เกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่จะทำการตัดใบให้เหลืออยู่ประมาณต้นละ12ใบเป็นระยะที่เหมาะสม

การผลิตกล้วยไข่ที่กำแพงเพชร ตอนที่ 7จะ กล่าวถึงการตัดใบ-การลอกกาบและการตัดปลี

 

โดยทั่วไปเกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่ในจังหวัดกำแพงเพชร จะทำการตัดใบและลอกกาบไปพร้อมๆกับการแต่งหน่อหรือปาดหน่อ โดยจะทำการตัดใบที่แก่ และลอกกาบใบที่แห้งแล้วออกทิ้ง เพื่อไม่ให้เป็นที่สะสมโรแมลงศัตรูกล้วย และเป็นการลดน้ำหนักที่ต้นกล้วยรับอยู่ ในระยะตกเครือจะให้มีใบกล้วยอยู่ประมาณ 9 ใบ หากเหลือใบอยู่ 9 ใบโอกาสที่คอเครือกล้วยไข่และผลกล้วยไข่จะได้รับอันตรายจากถูกแดดเผลา ( Sun burn )นั่นเอง

 

                                       ระยะที่กำลังจะทำการตัดแต่งใบ

            การตัดและลอกกาบใบ ก็จะสามารถลดการเจริญเติบโตของเครือกล้วยไข่ เพื่อยืดระยะเวลาการเก็บเกี่ยวเครือกล้วยให้นานออกไปได้ และยังมีประโยชน์เพื่อให้แสงแดดมีโอกาสส่องลอดไปถึงกกบ้าง ไม่ให้สวนกล้วยไข่ทึบเกินไป  ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลงได้

โดยทั่วไปเกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่ จะทำการตัดใบให้เหลืออยู่ประมาณต้นละ 12 ใบ เป็นระยะที่เหมาะสม

 

 

ระยะที่ทำการตัดใบพร้อมลอกกาบใบ

       สภาพสวนกล้วยไข่ที่กำลังเกิดโรคใบจุดไหม้ระบาด

           จากประสบการณ์ของกระผม ในปัจจุบันนี้ยังสังเกตพบเกษตรกรชาวสวนส่วนใหญ่ ยังให้ความสำคัญกับการเก็บใบกล้วยไข่ที่ถูกตัดแต่งไปทิ้งนอกแปลงหรือทำการเผา-ฝังทำลายน้อยมาก ซึ่งจะทิ้งไว้ในแปลงปลูกกล้วยไข่ จึงเป็นข้อสังเกตอีกประการหนึ่งว่า ทำไมสวนกล้วยไข่จึงเกิดโรคใบจุดไหม้ละบาดอยู่เป็นประจำในภาวะที่สภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการเกิดโรค

 

 

 

การตัดปลีกล้วยไข่

                                                                 ระยะที่เหมาะสำหรับการตัดปลีกล้วยไข่

           ปกติโดยทั่วไปอายุของต้นกล้วยไข่หากเรานับตั้งแต่ นำหน่อพันธุ์ลงหลุม นับไปอีกประมาณ 7-10 เดือน กล้วยไข่จะออกปลี สำหรับการออกปลีช้าหรือเร็ว จะขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของต้นกล้วยไข่ด้วย ขณะที่กล้วยไข่ออกปลีคอยสังเกตที่ปลีกล้วยจะค่อยๆคลี่กาบออกทีละกาบพร้อมๆกับการเจริญเติบโตของผลกล้วยไข่ และเมื่อติดผลแล้ว ชาวสวนจะตัดปลีทิ้ง รวมระยะเวลาจากเริ่มออกปลี จนตัดปลี ประมาณ 15 วัน เพราะว่าหากปล่อยปลีทิ้งไว้ จะส่งผลให้ขนาดของผลกล้วยไข่เล็ก และเครือกล้วยจะเรียงไม่ตรงเป็นรูปทรงกระบอก

สวนกล้วยไข่ของคุณวิเชียร ภคภูมิพิสิทธิ์ หมู่ 4 ต.สระแก้ว อ.เมืองกำแพงเพชร

 หลังจากทำการตัดปลีแล้วประมาณ 45 วัน กล้วยจะแก่เต็มที่ชาวสวนจะตัดเครือกล้วยในระยะนี้ ซึ่งก็จะอยู่ประมาณเดือนกรกฎาคม กันยายน

 

 

         การสังเกตกล้วยไข่ว่าแก่ระยะที่เหมาะสมนั้น ต้องคอยจดบันทึกข้อมูล นับตั้งแต่นำหน่อพันธุ์ลงหลุมประมาณ 320 วัน และนับจากกล้วยไข่ออกปลีไปอีก 50-60 วัน หรือหลังจากตัดปลีไปแล้ว 45 วัน กล้วยไข่จะเจริญเต็มที่และเริ่มแก่   ทั้งนี้จะอยู่ที่การดูแลรักษาต้นกล้วยไข่ของเกษตรกรเจ้าของสวนด้วย

 

       ในขณะเดียวกันก็จะสังเกตดูจากผลกล้วยไข่ให้ออกสีนวลๆก็ตัดได้เช่นกัน โดยเกษตรกรชาวสวนจะทำการตัดใบรอบๆเครือออกวางไว้บนดินใกล้ๆต้น เพื่อรองรับเครือที่ตัดไม่ให้ช้ำ  จากนั้นก็จ้างหาบออกมาจากสวน หากช่วงไหนไม่มีแรงงานรับจ้างเพียงพอ ก็จะนำมากองรวมกันไว้ริมถนนเพื่อคอยขึ้นรถ

 

        สำหรับการซื้อขาย ปกติชาวสวนกล้วยไข่ จะทำการติดต่อหรือตกลงซื้อขายกับพ่อค้าไว้ล่วงหน้าแล้ว พร้อมการตกลงราคาจึงจะมีการนัดหมายวันตัดกล้วยอีกครั้งหนึ่งต่อไป

  ประสบการณ์แนวคิดของการปลูกกล้วยไข่ในตำบลสระแก้ว อ.เมืองกำแพงเพชร ของปราชญ์ชาวบ้านสาขากล้วยไข่เมืองกำแพง ที่ชื่อ คุณวิเชียร ภคภูมิ พิสิทธิ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 241  หมู่ 4 ตำบลสระแก้ว อ.เมืองกำแพงเพชรได้เล่าให้ฟังว่า

                 ในปัจจุบันพื้นที่การปลูกกล้วยไข่ในจังหวัดกำแพงเพชร ลดลงมีสาเหตุใหญ่ๆอยู่ 2  เรื่อง  คือเรื่องภัยธรรมชาติ(ลม) ซึ่งคุณวิเชียรแก้ไขโดยการไม่ปลูกกล้วยไข่เป็นพื้นที่แปลงใหญ่จะแบ่งปลูกแปลงละประมาณ 10 -15 ไร่ต่อแปลงและแต่ละแปลงจะปลูกอ้อยล้อมรอบกั้นลม  และอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พื้นปลูกกล้วยไข่ในจังหวัดกำแพงเพชรคือเรื่องโรคใบจุด ใบไหม้  ถ้ามีการปลูกซ้ำพื้นที่เดิมติดต่อกัน  คุณวิเชียรแก้ไขโดยการย้ายที่ปลูกทุก 2  ปีโดยสลับพื้นที่กับการปลูกอ้อย ซึ่งก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้   นอกจากนี้คุณวิเชียรกล่าวว่าที่คงยืนหยัดปลูกกล้วยไข่เพราะกลัวกล้วยไข่จะสูญหายไปจากพื้นที่ จังหวัดกำแพงเพชร   กล้วยไข่ที่ปลูกในจังหวัดกำแพงเพชรมีผลอาจจะเล็กกว่ากล้วยไข่ที่ปลูกในจังหวัดตากและนครสวรรค์ แต่เรื่องรสชาติจะหวานและอร่อยกว่า       (ตอนต่อไปจะกล่าวถึงการตลาดกล้วยไข่ )

แหล่งข้อมูล; (1)คุณวิเชียร ภคภูมิพิสิทธิ์ เลขที่ 241 หมู่4 ต.สระแก้ว อ.เมืองจ.กำแพงเพชร (2) คุณกิติกานต์   ศรีวิชัย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 7ว.สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร