The Last Lecture
เป็นหนังสือ ที่ชาว SCG ของท่าน คนดอย อาจารย์ ทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์ แนะนำให้ เรียนรู้ ครับ
เลยไปลองหา ใน www มา เป็น เบื้องต้น
เพื่อกระตุ้น ชีวิต ยามเช้า ก่อนครับ

ดอกเตอร์ แรนดี เพาซ์ ศาสตราจารย์ด้านคอมพิวเตอร์ประจำมหาวิทยาลัย Carnegin Mellon University เป็นคุณพ่อของลูกเล็กๆ 3 คน และเค้าคือคนที่กำลังจะตายเพราะมะเร็งในตับอ่อนระยะสุดท้าย สิ่งที่คุณ แรนดี เพาช์เป็นห่วง คือลูกเล็กๆ 3 คนของเค้าจะทำยังไง ใครจะสอนให้ลูกเล็กๆ 3 คนนี้ ให้รู้จักโลกที่มีการต่อสู้และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
การปาฐกถา คือสิ่งที่คุณ เพาช์ เลือกที่จะทำโดยขอร้องให้นักศึกษาบันทึกวีดีโอการปาฐกถา นี้ไว้เพื่อที่จะเก็บไว้ให้ครอบครัวเปิดให้ลูกๆ ของแกดูเมื่อถึงวัยที่สมควร
บางตอนที่ Post ไว้ใน net น่าเรียนรู้ครับ
“เวลา” เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด อย่าใช้อย่างไม่เห็นคุณค่า เขากล่าวในตอนหนึ่งว่า
“Time is all you have. And you may find one day that you have less than you think”
อย่ากลัวว่าจะ “ล้มเหลว” เพราะยิ่งล้มเหลวเร็ว ก็ยิ่งจะเติบโตเร็ว
การบ่นเป็นสิ่งที่เสียเวลาสุดๆ ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นเลย
ทำบางอย่าง อย่ามัวแต่สงสารตัวเอง
เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่และทำให้ดีที่สุด
ให้คุณค่ากับคนมากกว่าสิ่งของ
ชีวิตรอบนี้มีครั้งเดียว....พยายามทำความฝัน (ของตนเอง) ให้เป็นจริง และ Dream the possible Dream
สุข หรือ เศร้า ...ขึ้นอยู่กับเรา
“I’m dying and I’m having fun. And I’m going to keep having fun every day I have left. Because there’s no other way to play it”
“I would just urge my kids to find their way with enthusiasm and passion. I want them to feel as if I am there with them, whatever path they choose”
“All of the things I loved were rooted in the dreams and goals I had as a child”
หลังจากเขานำเสนอ Lecture ครั้งสุดท้าย
เขามีเค้กก้อนโตบนเวที และเชิญชวนผู้ฟังทุกคนร่วมกันร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดให้กับภรรยาของเขา
เขารู้สึกโชคดีมากที่เป็นมะเร็ง
แทนที่จะตายอย่างกระทันหันแบบหัวใจวายหรืออุบัติเหตุ
ทำให้เขาและภรรยามีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น เขาอยากให้เธอมีความสุข และแต่งงานใหม่ได้หากเธอต้องการ
หลังจากเธอเดินขึ้นไปบนเวที เขาทั้งคู่กอดและจูบกัน เธอกระซิบเบาๆ ข้างหูเขาว่า “โปรดอย่าจากไป”
เขาจากไปเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2008
พร้อมทิ้ง Last Lecture ไว้แก่ลูกๆ ของเขาและโลกใบเล็กที่วุ่นวายนี้
JJ2008 ฅ ฅน ธรรมดา
เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่และทำให้ดีที่สุด
ให้คุณค่ากับคนมากกว่าสิ่งของ
ขอบคุณค่ะ
สุขภาพแข็งแรง นะคะ
เรียน ท่าน @..สายธาร..@ ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ
“I’m dying and I’m having fun. And I’m going to keep having fun every day I have left. Because there’s no other way to play it”
ได้ข้อคิดดีๆในการใช้ชีวิตค่ะ ขอบคุณอาจารย์ค่ะ
เรียน ท่านพี่ Handy
เรียนท่านพี่อัจ กราบขอบพระคุณครับ มาเยี่ยมยาม น้องๆ ชาว MD_CU ร่วมกู่สร้างสรรค์ ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เขารู้สึกโชคดีมากที่เป็นมะเร็ง แทนที่จะตายอย่างกระทันหันแบบหัวใจวายหรืออุบัติเหตุ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ผู้ที่รู้ตัวว่ากำลังจะจากไปมักมีพลังในการทำเรื่องดีๆ ทิ้งไว้ให้เป็นประโยชน์กับคนที่อยู่ข้างหลังนะคะ คุณพ่อเป็นมะเร็งและทำสิ่งสุดท้ายก่อนไป มี Lecture ของท่านทั้งที่เป็นภาษาไทยและอังกฤษค่ะ ชื่อสอดคล้องกับหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน ชื่อ The Last Blister ค่ะ จำไม่ได้ว่าท่านไปบรรยายที่ไหน แต่เราได้รวมบทความ (8 หน้าเอสี่)นี้ไว้ในหนังสือเล่มสุดท้ายของท่านด้วยค่ะ
ดีใจที่จะได้เป็นลูกศิษย์อาจารย์ ในวันที่ 12 พ.ย. นี้ค่ะ
พระอาจารย์พุทธทาส ท่านก็ให้คิด "ตายก่อนตาย"
แวะมาดูหนังสือดี ๆค่ะ
จะไปหามาอ่านค่ะ..^_^...
อาจารย์ค่ะ
หนังสือเล่มนี้
ทำให้เกิดบทเรียนหนึ่งที่
คุณหมอจอมป่วน....
มักจะพูดเสมอว่า...
ต้องรอให้เจ็บป่วยก่อนหรือถึงจะดูแลกัน
....
ดูแลตั้งแต่วันนี้ไปก็ได้
แบบสุทรียสนทนา
ความสุข สงบ เข้าใจ โยงใย .....
ความรัก ก็จะยั่งยืน
....
ตลอดไป
....
ดีใจจะได้เจออาจารย์ วันที่ 12 พฤศจิกายน นี้แล้ว
อิอิอิ
เรียนครูคิม มองเชิงบวกครับ
เรียน ท่านดาวลูกไก่ แห่ง มช คงได้อ่าน The Last brister นะครับ
เรียนท่านไร้กรอบ
เรียนท่าน ฅ ฅน ไม่มีราก น่าอ่านครับ
เข้าข่ายมรณสติหรือเปล่าครับ
หากใช่มีสองเล่มแนะนำ
นั่งคุยกับความตาย และ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=amp-atom&month=12-2006&date=10&group=3&gblog=22
Tuesdays with Morries ครับ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=amp-atom&month=26-09-2006&group=3&gblog=24
เรียนน้าอึ่งอ๊อบ ยังงงงง ว่า มาบรรยาย เรื่องอะไรแน่ครับ Km หรือ TQA
เรียนท่านผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ขอบพระคุณครับมาต่อยอดให้
อาจารย์คะ
The Last Blister นำมาวางไว้ในไฟล์อัลบั้มแล้วค่ะ ที่นี่ค่ะ
เรียนท่านดาวลูกไก่ กราบขอบพระคุณครับ