลงตัว ไม่ได้นะคะ อิ อิ
พี่นุชที่รักขา
มาอีกรอบ เพราะชอบใจ
บอกพี่ได้ ไม่ใหลหลง
มิใช่เพราะชอบงู แบบงงงง
แต่เพราะหลงบ้านเจ้าของ ต้องมนตรา
...
ชอบผีเสือค่ะ พี่นุช
มากระแซะ ด้วยความคิดถึงมากมายค่ะ
ที่บ้าน ที่ นรา ไม่มีงูดิน แต่เป้นงูชนิดอืน หลายตัว นานมากแล้วที่ไม่เห็นงูแถวบ้าน
แวะมาทักท้ายครับ
สวัสดีค่ะทุกท่าน ขอบคุณจริงๆค่ะที่ยังให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นหลังจากหายไปนาน อย่างนี้จะไม่คิดถึงกันได้อย่างไร ยิ่งไปพบเห็นอะไรดีๆ สวยๆงามๆ เป็นต้องคิดถึงและตั้งใจว่าจะต้องนำมาฝากชาวบล็อก
สังเกตว่าครั้งนี้มีมิตรหน้าใหม่หลายท่านทีเดียว ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันค่ะ แล้วจะทยอยตามไปทักทายที่บล็อกแต่ละท่านด้วยทีหลังนะคะ
คุณ
เกษตรยะลา สงสัยจะเรียกงูเก่ง ให้มารูปชัดเชียวค่ะ พี่ถ่ายไม่ได้เพราะตัวมันเล็ก และ เหมือนคุณต้อมค่ะ ไม่ได้พิศวาทอยากเข้าใกล้ แม้ว่าจะไม่ได้กลัว แค่ไม่ชอบเท่านั้นเอง
เหตุผลที่ไส้เดือนและงูดินออกมาให้เห็นตัวเป็นอย่างที่คุณทิพว่าจริงๆค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาและให้คำแนะนำ คงมีโอกาสได้พบตัวจริงกันได้ไม่ยากนะคะ
ภารกิจที่กรุงเทพคงเสร็จสิ้นเรียบร้อย แล้วน้องจะต้องเดินทางไปไหนอีกหรือเปล่าคะ พี่นั้นท่าทางจะชีพจรลงเท้ามากๆในช่วงนี้ค่ะ กำลังหาทางให้น้อยลง ช่วงนี้ของปีบ้านเหมือนสวรรค์ค่ะ ไม่อยากไปไหน อิ อิ สวรรค์ชั้นคนธรรมดาอยู่นะคะ ไม่ใช่สวรรค์เลอเลิศ สวรรค์อยู่ที่ความสงบสุข และความพอใจที่มีสิ่งนี้ จริงมั้ยคะ
-ครูต้อยมาบอกว่า เป็นวันที่ 2 แล้วที่น้ำท่วมโรงเรียนที่อาคาร 4 อันเกิดจากน้ำทะเลล้นทะเลไหลขึ้นฝั่งที่มหาชัยค่ะ
-แต่มันก็ลดลงตามธรรมชาติ แต่ลงช้าและขึ้นเร็ว
-หากวันใดน้ำทะเลไม่ลด ครูต้อยคงต้องไปอาศัยอยู่แถวสุพรรณ
-ขอบคุณค่ะ