เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
เป็นเชื้อราที่มีประโยชน์สามารถควบคุมเชื้อราสาเหตุของโรคพืชหลายชนิด ได้แก่
1.ป้องกันโรคเน่าโคนเน่าของไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่เกิดจากเชื้อราไฟทอฟธอรา (phytophthora spp.)
2.ป้องกันโรคเน่าระดับดิน ของพืขผักหลายชนิด โรคใบติดในพืชผล ที่เกิดจากเชื้อรา ไรซ็อกโทเนีย (Rhizoctonia solani)
3.ป้องกันโรคเมล็ดเน่า ของพืชผัก โรครากเน่า โรคโคนเน่าของไม้ผล เช่นทุเรียน ที่เกิดจากเชื้อราพิเทียม (Pythium spp.)
4.ป้องกันโรคเหี่ยว ของพืชไร่ ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ที่เกิดจากเชื้อราฟิวซาเรียม (Fusarium spp.)
5.ป้องกันโรคเหี่ยว โรคโคนเน่า ของผักหลายชนิด ที่เกิดจากเชื้อราสเคลอโรเทียม (Sclerotium rolfsii)
6.ป้องกันและกำจัดโรคไหม้ในข้าว
การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าควบคุมโรคพืช
1.การใช้เพื่อป้องกันโรค (พืชยังไม่แสดงอาการของโรค) เริ่มตั้งแต่การเพาะเมล็ด การเตรียมต้นกล้าพืช การปลุกในสภมพธรรมชาติ จนถึงระยะพืชเจริญเติบโตให้ผลผลิต
2.การใช้เพื่อรักษาโรค (พืชแสดงอาการของโรคแล้ว) การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าเพื่อรักษาพืชที่เป็นโรคแล้วนั้น มีความเป็นไปได้ ในกรณีของพืชยืนต้น เช่นไม้ผล แต่ถือว่าเป็นวิธีที่มีความเสี่ยง เพราะอาจไม่ประสบผลสำเร็จดังที่คาดหวังเสมอไป จึงมีความจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วยหากมีการระบาดรุนแรง
วิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
1.การคลุกเมล็ดเพื่อป้องกันดรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ โดยใส่เชื้อลงในถุงพลาสติกที่จะใช้คลุกเมล็ดอัตรา 10 กรัม หรือ 1 ช้อนแกง ต่อ เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม เติมน้ำ 10 ซีซี แล้วบีบเชื้อสดให้แตกตัว ก่อนใส่เมล็ดลงในถุง
2.การรองก้นหลุม โรยเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าลงในหลุมโดยต้องคลุกเคล้าเชื้อสดกับดินในหลุมก่อนนำกล้าพืชลงปลูก โดยหลุมปลูกเล็กใช้เชื้อสดอัตรา 5 ช้อนแกง หลุมปลูกใหญ่ใช้เชื้อสดอัตรา 150-300 กรัม (2-3 ขีด)
3.การผสมกับวัสดุปลูก ใช้สำหรับเพาะกล้าในกระบะเพาะเมล็ดหรือถุงเพาะชำ โดยนำเชื้อสดที่ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก (1 : 40 โดยน้ำหนัก) มา 1 ส่วน ผสกับวัสดุปลูก 4 ส่วน โดยปริมาตร ผสมเข้ากันดีแล้วจึงนำไปเพาะเมล็ด
4.การหว่านลงดิน ใช้เชื้อราไตรดคเดอร์ม่า 1 กิโลกรัม รำ 4 กิโลกรัม ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 40 กิโลกรัม ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน หว่านโคนต้น ใช้อัตรา 30-60 กรัม (3-6 ช้อนแกง) ต่อต้น หว่านใต้ทรงพุ่ม ใช้อัตรา 150-300 กรัม (2-3 ขีด) ต่อตารางเมตร
5.การฉีดพ่น เป็นวิธีที่สะดวก ง่ายต่อการปฏิบัติ โดยฉีดพ่นลงดินบริเวณรากพืชและส่วนบนของต้นพืช การใช้เชื้อสดผสมน้ำ จึงจำเป็นต้องกรองเอาเฉพาะน้ำเชื้ออกมา เพื่อไม่ให้เมล็ดข้าวฟ่างอุดตันหัวฉีด กรณีฉีดพ่นลงดินใช้อัตราเชื้อสด 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร พ่นส่วนบนของพืช ใช้อัตรา 2 กิโลกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร
6.วิธีอื่น ๆ เช่น การให้ไปกับระบบน้ำ การทาแผล เป็นต้น
ข้อจำกัดในการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
1.สภาพแวดล้อมต้องมีความชื้นเหมาะสม ไม่ชื้นแฉะ
2.ควรใช้ในช่วงเช้าหรือเย็น เพราะในช่วงกลางวันที่มีอากาศร้อนแสงแดดจัด จะทำให้เชื้อตาย
3.ควรหลีกเลี่งการใช้สารเคมีในช่วง 7 วัน ก่อนหรือหลังการหว่านเชื้อที่ผสมแล้วลงดิน
4.ควรมีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก
ขั้นตอนการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
การเตรียมวัสดุอุปกรณ์
1.หม้อหุงข้าวไฟฟ้า 2.แก้วน้ำ หรือถ้วยตวง ทัพพี 3.ถุงพลาสติกใสทนร้อน ขนาด 8 x 12 นิ้ว 4.ยางวง 5.เข็มหมุด 6.ปลายข้าว ข้าวหัก หรือข้าวสาร (ทุกพันธุ์ทั้งข้าวเก่าหรือข้าวใหม่) 7.หัวเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
วิธีการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
1.ใส่ปลายข้าว 3 ส่วน (ถ้วยตวง) ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เติมน้ำสะอาด 2 ส่วน (ถ้วยตวง) ใช้ทัพพีซุยข้าวที่สุกแล้วให้ทั่ว
2.ตักข้าวสุกในขณะที่ข้าวยังร้อนอยู่ ใส่ถุงพลาสติก 250 กรัมต่อถุง
3.รีดอากาศออกจากถุง แล้วพับปากถุงลงด้านล่าง ปล่อยทิ้งไว้ให้ข้าวอุ่น (เกือบเย็น)
4.เทหรือเหยาะหัวเชื้อใส่ลงบนข้าวในถุง หัวเชื้อ 1 ขวด (20 กรัม) จะใช้ได้ประมาณ 16 ถุง
5.รัดยางตรงปลายปากถุงให้แน่น เขย่าข้าวในถุงให้เชื้อกระจายอย่างทั่วถึง
6.รวบถุงให้มีลมพองตรงปากถุงที่รัดไว้ แล้วใช้เข็มสะอาดแทงตรงรอบ ๆ บริเวณปากถุงที่รัดยาง โดยแทง 15-20 ครั้ง/ถุง วางเรียงถุงไว้
7.เมื่อบ่มเชื้อครบ 2 วัน ขยำข้าวในถุงเบา ๆ ให้เกิดการคลุกเคล้าอีกครั้ง บ่มเชื้อต่ออีก 5 วัน จะเห็นเชื้อสีเขียวปกคลุมเมล็ดข้าว สามารถนำไปใช้ได้ เชื้อสดที่ผลิตได้ ควรนำไปใช้ทันทีหรือเก็บในตู้เย็นช่องะรรมดาไม่เกิน 1 เดือน
8.ไม่ควรนำเชื้อสดที่ผลิตได้ ทำเป็นหัวเชื้อเพื่อขยายต่อไป เพราะจะเกิดการปนเปื้อน และเชื้อจะเสื่อมคุณภาพและประสิทธิภาพ
การควบคุมโรคข้าวด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
การควบคุมโรคข้าวควรเริ่มต้นจากการปลูกข้าวด้วยเมล็ดพันธุ์ข้าวที่สมบูรณ์ เพื่อให้ได้ต้นข้าวที่แข็งแรง มีวิธีการดังนี้
1.แช่เมล็ดข้าวเปลือกในน้ำ 1 คืน นำเมล็ดข้าวเปลือกไปแช่ในน้ำเชื้อสดของเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า โดยใช้เชื้อสด 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 100 ลิตร ยกถุงเมล็ดข้าวให้สะเด็ดน้ำเชื้อก่อนนำไปบ่มในสภาพชื้น (หุ้มข้าว) เพื่อให้เมล็ดงอก วิธีนี้จะชาวยให้ได้กล้าข้าวที่สมบูรณ์แข็งแรง เมื่อนำไปหว่านในนาข้าว เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าจะช่วยปกป้องรากข้าวจากการเข้าทำลายของเชื้อรา และช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้าข้าวได้ด้วย
2.ในระยะข้าวแตกกอ การปล่อยเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าไปตามน้ำที่สูบเข้านา เป็นวิธีที่สะดวก อัตราของเชื้อที่ใช้คือ 2 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 1-2 ครั้ง โดยนำเชื้อสดผสมน้ำในถังแล้วกวนให้เชื้อหลุดจากเมล็ดข้าว ก่อนจะตักเทตรงบริเวณที่น้ำออกจากปากท่อ ขณะที่สูบน้ำเข้านาเชื้อรา ไตรโคเดอร์ม่าจะแพร่กระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ ช่วยป้องกันเชื้อราที่เกิดกับกอข้าว เช่น โรคกาบใบแห้ง
3.ในระหว่างข้าวกำลังเจริญเติบโตจนถึงระยะตั้งท้อง การฉีดพ่นข้าวด้วยน้ำเชื้อสดทุก 10-15 วัน ด้วยอัตราเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร (ผสมน้ำยาจับใบ) จะช่วยป้องกันโรคใบจุด ใบไหม้ ที่เกิดจากเชื้อราชนิดต่าง ๆ ได้ ช่วยให้ต้นข้าวมีความแข็งแรง สามารถออกรวงได้ตามปกติ หลังจากข้าวตั้งท้องจนถึงข้าวเริ่มออกรวง ควรฉีดพ่นอีก 1-2 ครั้ง จะช่วยป้องกันโรคใบจุดและโรคเมล็ดด่าง ซึ่งเกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคหลายชนิด ทำให้ได้เมล็ดข้าวที่สมบูรณ์ ช่วยเพิ่มน้ำหนักของผลผลิตโดยรวมได้
ข้อควรระวัง
ฟางข้าวที่ได้จากนาข้าวที่ใช้เชื้อราไตรโตเดอร์ม่า ไม่ควรนำไปใช้ในการเพาะเห็ดใด ๆ เพราะเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าที่ติดอยู่กับฟางข้าวจะแย่งอาหารจากกองเห็ดแล้วเจริญอย่างรวดเร็ว ทำให้เห็ดเจริญไม่ดีเท่าที่ควร แต่การกระจายฟางเหล่านี้กลับสู่แปลงนา หรือการนำไปใช้คลุมแปลงปลูกผัก จะเกิดประโยชน์อย่างมาก เพราะเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า จะช่วยทำลายเชื้อสาเหตุโรคพืชในนาหรือแปลงผักจนมีปริมาณลดลงได้
นำความรู้เรื่องนี้ ถ่ายทอดสู่เกษตรกรให้มาก เพื่อให้เกิดการปฎิบัติในชุมชนเป็นการลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนในการผลิต และที่สำคัญต้องปฎิบัติในแปลงเพื่อให้เห็นผล
จริงอย่างที่คุณ สมกียรติ โสภา ว่า ต้องปฏิบัติในแปลงให้เห็นผล ผมก็นึกๆบางอย่างแล้วลองทำดูมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดล่ะครับ แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้น ถึงแม้มันจะไม่ได้ผลอย่างที่คิดแต่มันก็ได้เรียนรู้สู่การพัฒนาอย่างอื่นต่อๆไป บางครั้งที่เราคิดนั้นใช้มันใช้ได้กับอย่างอื่นด้วยนะครับ
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ และเห็นด้วยครับที่ว่าต้องทำให้เห็นจริง ทำเป็นตัวอย่าง พอได้ผลจริง ก็จะมีคนทำตามครับ