หนองคายมีที่ท่องเที่ยวมากมาย วันนี้เราเลือกไปไหว้พระธาตุบังพวน พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวหนองคาย

 

  • ในเวลาว่าง หรือมีญาติมาเยี่ยม เรามักจะชวนกันไปหาบรรยากาศแปลกใหม่...ขอนแก่น-อุดร-หนองคาย มักเป็นทางเลือกหนึ่ง ด้วยว่าขับรถไม่นาน ประมาณ 2 ชม.นิดๆ ก็ถึงแล้ว เช่นวันหยุดในวันปิยมหาราช เราก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศกันอีกครั้ง ด้วยการแวะรายทางด้วยการแวะช้อปที่นาข่า จ.อุดร  ก่อนถึงหนองคายก็สามารถแวะไปกราบหลวงตามหาบัวที่วัดป่าบ้านตาดได้  ขาช้อป ไปช้อปที่ท่าเสด็จ สินค้าเยอะมาก (แต่ตอนนี้ต้องระวังสินค้าบริโภคที่นำเข้าจากจีน อาจมีสารเมลามีนเจือปน) ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวไปเยือนบ้านพี่เมืองน้องและช้อปที่ดิวตี้ฟรีอีกยังไหว มีเวลาพอก็ไปวัดแก้วกู่หรือวัดแขกที่ถัดออกไปจากเมืองประมาณ 5 กม. แวะวัดโพธิ์ชัยที่อยู่ในตัวจังหวัดเพื่อกราบหลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวหนองคาย

 

  • ส่วนอาหารการกินมีให้เลือกมากมาย ขึ้นชื่อเลยคือ แหนมเนืองคุณแดง ตั้งอยู่ริมโขงท่าเสด็จ  กินอิ่มแล้วติดใจจะซื้อกลับบ้านก็มีแบบแพคกล่องกลับ-สะดวก มีร้านส้มตำปลาเผา หรือเมี่ยงปลา เป็นปลาสดๆเผา มีน้ำจิ้มในเลือกทานหลายชนิด แบบหวาน แจ่วพริกสด ปลาร้าบอง กินกับหอมแดง, ข่า, ตะไคร้ซอย และผักสดมากมาย  ให้เลือกชิมตามใจชอบริมฝั่งโขง  สำหรับข้าวแกงนั้น มีที่ร้านบินหลา สัญชาติปักษ์ใต้  อยู่ตรงข้ามสนามกีฬา หากมาจากอุดรเห็นสี่แยกใหญ่ให้ขับตรงเข้ามา ถึงวงเวียนพญานาค ด้านหลังเป็นอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ  ให้เลี้ยวซ้าย ขับไปประมาณ 300 ม. จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ ที่จอดรถสะดวก เหมาะกับวันท่องเที่ยวที่ต้องกระชับเวลาแต่เราชอบร้านอาหารเล็กๆ ไม่มีชื่ออยู่ใต้ต้นมะม่วง เป็นบ้านเก่าๆ ชั้นเดียว  ขายขนมจีนมี 2 น้ำยา แต่ที่ชอบคือน้ำยาแปลกๆ เป็นคล้ายๆแกงกะทิไก่ใส่หน่อไม้+เลือดไก่ประมาณนั้น ไม่แน่ใจว่าเป็นอาหารญวนหรือไม่ รวมถึงปอเปี๊ยะ  แหนมคลุก และของหวาน หากมาจากท่าเสด็จ ไกลพอประมาณ จะอยู่ด้านขวาของถนนมีชัย เยื้องๆ  เป็นร้านขายกล้วยทอด อิอิ จาหาเจอหรือป่าวเนี๊ยะ....เอาเป็นว่าไปตอน 11.00-13.00 น. คนตรึมเลยแหล่ะ
  •  

 

  • เล่ามาซะเนิ่นนาน วันนี้ได้บรรยากาศใหม่ๆ จากการไปกราบนมัสการพระธาตุบังพวนมาค่ะ ไปหนองคายตั้งหลายทีไม่เคยแวะ ด้วยว่าเราพุ่งเป้าที่การช้อปปิ้งมากกว่า แต่วันนี้ทรัพย์จาง  เลยหาที่ไปใหม่ค่ะ  พระธาตุบังพวนตั้งอยู่ที่บ้านดอนหมู ห่างจากตัวเมืองประมาณ 23 กิโลเมตร โดยเดินทางจาก จ.อุดรด้วยถนนหมายเลขสอง ถึงสามแยกบ้านค่ายบกหวาน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 211 เป็นทางไป อ. ท่าบ่อ ประมาณ กม. 10 จะเห็นวัดพระธาตุบังพวนอยู่ด้านขวามือ  จะเห็นความร่มครึ้มของแมกไม้ ดูสงบดี
  • และเมื่อล่วงเลยเข้าภายใน จะเห็นองค์พระธาตุสีขาวสูงตัดกับฟ้าสีสวย  รวมถึงมองเห็นคุณค่าของความเป็นโบราณสถานสมัยล้านช้าง  ป้ายสารสนเทศบอกว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปีเลยทีเดียว  เชื่อว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระไชยเชษฐาธิราช  เจดีย์สีขาวสร้างครอบเจดีย์องค์เดิมที่สร้างด้วยอิฐเผาและฐานชั้นในเป็นศิลาแลง เป็นพระธาตุเก่าแก่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เรียกว่า พระบังคน และแผลงมาเป็นบังพวน  รอบองค์พระธาตุมีการสร้างสัญลักษณ์สำคัญ เพื่อแทนสถานที่สำคัญ 7 แห่งในพุทธประวัติหลังจากที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้วและได้เสด็จประทับเสวยวิมุติสุขแห่งละ 7 วัน ที่เรียกว่า สัตตมหาสถาน  ดังรูปข้างบนซึ่งนำมาโชว์ไม่ครบทั้ง 7 แห่งนะคะ  1 ในเจ็ดแห่งนั้นเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งนาคนี้มี 9 เศียรดูแปลกตา ชื่นชมกับความงามของเกล็ดพญานาค  ไม่ทราบว่าทำจากอะไร สีของเกล็ดไม่ว่าจะเป็นแหลือง เขียว แดง ยังดูสวยงาม แม้ว่าจะสีจะอ่อนลงบ้างตามกาลเวลา
  • นอกจากนั้นมีสระปัพพฬนาค หรือสระพญานาค  ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีการแต่งตั้งเจ้าเมืองก็จะนำน้ำจากสระนี้ไปสรงเพื่อเป็นสิริมงคล รอบสระจัดเรียงด้วยศิลาแลงที่ยังมีความแข็งแรงและใช้ในการได้ดีมาจนทุกวันนี้  หากได้ผ่านมาเชิญชวนให้แวะค่ะ...ถ้ามีเด็กๆ ยิ่งดีใหญ่ เพราะจะได้เรียนรู้เรื่องราวของโบราณสถาน พุทธตำนาน และด้านหลังพระธาตุ มีบ่อปลาตัวใหญ่บึ้ม ให้เรียนรู้อีกด้วย ดูข้อมูลวัดพระธาตุบังพวนและประวัติเพิ่มเติมจาก http://watprathatbangphuan.com/html.php

  • หากไม่ชอบช้อปปิ้ง...ออกจากวัดแล้วไปกราบพระองค์ตื้อ พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวหนองคายกันต่อ ไปชมตลาดท่าบ่อ ได้ยินมาว่าอาหารน่าทานโดยเฉพาะอาหารพื้นเมือง...น่าลอง น่าลอง...เราเองก็ยังม่ายเคยไป ระหว่างไปอำเภอท่าบ่อเห็นว่ามีหมู่บ้านปลูกต้นยาสูบ และทำใบเมี่ยงหรือใบปอเปี๊ยะ...ได้บรรยากาศอีกแบบ...สักวันคงได้ไปเยือน