กลับมาแล้วค่ะ หลังจากที่ห่างหายไปนาน..

           หนูเปิ้ลมีเรื่องเล่าของหนูเองจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ก็เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาหนูได้ไปสอบวัดแววความเป็นครูที่กรุงเทพฯ วันแรกที่ไปนั่งรถจากสองพี่น้องไปลงที่สายใต้ใหม่นับเวลาดูได้ 2 ชั่วโมง15 นาที ก่อนไปแม่ก็เตือนว่าให้ระวังตัว(เพราะลูกสาวซุมซ่าม)เนื่องจากกรุงเทพฯมีคนมากและถนนก็มีหลายเส้นทางด้วย(สงสัยกลัวลูกจะหลงทาง อิอิ) พอหนูเปิ้ลไปถึงสายใต้ใหม่ก็โทรศัพท์หาเพื่อนที่จะมารับ อ้อ! ลืมบอกไปค่ะว่าหนูเปิ้ลไปกับเพื่อนอีก 2 คน พอโทรศัพท์ไปถามว่าเพื่อนที่จะมารับถึงไหนแล้ว เพื่อนก็บอกว่ารถติดให้หาอะไรกินไปก่อนเพราะว่าใกล้เที่ยงแล้ว เมื่อวางสายแล้วหนูเปิ้ลกับเพื่อนก็เดินเข้าไปใน Plaza เพื่อหาของกิน เมื่อเดินไปเรื่อยๆก็ถึงป้ายที่บอกจุดขายอาหาร หนูเปิ้ลกับเพื่อนก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 3 แล้วก็พบจุดขายอาหาร หนูเปิ้ลก็เดินไปแลกคูปองอาหารและซื้ออาหารมากิน เผอิญโต๊ะที่อยู่ข้างๆเขามากัน 2 คน เป็นผู้ชายทั้งคู่แต่ไปๆมาๆดันแอ๊บแตกก็เพื่อนคนหนึ่งของหนูเปิ้ลนะสิคะพูดถึงหนังที่ชอบดูตอนกลางคืน เรื่องสะไภ้ลูกทุ่ง ที่พี่ชายของพระเอกเป็นเกย์ เพื่อนของหนูเปิ้ลก็เลยกล่าวบรรยายลักษณะท่าทางโดยทั่วไปให้รู้ ระหว่างนั้นเองที่หนูเปิ้ลหันไปพบสบตากับคู่ชายที่อยู่โต๊ะข้างๆ พี่เขาก็เริ่มเก็บอาการไม่อยู่มองเพื่อนของหนูเปิ้ล เห็นดังนั้นหนูเปิ้ลก็เลยสะกิดเพื่อนให้รู้สึกตัว เพื่อนของหนูเปิ้ลก็เลยเปลี่ยนเรื่องพูดไป ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งนั้นก็ถามขึ้นมาลอยๆว่า"ชัดมั๊ย" แล้วหนูเปิ้ลกับเพื่อนอีกคนก็ตอบพร้อมกันว่า "ชัดเลย" หลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาในกรณีนี้เวลาพบเห็นชายที่แอ๊บแมนอีกหนูเปิ้ลกับเพื่อนๆก็จะถามกันว่า "ชัดมั๊ย" พอหนูเปิ้ลและเพื่อนตกลงศัพท์ใหม่กันเสร็จแล้ว คู่ชายแอ๊บแมนเขาก็พากันเดินออกไป จากนั้นหนูเปิ้ลและเพื่อนๆก็หันมาเจอหนุ่มไทยแต่งตัวล้ำสมัย(แบบว่า หนุ่มเกาหลีมาเดินอย่างนั้นแหละ) เนื่องจากพี่เขาพกผ้าพันคอ ใส่เสื้อไหมพรมถัก แถมยังทำทรงผมชนิดว่า(ทรงตามใจฉัน) เพื่อนของหนูเปิ้ลคนหนึ่งเขาก็แซวขึ้นมาว่า "นั่น!หนุ่มเกาหลีเดินมา ไม่สนเหรอเปิ้ล" หนูเปิ้ลหันไปมองแล้วก็ตอบเพื่อนไปว่า"ไม่สนหรอก พวกแอ๊บแมน" ว่าแล้วพ่อหนุ่มเกาหลีของเราก็เดินไปแลกคูปอง และท่าพื้นฐานเบื้องต้นของพ่อหนุ่มเกาหลีคนนั้นก็คือ (จำไว้ให้ดีนะคะเผื่อใช้ในอนาคต) ยกสะโพกข้างขวาขึ้นเล็กน้อย มือเท้าเอว เปิดส้นเท้านิดนึง นิ้วชี้มือข้างขวาไว้ที่มุมปากใช้ฟันกัดที่ปลายนิ้วเบาๆด้วยมาดที่เก๋ไก๋ และสิ่งสุดท้ายที่พวกแอ๊บแมนทั้งหลายก็จะปฏิบัติการ"เสน่ห์กระพริบ" คือ ส่งสายตาหวานหยดย้อยโปรยปรายไปทั่วบริเวณพื้นที่แห่งนั้น เผื่อว่าเกร็ดกระพริบของตนจะกระเซ็นไปเข้าตาเข้าใจของเหล่ากรรมการได้บ้าง..ขอพอแค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูเปิ้ลจะมาต่อเรื่องใหม่เพราะตอนนี้ได้เวลาไปเรียนแล้ว