เมื่อวานได้รับเมล์จากพระมหาวิเชียรส่งหลักสูตรและรายละเอียดมา ดังนี้ครับ
โครงการห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
๑. หลักการและเหตุผล
เด็กและเยาวชนถือว่าเป็นบุคลากรที่สำคัญของสังคมโลก ดังคำกล่าวที่ว่า “เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า เด็กฉลาด ชาติเจริญ” การที่เยาวชนมีศีลธรรม รู้จักดำเนินชีวิตที่ดีงามด้วยตนเอง เป็นเครื่องประกันได้ว่าจะช่วยให้สังคมดำรงอยู่ในสันติสุขโดยสวัสดี เพราะศีลธรรมของเยาวชนคือสันติภาพของโลก แต่การจะทำให้เด็กและเยาวชนมีศีลธรรมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกัลยาณมิตรให้การศึกษา กล่าวคือให้การเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนา รู้จักคบคนและเข้าร่วมสังคมกับกัลยาณชนที่จะมีอิทธิพลชักนำและชักชวนกันให้เจริญงอกงามในการพัฒนาพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา มีศรัทธาที่จะดำเนินตามแบบอย่างที่ดี และรู้จักใช้ปัจจัยภายนอก ทั้งที่เป็นบุคคล หนังสือ และเครื่องมือสื่อสารทั้งหลาย ให้เป็นประโยชน์ในการแสวงหาความรู้และความดีงาม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาชีวิต แก้ไขปัญหาและทำการสร้างสรรค์
ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการมีศีลธรรมของเยาวชนดังกล่าว สถานทูตไทยและกลุ่มพระนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยเดลี จึงอาสาเป็นกัลยาณมิตรอบรมและชักชวนเยาวชนให้เจริญงอกงามในการพัฒนาพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา มีความรักและศรัทธาที่จะศึกษาและปฏิบัติตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย อันจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติสืบไป
๒.วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ศาสนธรรมและรู้จักพระพุทธศาสนาตามสมควรแก่วัย ของตน
๒. เพื่อเสริมความรู้ และปลูกฝัง ศีลธรรม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของไทยแก่เด็กและเยาวชน
๓. เพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้จักการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนา
๔. เพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้จักบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ รู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและต่อส่วนรวม
๓. นโยบายของโครงการ
โครงการห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นห้องเรียนที่เปิดสอนโดยไม่เก็บบำรุงการศึกษาใดๆ โดยสอนเป็นวิทยาทาน ด้านเรียนการสอนเน้นหนักไปทางภาคปฏิบัติ ยึดหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา เป็นแกน
๔.สถานที่ของโครงการ
สถานทูตเอกอัครราชทูต กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย
๕.กลุ่มเป้าหมาย
ด้านปริมาณ เยาวชนอายุตั้งแต่ ๗ - ๑๒ ปี จำนวน ๒๐ คน
ด้านคุณภาพ - ผู้เข้ารับการอบรมมีระเบียบวินัย และความรับผิดชอบในหน้าที่มากขึ้น
- ผู้เข้ารับการอบรมได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามสมควรแก่วัย และ พัฒนาระดับจิตใจให้มั่นคงขึ้น
- นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างถูกต้อง
๖.ลักษณะโครงการ
เป็นโครงการลักษณะเชิงปฏิบัติการ มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ประมาณ ๑๕ คน โดยเนื้อหาสาระมุ่งเน้นความสำคัญทางพระพุทธศาสนาและพัฒนาด้านคุณธรรมและจริยธรรม มารยาท ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย ค่านิยมที่พึงประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและสังคม การจัดการอบรมเฉพาะวันอาทิตย์
๗. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
สถานทูตเอกอัครราชทูต กรุงนิวเดลี และ กลุ่มพระนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยเดลี
๘.ระยะเวลาในการดำเนินงาน
ระหว่างวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
๙.พระวิทยากรและวิทยากรผู้เป็นกัลยาณมิตร
๑.พระไพฑูรย์ อคฺควณฺโณ ๒.พระครูสริปริยัติคุณาภรณ์
๓.พระวรวุธ ราชา ๔.พระมหาสายรุ้ง อินทาวุโธ
๕. พระมหาวิเชียร ธมฺมวชิโร ๖.พระมหาอภิชัย อภิชโย
๗.พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน ๘.พระมหาชัยณรงค์ วรญฺชโย
๙.พระมหาอ้าย วงศ์ละคร ๑๐.พระมหาธนรัฐ รฏฺฐเมโธ
๑๑.พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ ๑๒.พระมหานันทกรณ์ ปิยภาณี
๑๓.พระพีรานุวัฒน์ อริยานุวตฺโต ๑๔.พระทิพย์พนากร ชยาภินนฺโท
๑๕. พระวัชระ วชิรญาโณ ๑๖. พระศุภกฤษฎิ์
๑๗.พระมหาประภากร นนฺทกโร ๑๘. ผศ.ไชยพจน์ หวลมานพ
๑๙. นายประพัฒน์ ศีกุลกิจ
๒๐.นางสาวธนพัชร นุตสาระ ๒๑.นายภูรินทร์ นนท์คำวงศ์
๒๒. นางสาวตุลา เอมสุวรรณ ๒๓.นางสาววริษฐา แสนเกษม
๒๔. นางปรวรรณ ธมลวรรณ ๒๕.นายอาทิตย์ ถมมา
๑๐.หลักสูตรและแนวการสอน
- วิชาศีลธรรม - จริยธรรม
- วิชาศาสนปฏิบัติ
- วิชาพุทธประวัติ
-มารยาทและวัฒนธรรมไทย
๑๑. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาดีขึ้น
๒. เยาวชนมีคุณธรรมประจำตนและมีจริยธรรมที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตน
๓. เยาวชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย
๔. เยาวชนมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
๑๒. สถานที่ติดต่อโครงการ นายพลเดช วรฉัตร
พระมหาวิเชียร ธมฺมวชิโร
ลงชื่อ.............................................ผู้เสนอโครงการ
(พระมหาวิเชียร ธมฺมวชิโร)
ประธานกลุ่มพระนักศึกษาไทย มหาวิทยาลัยเดลี
หลักสูตรการอบรม
การอบรมในครั้งนี้มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนตามหลักไตรสิกขา คือศีล สมาธิ และปัญญา อย่างเป็นบูรณาการ โดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมด้วยการฝึกปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน ในลักษณะแสดงบทบาทสมมติ
กิจกรรมในหลักสูตรการอบรม ประกอบด้วยการฝึกปฏิบัติจริงหลายประการ คือ การเดินแถวอย่างมีระเบียบ การสำรวมกายวาจาในทุกอิริยาบถเมื่อเข้าสู่สถานที่อบรม การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม การกราบไหว้ที่ถูกต้อง การจัดสถานที่ประกอบพิธีกรรม การเตรียมอุปกรณ์การทำบุญ การจัดโต๊ะหมู่บูชา การจัดอาสนสงฆ์ การนิมนต์พระ การอาราธนาศีล การสมาทานศีล การอาราธนาพระปริตร การอาราธนาธรรม การถวายสังฆทาน การประเคนของพระสงฆ์ การกรวดน้ำ การตอบปัญญาธรรมะหรือความรู้ทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมทั้งหมดนี้จะก่อให้เกิดกระบวนการแห่งศีลสมาธิและปัญญาอย่างเป็นบูรณาการ
ด้านศีล คือความสำรวม ความมีระเบียบ ความงดงาม ทางกายและวาจา ย่อมจะเกิดจากการได้ฝึกหัดสำรวมกายและวาจาหรือความเป็นระเบียบ
ด้านสมาธิ คือความตั้งมั่น ความมั่นคงแห่งจิตใจ ความมีสติสัมปชัญญะ ย่อมจะเกิดจากได้ฝึกสมาธิโดยตรง และสมาธิซึ่งแทรกซึมอยู่ในทุกอิริยาบถ
ด้านปัญญา คือความรอบรู้เฉลียวฉลาดอันสามารถนำไปแก้ปัญหาและสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ได้ ย่อมจะเกิดจากการได้เห็น ได้ฟัง ได้คิด และลงมือปฏิบัติจริง ในทุกขั้นตอนของการ อบรม
คำขวัญประจำโครงการ
“ศีลงามกายวาจา
สมาธิพาใจตั้งมั่น
ปัญญาแก้ปัญหาทุกด้าน
ชีวิตเบิกบานด้วยศีล สมาธิ ปัญญา”
รูปแบบการอบรม
การอบรมอาจแบ่งเป็น ๒ ซุ้มความรู้ (ในกรณีมีนักเรียนมากกว่า๑๐ คน และต่างวัย) ในเบื้องต้นจะเป็นการอบรมรวมกลุ่มก่อน ด้วยการฝึกสติเพื่อให้นักเรียนเป็นระเบียบเรียบร้อย ในการยืน การเดิน การนั่ง และการเคลื่อนไหวอิริยาบถต่างๆ อย่างมีสติ จากนั้นจะแยกไปสู่ซุ้มอบรม ๒ ซุ้ม แต่ละซุ้มใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง จะให้สัญญาณระฆังก่อนหมดเวลา ๕ นาที หลังจากนั้นพระพี่เลี้ยงจะนำพานักเรียนย้ายซุ้มที่ ๒ ตามลำดับ
๑.ซุ้มปัญญา
เป็นการอบรม มุ่งเน้นให้นักเรียนรู้จักขบคิดและหาวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบโดยการแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ พระวิทยากรนำเสนอกิจกรรมแล้วมีการถามตอบในลักษณะเปิดแผ่นป้ายหรือจับสลากคำถาม
คำขวัญประจำซุ้ม
“มีปัญหาปัญญาแก้ได้ อนาคตสดใสเพราะเด็กไทยมีปัญญา”
๒. ซุ้มมารยาทงาม
เป็นการอบรม มุ่งเน้นการฝึกมารยาทชาวพุทธแก่นักเรียนผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีการกราบ การไหว้ การเดินผ่านผู้ใหญ่ การรับของจากผู้ใหญ่ การจัดพุทธศาสนพิธี การประเคนของพระ การอาราธนาศีล การสมาทานศีล การอาราธนาธรรม โดยให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งกิจกรรมจะลดหลั่นลงตามลำดับชั้นของนักเรียน
คำขวัญประจำซุ้ม
“หล่อสวย...รวยค่า เพราะกาย วาจา งดงาม”
สรุปความว่า ผลลัพธ์จากใช้กิจกรรมดังกล่าว อาจสามารถปรับทัศนคติและพฤติกรรมของนักเรียนให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าเดิม มีความรู้สึกสำนึกในเอกลักษณ์ของความเป็นคนไทยรักและหวงแหนในวัฒนธรรมไทย พร้อมที่จะทำดีเพื่อชาติ ศาสนาและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ตลอดทั้งเพิ่มทักษะแห่งการดำรงชีวิตและปลูกฝังนิสัยในการทำความดี เสียสละแบ่งปัน รู้จักใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาชีวิต พร้อมทั้งรู้สำนึกผิดเมื่อตนทำผิด ละอายและเกรงกลัวต่อการทำผิด เมื่อตนทำผิดแล้วได้รับโทษ
กติกาในการเข้ารับการอบรม
กติกาในการเข้ารับการอบรมนั้น เน้นความประพฤติเป็นหลัก โดยอาศัยการแนะนำสถานการณ์จำลองนิทาน ให้นักเรียนคิดวิเคราะห์มีจิตสำนึกที่ถูกต้องว่าสิ่งใดควรกระทำ สิ่งใดไม่ควรกระทำ และสามารถบังคับตนเองได้ โดยยึดหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา
๑. การประพฤติทางกาย
(กิริยามารยาท)
-การเดิน, ยืน, นั่ง, เรียบร้อย
-การไหว้, การกราบ ถูกวิธี
(ความประพฤติ)
-กตัญญู
-ซื่อสัตย์
-สามัคคี
๒. การประพฤติทางวาจา
-ไม่พูดคำเท็จ พูดแต่คำจริง อ่อนหวานไพเราะ
-ไม่พูดยุยงให้แตกแยก พูดแต่ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความสามัคคีซึ่งกันและกัน
-พูดด้วยเมตตา ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขใจ
๓. การประพฤติทางใจ
-มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ มุ่งหวังให้ผู้อื่นมีความสุข
-มีน้ำใจเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว
-รู้จักให้อภัยไม่ถือโทษโกรธกัน ไม่พยาบาทจองเวรกับผู้ใด
----------------------------------
ใบสมัครผู้เข้ารับการอบรม
ห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
ณ สถานเอกอัครราชทูต กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย
.........................................
ชื่อ..........................................................นามสกุล............................................อายุ.............
ชื่อ/สกุลบิดา.............................................ชื่อ/สกุลมารดา......................................................
เรียนชั้น........................................................ชื่อสถาบัน.......................................................
ที่อยู่ ณ อินเดีย....................................................................................................................
...................................................................................................................................หมายเลขโทรศัพท์................................................................อีเมล์........................................
วัตถุประสงค์ที่เข้ารับการอบรม.............................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะปฏิบัติตามกติกาและระเบียบของโครงการทุกประการ
...........................................................
(............................................................)
วัน..............เดือน...................พ.ศ.....................
คำยินยอมของผู้ปกครอง
ข้าพเจ้า.....................................................................เป็นผู้ปกครองของ...............................
....................................................................มีความยินดีให้...........................................................................................เข้ารับการอบรมพระพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย
.................................................
(..............................................................)
ผมเห็นว่าเป็นการจัดทำหลักสูตรที่ดี จึงนำเสนอเพื่อประโยชน์ของทุกท่านครับ
เจริญสุขครับ