ผลแห่งการแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ ที่เกิดจากความรัก ความเป็นกัลยาณมิตรอย่างมีจิตสาธารณะ ทำให้ความมืด ความหมองมัวได้ละลายให้ลดน้อยลง กลับมีความสว่างด้านสติปัญญาขึ้นมาแทนที่

           การเรียนรู้เรื่องเล่าเรื่องราว  โดยเฉพาะจากแหล่งเรียนรู้ gotoknow  ถ้ารับได้ ใจกว้าง ไม่เป็นน้ำชาล้นถ้วย จะทำให้ต่อมความคิดกระจายได้   เมื่อได้อ่านเจอสิ่งที่ตรงใจ โดนใจ เป็นการจุดประกายให้เราฝันต่อในแต่ละเรื่องได้  ผลแห่งการแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ ที่เกิดจากความรัก ความเป็นกัลยาณมิตรอย่างมีจิตสาธารณะ  ทำให้ความมืด ความหมองมัวได้ละลายให้ลดน้อยลง กลับมีความสว่างด้านสติปัญญาขึ้นมาแทนที่  

          ปกติจะอ่านทุกบันทึก  ถ้าไม่มีความรู้ว่าจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร ก็พยายามติดตามอ่านจนกว่าจะเข้าใจ  นำเรื่องที่อ่านไปเล่าต่อ คนที่เขารู้ได้ขยายผลให้  แล้วกลับมาอ่านแต่ละเรื่องอีกครั้ง เพื่อให้สามารถแสดงความคิดเห็นต่อบันทึกที่อ่านได้  เป็นการแสดงน้ำใจให้เจ้าของบันทึกมีกำลังใจ  จากที่ได้อ่าน  http://gotoknow.org/blog/engreader/220258  จึงนึกถึงเรื่องที่อยู่ในใจมานานนั่นคือ  "การให้" 

        ความเป็นจริงที่โรงเรียน  เมื่อมีวันคล้ายวันเกิดของคุณครูทุกท่าน  จะมีนักเรียนไปช่วยกันติดบอร์ด อวยพรในนามของโรงเรียน  คุณครูจะให้ของขวัญ ช่อดอกไม้ ทานอาหารร่วมกัน  บางทีอาจมีเค๊กมาแบ่งกันทาน กระทำติดต่อกันตลอดมา  ส่วนนักเรียน....มีนิยมใหม่ขึ้นมาถือห่อของขวัญ กล่องเค๊ก ช่อดอกไม้แบบหรู ๆ ดอกลิลลี่ราคาดอกละไม่ต่ำกว่า 100 ยิ่งสีขาวยิ่งแพง 

        หมู่บ้านหรือชุมชนที่นักเรียนอยู่ไม่มีร้านค้าจำหน่ายสิ่งของพวกนี้ นอกจากในอำเภอ ในจังหวัด  เมื่อสอบถามก็ได้ความว่าฝากรถไปซื้อ  หรือไปซื้อกันเองในอำเภอ  เงินที่นำมาซื่อได้จากการรวมกันของเพื่อน ๆ คุณครูที่เป็นเจ้าของวันเกิด  ไม่ได้มีความสุขสบายใจกับสิ่งของที่ได้รับ  เพราะฐานะของนักเรียนแต่ละคน และที่นักเรียนได้เงินมาก็จากการไปรับจ้างทำไร่ ตัดไม้ ถางป่า ปลูกพืชไร่ 

        ความรู้สึกเช่นนี้สุมหัวอยู่เป็นเวลานาน  ได้พยายามหาทางอธิบายให้นักเรียนเข้าใจความหมายของ "การให้" ที่แสดงถึงเจตนาว่ามาจากใจ (จริง) ว่าเป็นสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยการพูด การกอด การหอมแก้มคุณครู (สตรี) การเขียนคำกลอน คำอวยพร การประดิษฐ์ตกแต่งบัตรอวยพรด้วยตนเอง หรือช่อดอกไม้จากรอบ ๆ ตัว..จะน่ารักและมีความหมายมาก

       

          ขอขอบพระคุณ..คุณครูอ้อย แซ่เฮ..เป็นอย่างสูง  ที่ได้จุดประกายความคิดให้ได้เขียนบันทึกฉบับนี้ และขอขอบพระคุณเพื่อนผู้เข้ามาเยี่ยม มาแสดงความคิดเห็นทุกท่าน ด้วยความเคารพนับถืออย่างยิ่ง

P