ระบบการวัดผลด้วยตัวชี้วัดผลงาน... ในองค์กรหรือหน่วยงานที่มีการมอบหมายงาน/การกำหนดภาระงานที่ไม่เหมาะสม...ยุติธรรมสำหรับบุคลากรระดับปฏิบัติการแล้วหรือ?
ในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการบริการในยุคปัจจุบัน ตัวชี้วัดเป็นสิ่งที่บุคลากรที่ดีแทบทุกคนต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ เพราะเมื่อสิ้นปีหรือครบรอบการประเมินผลงาน ไม่เพียงแต่จะถูกทวงถามถึงตัวชี้วัดผลงานทั้งในระดับของกลุ่มงาน หน่วยงาน ยังต้องสามารถบอกได้ถึงตัวชี้วัดผลงานในระดับบุคคลของตัวเองอีกด้วย ในกลุ่มบุคลากรที่ได้รับการจัดการ/มอบหมายงานที่ชัดเจนและตรงกับตำแหน่งของตนเอง ก็ดีไป แต่คนอีกส่วนหนึ่งล่ะ ที่ต้องคอยรองรับงานจร/งานที่ได้รับมอบหมายเป็นครั้งๆไป ซึ่งหมุนเวียนเข้ามาไม่มีที่สิ้นสุด จะทำอย่างไร...งานที่หัวหน้ามอบหมายให้มา จะปฏิเสธ! ก็คงไม่งาม แต่ครั้นรับมาทำหมด เวลาที่มีก็หมดไปกับงานจร/งานรองเหล่านั้น จนงานหลักตามหน้าที่ที่เคยได้รับมอบหมายเมื่อแรกเริ่มรับตำแหน่ง(ตำแหน่งที่ตั้งขึ้น) นั้น แทบไม่ได้ทำ ไม่มีผลงานปรากฏ...แต่ในอีกกลุ่มคนหนึ่ง ที่(คิดว่า)เป็นกลุ่มคนที่โชคดี ได้รับมอบหมายงานที่ชัดเจน เหมาะสมกับภาระงาน แถมยังเป็นคนที่สนใจทำแต่งานของตนเอง มีผลงานออกมาเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้ สามารถนำเสนอเป็นเรื่องราว เป็นหน้าเป็นตาให้องค์กรได้ ถามว่าผู้บริหารระดับสูงคิดอย่างไรกับคนสองกลุ่มนี้...
สำหรับบุคลากรที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร แต่ได้รับมอบหมายงาน การจัดการ/ประสานงาน/สนับสนุนข้อมูล ฯลฯ และอีกหลากหลายเรื่องราวที่เป็นการจัดการเชิงกระบวนการ เป็นฟันเฟืองให้องค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าต่อไปได้นั้น ผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญ/ให้น้ำหนักของงานเพียงใด?
บางครั้ง ด้วยความพยายามที่จะรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายให้มานั้นอย่างดีที่สุด ทั้งงานหลักก็ไม่อยากให้เสีย งานรองก็ต้องทำ อีกทั้งงานจรก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปฏิเสธ...เวลาที่จัดให้ในงานที่เคยมี ก็คงไม่เพียงพอที่จะจัดการงานให้ลุล่วงได้....ก็เกิดการรุกล้ำ ก้าวล่วงเข้าไปรบกวนเวลาที่ควรจัดให้กับครอบครัว...แล้วความสุข ความพอดี อยู่ที่ไหน...ใครจะเข้าใจบ้าง?
ระบบการวัดผลด้วยตัวชี้วัดผลงาน ที่นำมาใช้กับองค์กรหรือหน่วยงาน ที่ยังมีการมอบหมายงาน/การกำหนดภาระงานที่ไม่เหมาะสม...ยุติธรรมกับบุคลากรระดับผู้ปฏิบัติแล้วหรือ!
คนมี 2 กลุ่ม
ที่ รพ หลาย รพ มีปัญหานี้
คนกลุ่มที่ 1 ส่วนมากจะเกิดปัญหา ทำงานรองจนลืมทำงานหลัก สิ้นปีไม่มีผลงาน แต่มักได้ 2 ขั้น เพราะเจ้านายให้ แต่ปัจจุบันอาจมีปัญหาการประเมิน เพราะผลงานหลักไม่มี ทำให้การจ่ายเงินบางส่วน แต่ก็จะได้ผลตอบแทนในฐานะผู้ช่วยหัวหน้า หรือ...
คนกลุ่มที่ 2 ทำงานเพื่อวิชาชีพ และทำงานเพื่อผู้ใช้บริการ และรู้จักเก็บงาน โดยการเขียนและนำเสนอได้ ทำให้สามารถเผยแพร่งาน จนดูเหมือนทำเพื่อตนเอง แต่การทำงานทุกวันนี้ เมื่อทำเพื่อองค์กรแล้ว เราจะได้รับประโยชน์ด้วยค่ะ คนจึงจะมีกำลังใจทำงาน
พี่ว่าไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มไหน..ก็เป็นประโยชน์ต่อองค์กรทั้งหมด เพียงแต่คนกลุ่มที่1 ควรปรับงานตัวเองให้สมดุลย์นะคะ
งานจรเป็นงานที่มีปัญหามากที่สุด ถ้าหัวหน้าหรือผู้บริหารไม่เข้าใจ การสั่งงาน การมอบหมายงาน รวมถึงการให้คำแนะนำ ปรึกษาในการทำงานที่ดีแล้ว
ในหน่วยงานแห่งนั้นจะมีงานเพียง 2 อย่างคือ งานด่วนและงานด่วนพิเศษครับ
ทางที่ดีต้องสร้างระบบการมอบหมาย สั่งการ และตรวจสอบความคืบหน้าของงาน และตัวชี้วัดที่ดี ต้องมีระบบรองรับ และที่สำคัญต้องมีการประเมินที่ดี ด้วยบุคลากรที่ดีด้วย...
สวัสดีค่ะ
... ความสมดุลย์ของชีวิต แต่ละผู้คน คงต้องแสวงหาด้วยตนเอง...ขอบคุณสำหรับกัลยาณมิตรทุกท่านที่ให้ความเห็นนะคะ