วันนีมีประชุมหารือ เครือข่าย R2R ที่ห้องประชุม สวรส. โดยมีท่าน อ.หมอวิจารณ์ พานิช เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ ...

ข้าพเจ้าเข้าประชุมช้าอันเนื่องจากการวางแผนการเดินทางของตนเอง ได้ไปทัน อ.จรรยาวัฒน์ กำลังเล่าเรื่องการขับเคลื่อนการทำ R2R ของชมรมพยาบาลชุมชน

 

อ. จรรยาวัฒน์ : ทำ node หลัก ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง ใช้ความสมัครใจ มีงานวิจัยเพื่อแก้งานตนเอง ทำมาสี่ปี พัฒนาตัวพี่เลี้ยง ผู้ช่วยวิทยากร ปีนี้เพิ่มเติมการเป็นผู้วิพากษ์ ให้เกิด node ขึ้นมาเองโดยเริ่มจากพี่เลี้ยง สร้างนักวิจัยได้ประมาณสี่สิบคน

  • กาฬสินธุ์ 35 คน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เป็นเจ้าภาพ เน้นการดูแลเบาหวาน
  • น่าน

 

ฝึกแล้วกลับไปทำงานของตนเอง เช่นของน่าน...เน้น อ.ปัว โดยให้เพื่อนรอบอำเภอได้เรียนรู้ไปด้วย คุณจินตนา ครูหนูนา 

ที่ใต้ มีรูปแบบเน้น สอ. หาเงินเรียนกันเอง  เน้นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  เน้นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ

  • อุดร เน้นในเรื่องของเพศ
  • มหาสารคาม จะเป็น node เล็ก เน้นในเรื่องเพศ
  • ขอนแก่น เจ้าภาพจะอยู่ที่ รพ.ขอนแก่น ให้โคว้ต้าทุกโรงพยาบาลอำเภอ

 

ในเดือนมกราคม จะมีการพรีเซนต์ เพื่อให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของ ให้ความสำคัญกับ node กลาง เน้นให้ทุกคนได้ผ่านการนำเสนอ  โดยมีการคัดเลือกมาเฉพาะบางเรื่อง   เปิดรับให้บุคคลโดยทั่วไปเข้าร่วมด้วย เครือข่ายประมาณสามร้อย  บุคคลโดยทั่วไปประมาณห้าร้อย

 

อ.หมอวิจารณ์:  ถามทำอย่างไร ถึงจะทำให้ทราบได้ว่า มีเรื่องไหนเป็น success story  ซึ่งใน node เล็ก จะจัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเอง ให้กะปุ๋มเข้าไปจับภาพ หากว่าจัดที่ขอนแก่น เราอยากได้ success story ซึ่งต้องมาตกลงว่าเราต้องการ success story แบบไหน เพื่อเอามาเดินต่อ

 

อ.แต้ม : ได้ทวนความจากที่ อ.จรรยาวัฒน์เล่าเรื่องว่าเริ่มสร้าง สอง node หลัก ตอนนี้มีทั้งหมดสิบ node ซึ่ง อ.จรรยาวัฒน์ เสริมต่อว่า node นี้จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้พื้นที่ใกล้เคียงกัน >>> ประชาสัมพันธ์ บอกต่อ

 

อ.จรรยาวัฒน์: การจัดการให้มันเกิด

  • จัดอบรมวิจัยเชิงคุณภาพ ชมรมเป็นผู้จัดการ ขอเงิน สสส.  รพ.สนันสนุนงบให้ทำ
  • ชมรมเป็นผู้หาวิทยากร และ อ.ทวีศักดิ์ จะไปในบางครั้ง
  • เอา paper มาพัฒนาให้ได้เรื่อง ซึ่งเน้น paper ที่เป็นการพัฒนางาน และทางชมรมจะ train เช่นในเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล
  • รพ.กาฬสินธุ์ เริ่มจาก เบาหวาน จากนั้นก็ไปขยายผลมากขึ้น  หลากหลายมากขึ้น เป็นสหวิชาชีพมากขึ้น มีการเรียนรู้ผ่านทีม งานเน้นเป็นระบบมากขึ้น

 

อ.หมอวิจารณ์ : ยุทธศาสตร์ของชมรมพยาบาล เรียนไปด้วยกัน จับ Issue แล้วไปจับมือกันมากขึ้น

  • งานของทีมคุณจรรยาวัฒน์ไปสู่ความสำเร็จมากขึ้น

 

อ.จรรยาวัฒน์ :

  • แตก node
  • สร้างหรือมองหานักเรียนเกรด A
  • ที่ไหนเกิดเอง เราก็จะพัฒนาผู้จัดการ node
  • ปีหน้าทำเรื่องการวิเคราะห์ สังเคราะห์ เอาเรื่องราวทั้งหมดมาให้เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง
  • ข้อตกลงมี paper ให้เรา ติดตามและประเมินผล แต่ยังไม่ Implement  ประโยชน์ที่ได้ คือ การได้นำไปใช้ในพื้นที่

 

อ.วิจารณ์ : งาน action งาน Development นำเข้าไปสู่ความเป็นวิชาการ ต้องอาศัย สวรส. และทางทีม อ.เชิดชัย รพ.ศิริราช มาร่วมขับเคลื่อน

 

อ.จรรยาวัฒน์ : ยังเป็นในเรื่อง Informal ทำกันเอง เป็นโครงการกันเอง (ยังเป็นเรื่องปัจเจคบุคคล-ตามทัศนะของข้าพเจ้า) กระท่อนกระแท่น เป็นเรื่องส่วนบุคคล

 

นพ.เกรียงศักดิ์ : เราไม่ได้ถูกวางโครงสร้าง design ออกมาในรูปแบบการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย แต่เน้นในเรื่องการปฏิบัติ เริ่มเปลี่ยน trend อาจเนื่องจากว่ามี สวรส. มากระตุ้น ทิศทางออกมาในลักษณะการยอมรับ

คุณหมอเกรียงศักดิ์เสริมต่อไปอีกว่า...ต้องเริ่มมาจาก ศรัทธา ก่อน ตั้งต้นจากบุคคลที่มีความศรัทธา ยอมตัดใจเพื่อเลือกบุคคลที่มีความสนใจ และมีความตั้งใจ แม้ผลงานยังไม่โดดเด่น แต่มีความตั้งใจสูง และมีแนวคิดที่ดี นำมาเรียนรู้ร่วมกัน มีเวที ลปรร. ทำเป็นแผน ในทุกสามเดือน ลปรร. แบบสุทรียะสนทนา เล่าเรื่องดีดี สู่กันฟัง

  • ชมรมแพทย์ชนบท จะเป็นตัวหลัก ทำหน้าที่ในการจัดการ บูรณาการ
  • ร่วมงานกับ อ.หมอโกมาตย์ ทำในเรื่อง primary care คล้ายๆ หา KPI หรือลักษณะร่วมของ KPI
  • เริ่มโดยการทาบทาม ไม่นำเงินเป็นตัวตั้ง เน้นคนที่ตั้งใจมาก่อนแล้วค่อยให้การสนับสนุน จากนั้นจัดเป็นการ ลปรร. เน้นให้ทุกคนได้พูด  มีเวทีระดับประเทศ ระดับภาค ระดับเขต มาเล่าสู่กันฟัง
  • เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย เช่น มข. คณะสาธารณะสุข ม.มหิดล ม.นเรศวร จัดการเรียนรู้ผ่านการอบรม และให้ทั้งสามมหาวิทยาลัยมาเชื่อมโยงกัน เน้นการเรียนการสอน sharing base >> case base >>e-learning กลับไปเรียนต่อที่บ้าน
  • รพ. ที่เข้าร่วมโครงการให้เขียน profile ในอนาคตอยากทำอะไรต่อ ใน primary care
  • ทำหลักสูตรให้มีเสน่ห์ เช่น อาจมีการไปเรียนรู้ต่างประเทศ หรือหาความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยต่างประเทศ

 

โปรแกรมการเรียน core learning Module มีทั้งหมอ 6 core  (ข้าพเจ้าจำได้เพียงสอง core)

  • Vision value purpose
  • Understanding self >> Understanding world

 

 

อ.หมอวิจารณ์ : จุดเริ่มต้นดี เริ่มตั้งแต่ เรื่องราวการนำชมรมมาเป็นตัวเดิน เริ่มจาก ชมรมพยาบาล และมาต่อด้วยชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งเป็นการเริ่มที่ไม่เป็นทางการ แต่สามารถไป due กับสิ่งที่เป็นทางการ >>> หาสิ่งที่ดี ทำให้เดินไปได้เร็ว โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

 

อ.หมอ อัครินทร์ : ถ้าเรากระตุ้นงาน R2R ขึ้นมาเยอะ ๆ เราจะ link จากจุดย่อยไปสู่ Policy ได้อย่างไร

 

นพ.เกรียงศักดิ์ : พอไปได้ก็มีงานของคนพิการ ซึ่งจากเดิมทีไม่มีข้อมูล การจัดการมีปัญหา จากนั้นมาเริ่มตั้งต้นในงานพัฒนา  มีการกระจายงบประมาณ  ปัจจุบันยังมีปัญหาในเรื่องการกระจายงบประมาณซึ่งไปเน้นหนักที่ระบบไป support ในส่วน IP ขาดการเชื่อมโยง (โจทย์วิจัยของ สวรส. และ health economic – อ.หมอวิจารณ์)

 

อ.หมออัครินทร์; need ของ R2R ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ public แต่เขาต้องการการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างให้เกิดขึ้นกับตนเอง  ตัวอย่างจาก ชมรมพยาบาล + ชมรมแพทย์ สะท้อนให้เห็นถึงการ need สนับสนุนในเรื่อง policy สวรส. Advocate ด้วย

 

อ.หมอ? : ต้องมีคนทำในระบบใหญ่ไปด้วย อาจนำแนวคิดสามเหลี่ยมขยับขับเคลื่อนภูเขาของ อ.หมอประเวชมาเป็นกรอบในการขับเคลื่อน

 

อ.หมอวิจารณ์: R2R เน้นการวิจัยเล็กๆ การประชุมครั้งนี้เป็นแบบอิสระ ส่งเสริมให้มี การสร้างสรรค์เยอะ  advocate = ความรู้สึก + Evidence base

 

นพ.เกรียงศักดิ์ : ขาดการเป็นระบบ ต้องมีการคัดกรอง

 

อ.หมอเชิดชัย..ควรทำในหลายทิศทางไปในทางเดียวกัน คล้ายแซนวิซ

 

นพ. วุฒิไกรเสนอให้ผู้ตรวจ เป็นผู้บอก หรือเป็นช่องทางของการประกาศหรือกำหนดเป็นนโยบายให้ชัดเจนในการทำ R2R เพื่อการขยายผลเป็นวงกว้างขึ้น

 

นพ.เกรียงศักดิ์ : เสนอว่าโมเดล น่าจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น  นำไปสู่การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย  ควรมีการดำเนินทั้งในแนวตั้งและแนวนอน

 

อ.หมอวิจารณ์ : รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป ให้ ดร.แต้มไปวิเคราะห์ และดึงออกไปจะมีกลยุทธ์อย่างไร ในการดึงและยกระดับให้เกิดการแพร่หลายในวงนี้มากขึ้น

 

  • ไปร่วมมือ และเชื่อมโยง โดยผ่านวารสาร หมออนามัย เพื่อบอกเล่าเรื่องการทำ R2R

 

มหกรรม r2r ปีหน้า จัด กรกฏาคม 2552 เน้นการจัดเป็น theme มากขึ้น เช่น theme เบาหวาน

หารือเรื่อง website (ข้าพเจ้าจะขอเขียนอีกหนึ่งบันทึก)

 

_________________________________________________________________________________

Note: บันทึกนี้ข้าพเจ้าถอดออกมาค่อนข้างเป็นข้อมูลดิบดิบ ... ยังไม่ได้เรียบเรียงผ่านความคิดเห็น และการวิเคราะห์ สังเคราะห์ของตนเองออกมาเจือปนด้วย

................................