สังคมใหม่ในต่างแดน

     หลังจากหายหน้าไปนาน วันนี้นำนำกลับมาแล้วค่ะ มาแนวใหม่ที่แปลกแตกต่างไปจากเดิมเพราะตอนนี้นำนำ มีเวลาว่างมากขึ้นเพราะกลายเป็นคนว่างงานโดยตั้งใจ(ไม่ใช่ตกงาน)หลังจากsay good bye จากงานที่รัก(จริงๆนะ)ที่ทำมาเกือบครึ่งชีวิตเพื่อมาสร้างครอบครัวใหม่และต้องมาอยู่ไกลถึงต่างแดนเพราะพรหมวิขิตบันดาลชักพาให้นำนำต้องมาอยู่ไกลถึงอีกซีกโลกหนึ่ง นั่นคือ ประเทศนอร์เวย์ หลังจากที่เทียวไปเทียวมาประหนึ่งว่าเป็นเจ้าของสายการบินมาปีกว่าๆ ก็ถึงเวลาต้องมาอยู่ประจำซะที(แต่ไม่รู้เขาจะให้อยู่ปล่าวนะ ฮิๆๆ)

    มาอยู่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์กะหนึ่งวันพอดีค่ะ ความรู้สึก เหงา เข้ามาย่างกรายแบบไม่บอกไม่กล่าว ทั้งที่มาที่นี่ก็สามครั้งแล้ว แต่พอรู้ว่าจะต้องมาอยู่แบบจริงๆนะ ความเหงาก็เข้ามาทันที ประกอบกับมาช่วงฤดูใบไม้ร่วงพอดี เลยยิ่งวังเวงไปใหญ่

    คนที่นี่กะคนบ้านเราต่างกันมาก เขาจะอยู่บ้านใครบ้านมันไม่ยุ่งเกี่ยวกัน(แบบว่าส่วนตั้วส่วนตัว)เจอกันก็แค่ทัก Hi or Hello ไม่เหมือนบ้านเรา และที่ยิ่งกว่านั้นคนที่นี่ค่อนข้างเย็นชา(แต่ไม่เฉื่อยชา)ขนาดคนบ้านเขาเองยังบอกเลย เมื่อวานไปซื้อของมาขณะรอคุณสามีสูบควันอยู่ก็มีชายสูงอายุคนหนึ่งลงจากแท็กซี่มา อ้อ ชายคนนี้นั่งรถเข็นด้วยนะ พอเขาเข็นรถเข้ามาเราก็ยิ้มให้เขาแบบ tyle thailand the land of smile เขาก็เลยหยุดคุยใหญ่เลยแต่นำนำไม่เข้าใจก็เลยยิ่งยิ้มใหญ่เลย(แบบว่าทำไมเราไม่พูด norsk ได้นะ)แฟนก็เลยแปลให้ฟังว่า เขาบอกว่าคนต่างชาติส่วนใหญ่จะยิ้มแย้มให้เขา ผิดกับคนนอร์เวย์ที่ไม่เคยจะได้เห็นรอยยิ้มกันง่ายๆ เฮ้อ ฟังแล้วก็นะ นี่ขนาดคนบ้านเขาเองนะเนี่ย

    วันนี้จบแค่นี้ก่อนนะค่ะ ต้องทำอาหารเย็นแล้ว นำนำยังมีเรื่องเล่าอีกเยอะเลยคะ ไว้คราวหน้าจะเล่าต่อ วันนี้ ha det bra (ลาก่อน)ค่ะ