ถึงแม้ตอนคบหาเราจะน้ำหนักแค่ 45 กิโลกรัม หรือตอนนี้จะน้ำหนักเกิน 70 ไปหน่อย แต่สามีก็ยังคงรักและเอาใจใส่ ก่อนไปทำงานสามียังคงหอมแก้มและลูกชายก่อนไปทำงานทุกวัน และก่อนไปทำงานเราต้องหอมแก้มสามีและลูกชายทุกครั้งเหมือนกัน

                                      
                
               เมื่อวันพุธที่ผ่านมา  ได้มีโอกาสพบน้องคนหนึ่งที่เคยทำงานร่วมกันที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่9 (สคร.9 พิษณุโลก) เมื่อหลายปีมาแล้ว   วันนี้น้องนัดเจอกับนกตอนกลางวันและนกจะพาน้องไปดูคอมฯมือสองที่ร้านแถวบ้าน

                

               เมื่อขึ้นรถยนต์ของน้อง  น้องเล่าให้ฟังเรื่อง สามีที่แต่งงานกันมา 6 ปีซึ่งเพิ่งเลิกกันไม่ถึงเดือนน้องเล่าว่า  สามีของตนมักจะมีเรื่องกับลูกชาย(ซึ่งเกิดจากสามีเก่า) และมีเรื่องทะเลาะกับแม่ของตนเป็นประจำทำให้ไม่เคยสบายใจเลย  อีกทั้งสามีคนนี้ก็กินเหล้าเป็นประจำถึงจะขอร้องอย่างไรก็ไม่เคยฟัง 
ดิฉันถามว่า  "แล้วตกลงว่า เราเลือกครบครัวใช่ไหมถึงเลิก" 
น้องพยักหน้า  "ก็มีส่วนและพี่รู้ไหมหนูกับเขาไม่เคยมีอะไรกันมาเป็นสองปีแล้ว "  นกหันขวับตกใจและถามว่า "อ้าว ทำไมละแกทำให้ไม่ให้เขา"
น้องตอบออกมาดิฉันอดขำไม่ได้  "ไม่ใช่หนูไม่เอามันพี่  แต่มันไม่เอาหนูเอง"  อ่าว  "บางทีนะหนูโมโหมันหนูถามมันว่า  พี่ X เสื่อมหรือไง" 
                 "มันตอบหนูว่า ไม่  แต่มันไม่เอา"  หนูก็อยู่มันอย่างชิน ๆ อย่างนี้มาตลอดเลยพี่   "แล้วทำไมถึงหย่ากันง่ายนักละ " นกถาม  "มันก็ไม่มีอะไรหรอกพี่ตอนหนูเอามันหนูก็ไม่ได้รักอะไรมันหนักหนาแค่หนูเห็นว่ามันเลี้ยงลูกเลี้ยงหนูได้ แล้วมันยังเป็นข้าราชการด้วย หนูก็เลยเอาไม่ได้คิดอะไรมากมาย"   "แต่พี่ว่าเขาก็ดีกับเรานะ  เห็นมันก็ดูแลเราดีนี่" นกบอก "นั่นมันปีแรก ๆ พี่ หลังจากนั้นเราก็ซังกะตายมันก็ไม่เลิกกินเหล้า  หนูก็มีเพื่อนบ้าง กินเหล้าบ้าง มันก็ไม่ว่าอะไร"  "ต่างคนต่างเที่ยวต่างกินนะซี""หือ ทำนองนั้น ก็จะอะไรหนักหนา มันก็ไม่ได้รักหนู มันไม่เคยโรแมนติกเลยพี่
           ตอนคบกันมันก็ไม่เคยจีบหนู  เห็นว่าพอเอาได้ก็เลยเอากัน"  อ่าว  "เนี่ย หนูจะซื้อคอมฯ ให้ลูกหนูใหม่ มันไม่ยอมให้ลูกหนูเล่นโน๊ตบุ๊คของมัน   แล้วไอ้ที่จะหย่าเนี่ย หนูอุตส่าห์ไปเข้ารวมกลุ่มจะกู้ ธกส. ให้มันเซ็นต์หน่อย ดูซิมันบอกว่า ไม่ขอทำอะไรร่วมกับหนู  หนูก็เลยบอกมันว่า งั้นก็หย่ากัน  ก็เลยไปหย่า ไม่อย่างนั้นหนูก็กู้ไม่ได้พี่"  นกพยักหน้ารับรู้  และพาน้องไปดูคอมฯที่ร้านคอมฯมือสองแถวบ้าน ซึ่งขายราคาไม่แพงและเจ้าของร้านก็อัธยาศัยดี 

                      
             แล้วทำไมนกถึงมาเขียนเล่าให้ฟังละ    ก็เพราะนกเป็นคนที่รับรู้เรื่องของคนทั้งสองมาตั้งแต่แรกทั้งสองคบหากันโดยรู้จักกันโดยการไปเที่ยวและนั่งทานเหล้าวงเดียวกัน  น้องของนกคนนี้เป็นคนรูปร่างดีพ่อทำงานบ่อน้ำมันอีกทั้งมีที่ดินแถววังทองหลายสิบแปลง     แต่พอรู้ข่าวอีกทีก็ทราบว่าทั้งคู่ตกลงแต่งงานกันแล้วและก็รู้อีกเหมือนกันว่า น้องมาบอกว่า "หนูไม่ได้อะไรกับมันหนักหนาหรอกพี่พอเอาได้ก็เอา"

            การที่คนสองคนจะใช้ชีวิตร่วมกันนั้น  ไม่ใช่แค่ดูแล้วเขาสามารถเลี้ยงเราได้ เลี้ยงครอบครัวเราได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึง "ความรัก" ที่ต้องมีให้แก่กัน   มีการพัฒนาจากการคบหากัน  เข้าตามตรอกออกทางประตู   ผู้ใหญ่รับรู้ก็จะดีไม่น้อย    การอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความรักเป็นตัวดำเนินเรื่อง ไหนเลยจะอยู่กันรอดตลอดฝั่ง  

            ฟังชีวิตของน้องแล้วย้อนกลับมาดูตัวเอง  ใช่ซิเพราะว่า ครอบครัวเรามีความรักความเอื้ออาทรต่อกันนี่เองทำให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของเราดูสงบ  มีความสุข  สามีของเรานับแต่การคบหากันมาจวบจนปัจจุบันก็ทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย  ถึงแม้ตอนคบหาเราจะน้ำหนักแค่ 45 กิโลกรัม หรือตอนนี้จะน้ำหนักเกิน 70 ไปหน่อย แต่สามีก็ยังคงรักและเอาใจใส่   ก่อนไปทำงานสามียังคงหอมแก้มเราและลูกชายก่อนไปทำงานทุกวัน และก่อนไปทำงานเราต้องหอมแก้มสามีและลูกชายทุกครั้งเหมือนกัน  สมัยก่อนสามีเคยโทรศัพท์เรียกที่รักทุกคำวันละไม่ต่ำกว่า
2 ครั้ง เดี๋ยวนี้ก็เหมือนกันคำว่าที่รักก็ยังคงมีให้เราเสมอ

            ขอบคุณครอบครัวของเรา  ขอบคุณครอบครัวของเขาที่ให้ความรัก ความอบอุ่น ความสามัคคีสำหรับสองบ้าน ทำให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของเราดูอบอุ่นและมีความสุขเสมอ....