ข้าวอินทรีย์ นาดำ ต้นทุนต่ำ

เป็นสิ่งที่ไฝ่ฝันและต้องการของผู้บริโภคกันอย่างมากมายสำหรับผลิตภัณฑ์เกษตรทปลอดสารพิษ หรือผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะคนที่ห่วงใยดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดี ลองถ้าได้ยินได้ฟังว่าที่ไหนมีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้อยู่ละก็... จะไม่มัวรีรอที่จะดั้นด้นค้นหาและคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยให้แก่ตนเองมาบริโภคและใช้สอยกันในทันทีทันใดเพราะถือว่าอยู่ในกระแสที่ร้อนแรงพอสมควรในเวลานี้ และก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของชาวนาไทย ที่สามารถปลูกข้าวได้โดยไม่ใช้ยาเคมีเลยแม้แต่น้อย จึงอดไม่ได้ที่จะต้องนำมาบอกเล่าเก้าสิบกันเพื่อให้เป็นต้นแบบสำหรับชาวนาท่านอื่นๆ  ที่ยังไม่ทราบข้อมูลและมีความสนใจในการทำนาปลอดสารพิษกันต่อไปเพื่อที่จะได้ขยายผลไปสู่การเป็นนาข้าวอินทรีย์ในอนาคตนั่นเอง

คุณอรุณ  ศรีพลู (089-5673186) เกษตรกรหนุ่มไฟแรงอายุ 25 ปี    อยู่ที่อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ได้ทำนาแบบใช้รถปักดำและไม่ใช้ยาฆ่าแมลงกำจัดศัตรูพืชโดยเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็นตัวทำลายระบบนิเวศน์ และสิ่งแวดล้อมในแปลงนาให้ได้รับความเสียหายอย่างมหันต์ จึงได้พยายามหลีกเลี่ยงและค้นหาเทคนิคด้านการเกษตรใหม่ ๆ อยู่เสมอ  โดยทุกครั้งหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตจากแปลงนาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะทำการหมักฟางด้วยจุลินทรีย์หน่อกล้วยแล้วทำเทือกตามรูปแบบที่นักวิชาการจากชมรมเกษตรปลอดสารพิษได้แนะนำ เสร็จสิ้นกระบวนการเตรียมแปลงต่าง ๆ ก็จะทำการหว่านรองพื้นด้วยภูไมท์ซัลเฟตชนิดเม็ดเพื่อรักษาโครงสร้างดินและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ต้นข้าวจากโรคแมลงศัตรูถืช โดยจะใช้ทั้งหมด 20 กระสอบต่อพื้นที่ 9 ไร่ และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพอีก 10 กระสอบต่อ 9 ไร่เหมือนกัน  โดยปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าวคุณอรุณจะจัดหามาด้วยตนเองแทบทั้งสิ้น  หลังจากนั้นก็จะฉีดพ่นจุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่า เพื่อควบคุมและป้องกันเชื้อราเข้าทำลายอีกครั้งหนึ่ง

การดูแลรักษาโรคและแมลงศัตรูในแปลงนาข้าวก็จะเน้นการใช้สมุนไพรเสียเป็นส่วนมากเช่น สะเดา กระเทียมพริกไทย หนอนตายหยาก สาบเสือ ใบยาสูบ เป็นต้น  หลังจากข้าวอายุได้ประมาณ 75 วันก็จะทำการรับท้องและฉีดพ่นฮอร์โมนไข่ควบคู่ไปด้วยปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก โดยต้นทุนที่ใช้ลงไปทั้งหมดจะมี ค่ารถดำไร่ละ 9,000 บาท/ 9 ไร่, ค่าปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ 6,000 บาท/ 9 ไร่ ค่าภูไมท์ซัลเฟต + ไตรโคเดอร์ม่า  5,000 บาท/ 9 ไร่  ค่าใช้จ่ายอื่นๆ  อีก 4,000 บาท/ 9 ไร่  รวมต้นทุนทั้งหมดที่ใช้ในการทำนา 9 ไร่เท่ากับ 24,000 บาทโดยประมาณ  ผลผลิตที่ได้ทั้งหมด 7,500 กิโลกรัม (7  เกวียนครึ่ง) โดยได้ราคาเกวียนละ  11,200 บาท  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 84,000 บาท หักค่าใช้จ่ายไป 24,000 บาท คุณอรุณ ก็ยังมีกำไรเหลืออีก 60,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตื่นตาตื่นใจมากเลยทีเดียวสนใจรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรไปติดต่อสอบถามกับคุณอรุณได้โดยตรงเลยนะครับ

มนตรี   บุญจรัส

www.thaigreenagro.com