แวะเยี่ยม ชุมชนบางปรอก ถังดักไขมัน

มัวแต่ไปประเมินคนอื่นอยู่นั่นแหละ ตัวเองไม่รู้จักประยุกต์ไปคิด ไปทำเองสักที

พา  cell head  ของ SCG  ปูนแก่งคอย     ไปดู ชุมชนบางปรอก (ปทุมธานี)   ดูการเีรียนรู้  ดู

การบำบัดน้ำเสีย 

ส่วนผม  ก็ดู  ต้นไม้  ชีวิตผู้คน ฯลฯ

ถัง "ดักกากไขมัน"  ( สามถัง สีฟ้า)    ที่ออกมาจากครัวเรือน

ภูมิปัญญา ชาวบ้าน  ลูกหลาน "มอญ"

(บน) ลูกมะตาด   กลิ่นหอม   ทำแกงส้มแบบมอญ

(บน)  ใบ ของต้นมะตาด   สวยงาม เป็นไม้ประดับ ที่ ทานได้ 

ไม้มะตาด เนื้อแข็ง    เป็นไม้ที่ควรอนุรักษ์อย่างยิ่ง

(บน) มะเหมี่ยว  ออกดอก  สวยงาม

 

 

อจ หมอ JJ    ป้าฉลวย "หญิงเหล็ก แห่ง บางปรอก"   และ  คนดอย (ทวีสิน)

ออกจาก ชุมชน ฯ แล้ว ไป ทานอาหารเที่ยง ที่ ศูนย์ศิลปาชีพ บางไืทร

เราล้อมวง ทำ improvise  แบบ group genius   ได้ แนวคิดดีๆมากมาย

แวะ อุดหนุน สินค้าไทยๆ  ที่ ศูนย์ศิลปาชีพ 

ผมถูกใจ คำสรุป ของ  อจ JJ  ที่ว่า

"ไม่ดูเขา วิจารณ์เขา .... ก็เพื่อเอาไปพัฒนาตัวเรา"

อะไรประมาณนี้  อจ JJ  มาต่อเอง ดึกว่า ...

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Living company

คำสำคัญ (Tags)#บางปรอก#ดักไขมัน#บำบัดน้ำเสีย

หมายเลขบันทึก: 220403, เขียน: 02 Nov 2008 @ 21:29 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 19:48 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 
  • แวะมาเรียนรู้ครับ....พยายามนำไปปฏิบัติครับ...อิอิ
  • อยากมี ทีมอัจฉริยะ ที่ มมส. บ้างครับ ท่านไร้กรอบ และ ท่าน JJ
เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอาจารย์ไร้กรอบ และ ท่านทวีสิน

  • นับเป็น โชค และ วาสนา ได้ท่าน คนดอยให้โอกาส ติดตาม ไปเรียนรู้กระบวนการ พัฒนา ฅ ฅน ร่วมกับกับชาว ปูน แก่งคอย
  • การถอดบทเรียน หลังการเรียนรู้
  • บางครั้ง เรามัวแต่ วิพากษ์ ผู้ที่เราไป "ขอ" เขาดูงาน
  • แต่
  • เราไม่ได้ เสาะถาม "HowTo"
  • เราไม่ได้ดู
  • แล้วนำ มา "กระตุกต่อมคิด"
  • แล้ว "สร้าง Passion Plan สัญญาใจ ไฟปรารถนา"
  • เอ เราดูแล้ว เราได้บทเรียน อะไร
  • เราจะนำไปทำ อะไร อย่างไร เมื่อไหร่
  • แล้ว...
  • จะนำ ไป "ปรับ ปรุง พัฒนา"
  • จะสำเร็จ ตามบริบท ของเรา "ได้ ใหม นี่"
เขียนเมื่อ 

งานนี้ขอเพิ่มเติม ในมุมมองเรื่องการจัดการความรู้ นะครับ

อาจารย์วรภัทร์ พูดเสมอว่าการดูงาน ก็ต้องดูงานให้เป็น แล้วต้องเป็นเรื่องอะไร เข้าใจเรื่องอะไรละ เออ

ในความหมายก็คงเป็นเรื่องการจัดการความรู้ ละครับ ว่าเราละเอียดพอที่จะเข้าถึง เข้าใจกับความรู้ที่เราได้เห็น ได้ยินขนาดไหน มีประสบการณ์ร่วมขนาดไหน และมีความรู้อะไร spark ขึ้นมาบ้าง เห็นหรือไม่ จับมันทันหรือเปล่า ตรงนี้ละครับ ที่ผมคิดว่าเราต้องเข้าใจเรื่องความรู้กันให้ดี

หากเอากันง่ายๆตาม KM คือ Explicit และ Tacit แถมอีกนิด Explicit เป็น1st hand(ความรู้ใหม่ สด ใส ปิ๋ง) หรือ 2 3 4 …. hand รวมทั้ง Tacit มันที่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้ง Knowledge stock ที่มีอยู่เดิม รวมทั้งความพร้อมปัจจัยต่างๆที่เอื้อต่อการรับรู้ เพื่อเข้ามาวิเคราะห์,สังเคราะห์ จนได้spark ขึ้นมาได้

ผมเชื่อว่าพี่ๆน้องๆหลายๆคน คงมีSpark ความคิดอะไรขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อยละครับ บางครั้งอาจจะต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะ เหมือนกัน แต่อาจจะยังมีอุปสรรคในการถ่ายทอด ความรู้สึกปลอดภัยในการถ่ายทอดมันออกมา ซึ่งรอวันผลุดขึ้นมา เมื่อมันพร้อมละครับ…..

ส่วนเรื่องการใส่ใจเกี่ยวกับการเดินทางของเรื่องราวของพี่ฉลวย นั่นก็เป็นอีกประเด็นประกอบกัน กับเรื่องที่พูดก่อนหน้านี้ ฝึกบ่อยสะกัดความรู้บ่อยๆ(Refleciton แบบแตะให้ถึงTacit) น่าจะทำให้เราละเอียดขึ้นเรื่อยๆในการเห็นมุมมองที่ซ้อนเร้น