จี้รัฐเร่งมาตรการรับมือคนตกงานพุ่ง พิษเศรษฐกิจซบ

"อัมมาร์" จี้รัฐเร่งมาตรการรับมือคนตกงานพุ่ง พิษเศรษฐกิจซบ กระตุก ธปท.ดูแลค่าบาทให้อิงภูมิภาค ด้าน "สุชาติ" ย้ำนโยบาย 2 อ่อน บี้ลดดอกเบี้ย กดค่าเงินอุ้มส่งออก "ไชยา" อัดฉีด 1.7 พันล้าน หวังกระตุ้น ศก.เพิ่มมูลค่าแสนล้านบาทนายอัมมาร์  สยามวารา ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในหัวข้อ "ควรทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยมีผลกระทบน้อยที่สุดจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก" ว่า รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการว่างงานในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก เนื่องจากการที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงส่งผลให้ความต้องการสินค้าจากประเทศไทยลดลง กระทบต่อบริษัทลดการจ้างงาน ส่งผลต่อภาคครัวเรือน ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นปัญหาแล้ว

ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องระมัดระวังปัญหาวิกฤติการเงินโลกกระทบต่อค่าเงินบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออก ดังนั้น ต้องดูแลค่าเงินบาทให้สอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค

นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพการเงิน ธปท. ระบุว่า กระทรวงแรงงานควรมีมาตรการแก้ไขการว่างงานที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจไทยที่จะโตในระดับ 3% ใน 1-2 ปีข้างหน้า เป็นระดับที่โตต่ำกว่าศักยภาพ ไม่สามารถรองรับกับแรงงานที่จบการศึกษาใหม่และแรงงานที่มีรายได้ต่ำ แต่เชื่อว่าการว่างงานจะไม่สูงเช่นเดียวกับปี 2541 ที่มีสูงถึง 1.4 ล้านคน หรือ 4% ของกำลังแรงงาน ซึ่งปีนั้นเศรษฐกิจหดตัว 10%

ด้านนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.คลัง กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลเศรษฐกิจของประเทศใน 2 ส่วนอย่างเต็มที่ คือ 1.ดูแลสถาบันการเงินไม่ให้มีปัญหา  และ 2.ดูแลสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ โดยการดูแลสภาพคล่องยังยืนยันว่าจะต้องใช้นโยบาย 2 อ่อน คือ ดอกเบี้ยอ่อน ซึ่งต้องดูแลดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) ที่ปัจจุบันอยู่ระดับ 3.75% ให้มีอัตราต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ที่ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ 0.75% และให้เงินบาทอ่อน โดยการอ่อนค่าลง 1 บาท จะทำให้มีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้น 1.7 แสนล้านบาท โดยที่รัฐไม่จำเป็นต้องทำงบประมาณขาดดุลเพิ่ม และมั่นใจว่าจะไม่มีวันทำให้ถูกโจมตีค่าเงินได้เหมือนที่หลายคนเข้าใจนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะนำงบประมาณปี 2552 จำนวน
1,720 ล้าน
บาท อัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการกระตุ้นส่งออก ช่วยเหลือเกษตร และผ่านเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทันที 24,300 ล้านบาท และเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 3-4 เท่า รวมทั้งทำให้มีเงินเพิ่มขึ้นในระบบไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

ไทยโพสต์ 13 พฤศจิกายน 2551