การออกเยี่ยมค่าย เดือนตุลา ของนิสิต มมส 2551

เช้าได้เดินทางโดยรถตู้ออกจาก กองกิจการนิสิต ในวันจันทร์ที่ 27  ตุลาคม 2551  เวลา 07.00 น.   เพื่อออกไปเยี่ยมค่ายของนิสิต  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ที่ได้มีกิจกรรมออกไปทำค่ายบริการชุมชน   ผู้ที่ไปเยี่ยมค่ายด้วยกัน คือ น้องเบส, น้องสดใสและผู้บันทึก    อีกทั้งเป็นการไปให้กำลังใจกับน้องๆนิสิต  และคำแนะนำต่างๆที่เป็นประโยชน์ในการทำงานบริการอยู่ในชุมชุม  คือ ค่ายอาสาเพื่อลดภาวะโลกร้อน (คณะวิทยาลัยการเมืองการปกครอง) จัดขึ้นระหว่าง 24-29 ตุลาคม 2551  ณ บ้านหนองจาน  ตำบลหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น  นิสิตที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 24 คนกิจกรรมที่น้องๆได้ทำคือ

·        ทำฝายกั้นน้ำ จำนวน 2  แห่ง

·       การเรียนรู้กระบวนการสร้างบ้านดิน (EARTHEN HOUSE) หรือการสร้างบ้านด้วยดิน

·        และได้หมู่บ้านที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์  อยู่อย่างเรียบง่าย ประชากรมีไม่มาก  อยู่กันแบบพี่น้อง ชาวบ้านน่ารักมาก มีน้ำใจ  ให้การดูแลนิสิต  มมส อย่างดี  นิสิต 1 คน จะได้ พ่อฮัก แม่ฮัก 2 ครอบครัว  ก่อนจะกลับจากการเยี่ยมค่าย แม่ฮักของนิสิต ได้นำหน่อไม้ไร่ มาฝากด้วย

 

สุดท้ายผู้บันทึกนี้  ได้นำภาพบรรยากาศ ของนิสิต ที่ได้ทำกิจกรรมในชุมชนบ้านหนองจานค่ะ

 

 

 ประวัติความเป็นมา  ( บ้านหนองจาน)

 

การสร้างบ้านดิน (EARTHEN HOUSE) หรือการสร้างบ้านด้วยดิน เกิดขึ้นมาคู่กับที่มนุษย์ได้เรียนรู้การสร้างที่อยู่อาศัยมาช้านาน ในหลายพื้นที่บนโลก เช่น อินเดีย จีน ประเทศในตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกา ต่างล้วนมีผู้สร้างบ้านด้วยดินมากมายประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรโลก ซึ่งยังคงทนแข็งแรง ใช้งานได้ดี บางแห่งมีอายุถึงหลายร้อยปีเป็นภูมิปัญญาของโลกที่ได้สั่งสมพัฒนามาเพื่อการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างพอเพียงและด้วยความเคารพอ่อนน้อม รู้คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525

 ได้ให้ความหมายของคำว่า"บ้าน" ไว้ดังนี้ บ้าน (คำนาม) ที่อยู่ ,สิ่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนคำว่า “ อาคาร ” หมายความว่า อาคาร ( คำนาม ) เรือน, โรง, สิ่งที่ก่อสร้างขึ้นที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น; (กฎ) ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สํานักงานและสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ ทั้งคำว่าบ้านและอาคาร คือสิ่งปลูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงรูปแบบวิถีการดำรงชีวิต ความเชื่อ วัฒนธรรม ของแต่ละคนหรือแต่ละชุมชนท้องถิ่นด้วย ซึ่งได้ถูกสะท้อนออกมาทั้งทางด้านการเลือกใช้วัสดุ รูปทรง การแก้ปัญหาในวิธีการก่อสร้าง องค์ประกอบและพื้นที่หรือลักษณะการใช้สอยที่ว่างนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน

 

ความเป็นมาของชุมชนบ้านหนองจาน

            ชุมชนหนองจาน เริ่มเข้าบุกเบิกพื้นที่ทำกินเมื่อปี พ.ศ. 2508 มีกลุ่มชาวบ้านกลุ่มแรกอพยพมา  จากบ้านนายาง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น  คือนายเวียง  นายกอง  นายหวาง และนายทอง แล้วมีกลุ่มที่สองเข้ามาเพิ่มอีกในปี พ.ศ. 2512   มีนายฉลอง ฤทธิ์นวน นายทองศักดิ์ พร้อมพรรคพวก  และในราวปี พ.ศ. 2518 มีชาวบ้านจากจังหวัด ขอนแก่น  นำโดยนายพูน แสนจันทร์ และหนองบัวลำภู นำโดยนายหาญ บัวจารย์  เข้ามาตั้งถิ่นฐานกระจัดกระจายตามที่ทำกินอีกประมาณ 30 ครัวเรือน และมีการประกอบอาชีพ กสิกรรมเรื่อยมา

 

พ.ศ. 2529 ทางราชการ โดยกรมทหารพราน ที่ 25 กองร้อยที่ 10 จังหวัดขอนแก่น ได้ส่งเจ้าหน้าที่ มาขอร้องให้ชาวบ้านทั้งหมดย้ายไปอยู่ที่บ้านซำผักหนาม  ขณะนั้นมีชาวบ้านประมาณ 280 ครัวเรือน โดยสัญญาว่า จะจัดหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้ใหม่ แต่เมื่อย้าย ไปตั้งบ้านเรือนบริเวณซำผักหนาม  ได้เพียง 2 ปี ชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน จึงได้อพยพกลับมาอาศัยในบริเวณที่เป็นที่ทำกินเดิมของตนอีก ขณะเดียวกันทางราชการได้ปลูกป่าทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้านจนหมดสิ้น    

ชุมชนหนองจานเป็นกลุ่มชาวบ้านที่พึ่งย้ายทะเบียนราษฎร์ จากอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย มาอยู่ใน ตำบลนาหนองทุ่ม  อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ใน ปี พ.ศ. 2550 นี้ทั้งสิ้น จำนวน 43 ครัวเรือน ประชากร จำนวน 120 คน  หมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้  แต่จะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ หรือ โซล่าเซลผลิตไฟฟ้า

 

 

ที่มา: -ข้อมูล   http://www.sathai.org/movement/047-Bandin-25Mar2008.htm