ในการไปอยุ่ต่างประเทศของผมนั้น สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยขาดก็คือการกำหนดสติและบูชาสิ่งศักดิ์ศิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพุทธหรือศาสนาใดก็ตาม เพราะผมถือว่าเราไปอยู่ในดินแดนของเขาก็ต้องเคารพเจ้าของสถานที่ด้วย นอกจากนั้นหากมีโอกาสก็จะพยายามทำบุญตามความเหมาะสม ซึ่งการไปอยู่ที่เดลีของผมนั้นก็ถือว่าโชคดี เพราะเป็นแดนพุทธภูมิ เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในตัว มีพระภิกษุไทยไปเรียนต่อจำนวนหนึ่ง
เมื่อโอกาสเหมะสม ผมจึงคิดถึงเรื่องการทำบุญและเมื่อคำนึงถึงเด็กไทยที่อยุ่ในต่างแดน โดยเฉพาะลูกของผมเอง ก็เลยนึกถึงว่าจะทำอย่างไรจึงจะให้มีการเรียนการสอนพุทธศาสนาแก่ผู้สนใจได้ และด้วยธรรมะจัดสรร จึงออกมาเป็รโครงการห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ดังนี้
ห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ สถานเอกอัครราชทูต ณ นิวเดลี กำเนิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2551 โดยเล็งเห็นว่า คนไทยที่เดินทางมาพำนักในนครเดลีและเมืองข้างเคียง มีจำนวนหนึ่งเป็นครอบครัวที่มีเด็กเล็กในวัยเรียน เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ศึกษาในโรงเรียนนานาชาติ ทำให้ห่างพุทธศาสนา จึงเห็นว่าควรให้โอกาสให้เด็กได้รับการสั่งสอน ฝึกฝนอบรมพุทธศาสนาเบื้องต้น ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และกิริยามารยาท ให้สมกับเป็นลูกหลานคนไทย จึงได้จัดห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โดยจะใช้บริเวณลานต้นโพธิ์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลีเป็นที่เรียนและนิมนต์พระสงฆ์จากกลุ่มพระนักศึกษามหาวิทยาลัยเดลี กพ.ด. มาเป็นพระวิทยากร
ห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ถือเป็นกิจกรรมแรกเริ่มที่สามารถพัฒนาต่อไปให้เป็นโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในอนาคต เป้าหมายของห้องเรียนพุทธศาสนาก็คือต้องการให้เด็กไทยรู้ประวัติและหลักการสำคัญของพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ รู้ถึงความสำคัญของเทศกาลสำคัญทางศาสนา เรียนรู้มารยาท ศีลธรรมและคุณธรรมอันดีงาม รู้จักกราบไหว้ได้ อย่างถูกต้อง งดงาม รวมทั้งสามารถสวดมนต์เบื้องต้นได้
ระเบียบ
1 ห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดรับสมัครเด็กไทยในเดลี อายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป โดยเรียนทุกวันอาทิตย์ระหว่างเวลา 10.00 น ถึง 14.00 น ณ บริเวณลานโพธิ์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
2 การสมัครเข้าเรียน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี ผู้ปกครองจะต้องเตรียมอาหารกลางวันสำหรับเด็กของท่านด้วย หรือหากจะร่วมทำบุญหรือถวายอาหารเพลแด่พระวิทยากรด้วย ก็แล้วตามกำลังศรัทธา
3 ห้องเรียนเปิดทุกวันอาทิตย์ ตามความเหมาะสม
4 เด็กที่มาเรียนต้องมีผู้ปกครองมาสมัครให้ ทั้งนี้นักเรียนจะต้องตั้งใจเรียนและเชื่อฟังพระวิทยากรและผู้ดูแลห้องเรียน รวมทั้งไม่ก่อความไม่สงบเรียบร้อยในห้องเรียน
5 ห้องเรียนเริ่มเวลา 10.00 น ถึง 11.30 น หลังจากนั้นเป็นการถวายอาหารเพลแด่พระวิทยากร จากนั้น นักเรียนร่วมรับประทานอาหาร และในเวลา 12.30 น เริ่มเรียนอีก จนถึง 14.00 น
6 นักเรียนทุกคนต้องช่วยกันรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายใน ห้องเรียน ทั้งก่อนและหลังเลิกเรียนทุกครั้ง
7 ระเบียบปฏิบัตินี้สามารถแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพการณ์
* กลุ่มพระนักศึกษา มหาวิทยาลัยเดลี (กพ.ด) ได้รับที่จะส่งพระวิทยากรมาสอนในวันอาทิตย์ โดยจะเริ่มต้นในวันอาทิตย์ที่ 16 พย. 2551 เป็นต้นไป
เจริญสุขทุกท่านครับ
-เป็นกิจกรรมที่เยี่ยมมากค่ะ
-อยากให้มีในทุกๆตำบลในไทยค่ะ
-เอาทะเลมาฝากค่ะ บางนางรม จังหวัดประจวบฯ
สวัสดีค่ะ
ขออนุโมทนาสาธุ
เป็นแบบอย่างที่ดีระดับโลกค่ะ
เป็นการเริ่มต้นของคน ที่เกิดมาพบพระพุทธศาสนา
เป็นการได้โอกาส ในการบอรมสั่งสอน ของพระภิกษุสงฆ์
และเป็นหน้าที่ของฆารวาส ที่จะได้มีโอกาสดูแล พระรัตนตรัยด้วยค่ะ
ขอให้โครงการสำเร็จ และมั่นคงตลอดไป
อาจารย์ ขจิต ฝอยทองที่ปรึกษา~natadee,~natachoei(หน้าตาเฉย), ( ~ natamaidee - - But narak...) ครับ
เห็นภาพคุณครูสอนแล้วดูเอาจริงเอาจังดีครับ
ครูอินเดียบอกว่าสอนนักเรียน ไม่ได้สอนให้หาคำตอบที่ถูก แต่สอนให้ตั้งคำถามที่ถูก
ผมมักจะถามคนอินเดียที่พบในงานเลี้ยงต่างๆว่า อะไรเป็นเหตุให้คนอินเดียคิดเก่งโดยเฉพาะดานคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มีนักวิชาการท่านหนึ่งบอกผมว่า เพราะคนอินเดียมีพื้นฐานภาษาสันสกฤตดี
ภาษาสันสกฤตเป็นภาษาที่มีระบบซับซ้อน ลึกซึ้ง ใครได้เรียนรู้จะทำให้เรียนคณิตศาสตร์ได้ง่ายขึ้น
น่าเสียดายที่ปัจจุบันสันสกฤตเป้นภาษาที่ไม่ค่อยมีคนสนใจแล้ว
ขอบคุณครับที่จะสมัครเป็นวิทยากรเพิ่มเติม
หากแวะไปเดลีเมื่อไหร่ ขอเชิญนะครับ
เจริญสุขครับ
คุณ krutoi ครับ
คงเป็นธรรมะจัดสรรครับ
คนไทยผู้ปกครองก็จะได้มีโอกาสได้ทำบุญกับพระสงฆ์
เด็กๆ ก็จะได้มีโอกาสใกล้ชิดพระ
พระสงฆ์ก็ได้มีโอกาสเป็นครูวิทยากร
ก็หวังว่าจะเริ่มโครงการอย่างกันเองไปเรื่อยๆ ครับ
ถ้าเกิดประโยชน์ ก็จะมีผู้สนใจดำเนินการต่อไปครับ
หากแวะไปอินเดีย เชิญนะครับ ยินดีรับสมัครวิทยากรอาสาสมัคร
เจริญสุขครับ
โยคีน้อย ตันติราพันธ์
อนุโมทนาสาธุจ๊ะ
ธรรมะคือการกระทำที่ดี สิ่งที่เป้นกุศล
นำสิ่งที่ดีและกุศลนั้นให้เกิดขึ้นกับผู้อื่น
เมื่อได้สัมผัสกับรสพระธรรม ก็จะดื่นด่ำและซาบซึ้งในความดีงาม ความเป็นกุศลนั้นด้วย
ถึงแม้จะอยู่ต่างแดน แต่ใจนั้นก็ยังเป็นผู้ปฏิบัติตลอดไป
หากโยคีน้อยมีโอกาสไปเป็นอาสาสมัครที่อินเดียอีก คราวนี้คงได้ไปแวะที่เดลี
ก็จะขอเชิญคุณครูบุญรุ่ง ร่วมสอนประสบการณ์เป็นวิทยาทานแก่เด็กๆ ด้วย
ส่วนเรื่องอาหารและที่พักนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง จัดหาให้เอง
เจริญสุขจ๊ะ
สวัสดีครับ
เป็นกิจกรรมที่ดีมากเลยครับ
ส่งกำลังใจไปสนับสนุนครับ ;)
คุณ ธ.วั ช ชั ย ครับ
ขอบคุณครับ
วัฒนธรรมไทยซึ่งมีรากฐานสำคัญมาจากพุทธศาสนาเป็นจุดแข็งของประเทศครับ
คนอินเดียบอกผมว่าสิ่งที่เขาประทับใจที่ทำให้ต้องไปเที่ยวเมืองไทยบ่อยๆ ทุกปีคือคนไทยและวัฒนธรรมไทยครับ
เด็กไทยที่อยุ่ในต่างประเทศด้วยเหตุผลต่างๆ กัน จึงควรที่จะรักษาสิ่งที่ดีงามนี้เอาไว้ ถ้าผู้ปกครองไม่สนับสนุนให้มีกิจกรรมส่งเสริมนี้ ก็จจะทำให้เด็กห่างไกลและในที่สุดกลายเป็นคนไทยในจิตใจต่างชาติครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ
เจริญสุขนะครับ
ขอเจริญสุข
โครงการห้องเรียนพระพุทธศาสนาวันอาิทิตย์ กำเนิดขึ้นด้วยเจตนาบุญกุศลอันแรงกล้าของผู้มี่กุศลจิตที่จะทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติ
คงเป็นโอกาสอันดีที่พระสงฆ์ไทยและนักศึกษา ซึ่งมาศึกษาที่ิอินเดีย จะได้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม ที่มหาวิทยาลัยเดลี มีพระสงฆ์ไทยมาศึกษาต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ 18 รูป และฆราวาสอีก 24 คน เมื่อได้ทราบโครงการนี้จากท่านพลเดชแล้ว และได้รับนิมนต์และเชิญไปเป็นวิทยากร ทุกคนดีใจและยินดีที่จะไปร่วมแบ่งปันความรู้ ถือว่าเป็นกิจกรรมอันเป็นมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ ขณะนี้นักศึกษาทุกท่านทั้งพระและฆราวาสกำลังระดมความคิดเพื่อจัดทำหลักสูตรและตารางกิจกรรมต่างๆ คาดว่าจะเสร็จในวันจันทร์ที่ 10 พ.ย. โครงการนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมเพื่อเยาวชนลูกหลานจะได้มีที่พึ่งทางจิตใจ เข้าใจชีวิตทีีดีงาม กลุ่มพระนักศึกษาไทย มหาวิทยาลัยเดลี ขออนุโมทนาเป็นกำลังใจและสนับสนุนด้วยจิตที่เป็นกุศลอย่างยิ่ง
ขอเจริญพร
ประธาน กพ.ด.
กราบนะมัสการประธานกลุ่มพระนักศึกษามหาวิทยาลัยเดลี พระมหาวิเชียร ธัมมวชิรา ภิกขุ
อนุโมทนาและยินดีรับพรครับ
ถือว่า เป็นกิจกรรมของคนไทยในต่างแดนช่วยกันจรรโลงพุทธศาสนาให้กับเยาวชนของชาตินะครับ
ผมกำลังคิดว่าจะจัดหาแฟ้มพลาสติคและใส่สมุดเขียนหนังสือ ดินสอ ปากกา ยางลบให้กับนักเรียนทุกคน และจะหาหนังสือภาพการ์ตูนภาษาอังกฤษของอินเดียเรื่อง Buddha ของ Amar chitra Katha แจกคนละเล่มครับ
ท่านเห็นว่าอย่างไรครับ
นอกจากนั้นกิจกรรม นอกจากสอนเรื่องพุทธศาสนาแล้ว อาจมีกิจกรรมวาดภาพเกี่ยวกับพุทธศาสนา ก็น่าจะทำให้นักเรียนสนุกและได้แสดงความสามารถทางศิลปะด้วยครับ
หากกลุ่มมีความเห็น ใช้ G2K นี้เป้นเวทีได้นะครับ เพราะมีกัลยาณมิตรอยู่มากมายที่พร้อมจะให้คำแนะนำและกำลังใจ
กราบนะมัสการครับ
สวัสดีค่ะ
ดีใจและยินดีที่จะเป็นครูใต้ร่มโพธิ์ ที่เดลีของพี่โยคีค่ะ
ที่จริงสิ่งพื้นฐานที่คนไทยทุกคนต้องเรียนรู้
คิดว่า น่าจะเริ่มต้นตั้งแต่ กิริยามารยาท
การไหว้ การอปฏิบัติต่อหน้าผู้ใหญ่
การกินอาหารที่ไม่ให้เกิดเสียงดัง ไม่แลบลิ้นออกมารับอาหาร เป็นต้น
ยิ่งมีพระเป็นครู เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้การปฏิบัติตนต่อสิ่งเคารพด้วย
อ้อ ประวัติศาสตร์ของชาติก็ไม่ควรลืมด้วยนะคะ
วันนี้ คิดได้เท่านี้ก่อน และจะเข้ามาเพิ่มเติมอีกค่ะ
ขอให้โครงการสำเร็จตามที่ตั้งใจทุกประการค่ะ
โยคีน้อย
สาธุ
คิดว่าการเริ่มต้นอะไร เป็นสิ่งที่ไม่ง่าย
เพราะเป็นสิ่งใหม่ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้นานเพียงใด
ก็ขอให้เป็นเรื่องของธรรมะจัดสรร
ร่วมใจร่วมแรงกันทำ ทั้งพระทั้งฆราวาส คงแก้ไขปรับกันไปได้เรื่อยๆ
สำเร็จก็ดี
ไม่สำเร็จก็ดี
อย่างน้อยกุศลจิตที่คิดจะทำก็เกิดและสำเร็จแล้ว
สาธุกับทุกกุศลจิตของกัลยาณมิตร
โมทนาบุญด้วยค่ะ
สาธุ
ขอเจริญสุข
ทางกลุ่ม กพ.ด. ได้จัดทำโครงการและแนวทางการจัดกิจกรรมห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาิทิตย์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว อยากให้ท่านพลเดช ได้ช่วยพิจารณาว่ามีกิจกรรมไหนควรเพิ่มเิติม หรือแก้ไขบ้าง ซึ่งร่างโครงการและรูปแบบการจัดกิจกรรมนี้ ได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์มหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุฯ กทม. ซึ่งกำลังศึกษาระดับอนุปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยเดลี และเป็นรองประธานกลุ่ม กพ.ด.เป็นผู้ร่างขึ้น อาตมาได้ส่งไฟล์ไปทางอีิเมล์ของท่านแล้ว ทางกลุมฯ จะได้เข้าไปปรึกษากับท่านที่สถานทูตอีกครั้ง
อยากให้ทุกท่านได้ร่วมทำกิจกรรมนี้ ถ้ามีแนวคิดหรือกิจกรรมดีๆีมาแบ่งกันทำ คงเป็นประโยชน์สำหรับบุตรหลานเยาวชนอย่างยิ่ง
ขอเจริญพร
คุณ เพียรธรรม..(^O,^).. ครับ
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอนุโมทนาบุญด้วยครับ
คงเป็นเพียงดอกมะลิดอกเล็กๆ ที่จะโผล่ขึ้นมา
หวังเพียงว่าความบริสุทธิ์ของดอกที่ใช้บูชาพระพุทธนี้จะมีประโยชน์บ้างครับ
ส่งกำลังใจไปช่วยกันนะครับ
ท่านพระมหาวิเชียรครับ
นะมัสการและกราบขอบพระคุณครับ ท่านทั้งหลายเป็นเนื้อนาบุญจริงๆครับ
แม้จะมีภาระเรื่องการเรียนที่หนักก็ยังอุตสาห์ช่วยคิดเรื่องนี้
นับเป็นบุญของเด็กไทยในต่างแดนครับ
จะรีบอ่านและรีบเสนอความเห็นนะครับ
ช่วงวันที่ 10-13 พย. ผมจะการเตรียมการและรับคณะจากเมืองไทยมาประชุมสุดยอดผู้นำบิมสเต็คที่เดลีครับ
วันศุกร์ที่ 14 พย.ว่างแล้วครับหรือหากท่านสะดวก วันอาทิตย์ที่ 9 พย. นิมนต์ที่สถานทูตก็ได้ครับ
กราบนะมัสการครับ
เมื่อวานได้รับเมล์จากพระมหาวิเชียรส่งหลักสูตรและรายละเอียดมา ดังนี้ครับ
โครงการห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
๑. หลักการและเหตุผล
เด็กและเยาวชนถือว่าเป็นบุคลากรที่สำคัญของสังคมโลก ดังคำกล่าวที่ว่า “เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า เด็กฉลาด ชาติเจริญ” การที่เยาวชนมีศีลธรรม รู้จักดำเนินชีวิตที่ดีงามด้วยตนเอง เป็นเครื่องประกันได้ว่าจะช่วยให้สังคมดำรงอยู่ในสันติสุขโดยสวัสดี เพราะศีลธรรมของเยาวชนคือสันติภาพของโลก แต่การจะทำให้เด็กและเยาวชนมีศีลธรรมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกัลยาณมิตรให้การศึกษา กล่าวคือให้การเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนา รู้จักคบคนและเข้าร่วมสังคมกับกัลยาณชนที่จะมีอิทธิพลชักนำและชักชวนกันให้เจริญงอกงามในการพัฒนาพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา มีศรัทธาที่จะดำเนินตามแบบอย่างที่ดี และรู้จักใช้ปัจจัยภายนอก ทั้งที่เป็นบุคคล หนังสือ และเครื่องมือสื่อสารทั้งหลาย ให้เป็นประโยชน์ในการแสวงหาความรู้และความดีงาม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาชีวิต แก้ไขปัญหาและทำการสร้างสรรค์
ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการมีศีลธรรมของเยาวชนดังกล่าว สถานทูตไทยและกลุ่มพระนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยเดลี จึงอาสาเป็นกัลยาณมิตรอบรมและชักชวนเยาวชนให้เจริญงอกงามในการพัฒนาพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา มีความรักและศรัทธาที่จะศึกษาและปฏิบัติตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย อันจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติสืบไป
๒.วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ศาสนธรรมและรู้จักพระพุทธศาสนาตามสมควรแก่วัย ของตน
๒. เพื่อเสริมความรู้ และปลูกฝัง ศีลธรรม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของไทยแก่เด็กและเยาวชน
๓. เพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้จักการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนา
๔. เพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้จักบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ รู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและต่อส่วนรวม
๓. นโยบายของโครงการ
โครงการห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นห้องเรียนที่เปิดสอนโดยไม่เก็บบำรุงการศึกษาใดๆ โดยสอนเป็นวิทยาทาน ด้านเรียนการสอนเน้นหนักไปทางภาคปฏิบัติ ยึดหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา เป็นแกน
๔.สถานที่ของโครงการ
สถานทูตเอกอัครราชทูต กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย
๕.กลุ่มเป้าหมาย
ด้านปริมาณ เยาวชนอายุตั้งแต่ ๗ - ๑๒ ปี จำนวน ๒๐ คน
ด้านคุณภาพ - ผู้เข้ารับการอบรมมีระเบียบวินัย และความรับผิดชอบในหน้าที่มากขึ้น
- ผู้เข้ารับการอบรมได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามสมควรแก่วัย และ พัฒนาระดับจิตใจให้มั่นคงขึ้น
- นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างถูกต้อง
๖.ลักษณะโครงการ
เป็นโครงการลักษณะเชิงปฏิบัติการ มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ประมาณ ๑๕ คน โดยเนื้อหาสาระมุ่งเน้นความสำคัญทางพระพุทธศาสนาและพัฒนาด้านคุณธรรมและจริยธรรม มารยาท ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย ค่านิยมที่พึงประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและสังคม การจัดการอบรมเฉพาะวันอาทิตย์
๗. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
สถานทูตเอกอัครราชทูต กรุงนิวเดลี และ กลุ่มพระนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยเดลี
๘.ระยะเวลาในการดำเนินงาน
ระหว่างวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
๙.พระวิทยากรและวิทยากรผู้เป็นกัลยาณมิตร
๑.พระไพฑูรย์ อคฺควณฺโณ ๒.พระครูสริปริยัติคุณาภรณ์
๓.พระวรวุธ ราชา ๔.พระมหาสายรุ้ง อินทาวุโธ
๕. พระมหาวิเชียร ธมฺมวชิโร ๖.พระมหาอภิชัย อภิชโย
๗.พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน ๘.พระมหาชัยณรงค์ วรญฺชโย
๙.พระมหาอ้าย วงศ์ละคร ๑๐.พระมหาธนรัฐ รฏฺฐเมโธ
๑๑.พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ ๑๒.พระมหานันทกรณ์ ปิยภาณี
๑๓.พระพีรานุวัฒน์ อริยานุวตฺโต ๑๔.พระทิพย์พนากร ชยาภินนฺโท
๑๕. พระวัชระ วชิรญาโณ ๑๖. พระศุภกฤษฎิ์
๑๗.พระมหาประภากร นนฺทกโร ๑๘. ผศ.ไชยพจน์ หวลมานพ
๑๙. นายประพัฒน์ ศีกุลกิจ
๒๐.นางสาวธนพัชร นุตสาระ ๒๑.นายภูรินทร์ นนท์คำวงศ์
๒๒. นางสาวตุลา เอมสุวรรณ ๒๓.นางสาววริษฐา แสนเกษม
๒๔. นางปรวรรณ ธมลวรรณ ๒๕.นายอาทิตย์ ถมมา
๑๐.หลักสูตรและแนวการสอน
- วิชาศีลธรรม - จริยธรรม
- วิชาศาสนปฏิบัติ
- วิชาพุทธประวัติ
-มารยาทและวัฒนธรรมไทย
๑๑. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาดีขึ้น
๒. เยาวชนมีคุณธรรมประจำตนและมีจริยธรรมที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตน
๓. เยาวชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย
๔. เยาวชนมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
๑๒. สถานที่ติดต่อโครงการ นายพลเดช วรฉัตร
พระมหาวิเชียร ธมฺมวชิโร
ลงชื่อ.............................................ผู้เสนอโครงการ
(พระมหาวิเชียร ธมฺมวชิโร)
ประธานกลุ่มพระนักศึกษาไทย มหาวิทยาลัยเดลี
หลักสูตรการอบรม
การอบรมในครั้งนี้มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนตามหลักไตรสิกขา คือศีล สมาธิ และปัญญา อย่างเป็นบูรณาการ โดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมด้วยการฝึกปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน ในลักษณะแสดงบทบาทสมมติ
กิจกรรมในหลักสูตรการอบรม ประกอบด้วยการฝึกปฏิบัติจริงหลายประการ คือ การเดินแถวอย่างมีระเบียบ การสำรวมกายวาจาในทุกอิริยาบถเมื่อเข้าสู่สถานที่อบรม การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม การกราบไหว้ที่ถูกต้อง การจัดสถานที่ประกอบพิธีกรรม การเตรียมอุปกรณ์การทำบุญ การจัดโต๊ะหมู่บูชา การจัดอาสนสงฆ์ การนิมนต์พระ การอาราธนาศีล การสมาทานศีล การอาราธนาพระปริตร การอาราธนาธรรม การถวายสังฆทาน การประเคนของพระสงฆ์ การกรวดน้ำ การตอบปัญญาธรรมะหรือความรู้ทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมทั้งหมดนี้จะก่อให้เกิดกระบวนการแห่งศีลสมาธิและปัญญาอย่างเป็นบูรณาการ
ด้านศีล คือความสำรวม ความมีระเบียบ ความงดงาม ทางกายและวาจา ย่อมจะเกิดจากการได้ฝึกหัดสำรวมกายและวาจาหรือความเป็นระเบียบ
ด้านสมาธิ คือความตั้งมั่น ความมั่นคงแห่งจิตใจ ความมีสติสัมปชัญญะ ย่อมจะเกิดจากได้ฝึกสมาธิโดยตรง และสมาธิซึ่งแทรกซึมอยู่ในทุกอิริยาบถ
ด้านปัญญา คือความรอบรู้เฉลียวฉลาดอันสามารถนำไปแก้ปัญหาและสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ได้ ย่อมจะเกิดจากการได้เห็น ได้ฟัง ได้คิด และลงมือปฏิบัติจริง ในทุกขั้นตอนของการ อบรม
คำขวัญประจำโครงการ
“ศีลงามกายวาจา
สมาธิพาใจตั้งมั่น
ปัญญาแก้ปัญหาทุกด้าน
ชีวิตเบิกบานด้วยศีล สมาธิ ปัญญา”
รูปแบบการอบรม
การอบรมอาจแบ่งเป็น ๒ ซุ้มความรู้ (ในกรณีมีนักเรียนมากกว่า๑๐ คน และต่างวัย) ในเบื้องต้นจะเป็นการอบรมรวมกลุ่มก่อน ด้วยการฝึกสติเพื่อให้นักเรียนเป็นระเบียบเรียบร้อย ในการยืน การเดิน การนั่ง และการเคลื่อนไหวอิริยาบถต่างๆ อย่างมีสติ จากนั้นจะแยกไปสู่ซุ้มอบรม ๒ ซุ้ม แต่ละซุ้มใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง จะให้สัญญาณระฆังก่อนหมดเวลา ๕ นาที หลังจากนั้นพระพี่เลี้ยงจะนำพานักเรียนย้ายซุ้มที่ ๒ ตามลำดับ
๑.ซุ้มปัญญา
เป็นการอบรม มุ่งเน้นให้นักเรียนรู้จักขบคิดและหาวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบโดยการแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ พระวิทยากรนำเสนอกิจกรรมแล้วมีการถามตอบในลักษณะเปิดแผ่นป้ายหรือจับสลากคำถาม
คำขวัญประจำซุ้ม
“มีปัญหาปัญญาแก้ได้ อนาคตสดใสเพราะเด็กไทยมีปัญญา”
๒. ซุ้มมารยาทงาม
เป็นการอบรม มุ่งเน้นการฝึกมารยาทชาวพุทธแก่นักเรียนผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีการกราบ การไหว้ การเดินผ่านผู้ใหญ่ การรับของจากผู้ใหญ่ การจัดพุทธศาสนพิธี การประเคนของพระ การอาราธนาศีล การสมาทานศีล การอาราธนาธรรม โดยให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งกิจกรรมจะลดหลั่นลงตามลำดับชั้นของนักเรียน
คำขวัญประจำซุ้ม
“หล่อสวย...รวยค่า เพราะกาย วาจา งดงาม”
สรุปความว่า ผลลัพธ์จากใช้กิจกรรมดังกล่าว อาจสามารถปรับทัศนคติและพฤติกรรมของนักเรียนให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าเดิม มีความรู้สึกสำนึกในเอกลักษณ์ของความเป็นคนไทยรักและหวงแหนในวัฒนธรรมไทย พร้อมที่จะทำดีเพื่อชาติ ศาสนาและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ตลอดทั้งเพิ่มทักษะแห่งการดำรงชีวิตและปลูกฝังนิสัยในการทำความดี เสียสละแบ่งปัน รู้จักใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาชีวิต พร้อมทั้งรู้สำนึกผิดเมื่อตนทำผิด ละอายและเกรงกลัวต่อการทำผิด เมื่อตนทำผิดแล้วได้รับโทษ
กติกาในการเข้ารับการอบรม
กติกาในการเข้ารับการอบรมนั้น เน้นความประพฤติเป็นหลัก โดยอาศัยการแนะนำสถานการณ์จำลองนิทาน ให้นักเรียนคิดวิเคราะห์มีจิตสำนึกที่ถูกต้องว่าสิ่งใดควรกระทำ สิ่งใดไม่ควรกระทำ และสามารถบังคับตนเองได้ โดยยึดหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา
๑. การประพฤติทางกาย
(กิริยามารยาท)
-การเดิน, ยืน, นั่ง, เรียบร้อย
-การไหว้, การกราบ ถูกวิธี
(ความประพฤติ)
-กตัญญู
-ซื่อสัตย์
-สามัคคี
๒. การประพฤติทางวาจา
-ไม่พูดคำเท็จ พูดแต่คำจริง อ่อนหวานไพเราะ
-ไม่พูดยุยงให้แตกแยก พูดแต่ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความสามัคคีซึ่งกันและกัน
-พูดด้วยเมตตา ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขใจ
๓. การประพฤติทางใจ
-มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ มุ่งหวังให้ผู้อื่นมีความสุข
-มีน้ำใจเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว
-รู้จักให้อภัยไม่ถือโทษโกรธกัน ไม่พยาบาทจองเวรกับผู้ใด
----------------------------------
ใบสมัครผู้เข้ารับการอบรม
ห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
ณ สถานเอกอัครราชทูต กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย
.........................................
ชื่อ..........................................................นามสกุล............................................อายุ.............
ชื่อ/สกุลบิดา.............................................ชื่อ/สกุลมารดา......................................................
เรียนชั้น........................................................ชื่อสถาบัน.......................................................
ที่อยู่ ณ อินเดีย....................................................................................................................
...................................................................................................................................หมายเลขโทรศัพท์................................................................อีเมล์........................................
วัตถุประสงค์ที่เข้ารับการอบรม.............................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะปฏิบัติตามกติกาและระเบียบของโครงการทุกประการ
...........................................................
(............................................................)
วัน..............เดือน...................พ.ศ.....................
คำยินยอมของผู้ปกครอง
ข้าพเจ้า.....................................................................เป็นผู้ปกครองของ...............................
....................................................................มีความยินดีให้...........................................................................................เข้ารับการอบรมพระพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย
.................................................
(..............................................................)
ผมเห็นว่าเป็นการจัดทำหลักสูตรที่ดี จึงนำเสนอเพื่อประโยชน์ของทุกท่านครับ
เจริญสุขครับ