“ข้าวแคบ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายไว้ว่า คือ "ข้าวเกรียบที่มีรสเค็ม ๆ อย่างข้าวเกรียบกุ้ง" เป็นภาษาท้องถิ่นภาคเหนือ ข้าวแคบเป็นของกินชนิดหนึ่งที่ทำด้วยแป้งข้าวเจ้า หรือข้าวเหนียว เป็นแผ่นตากให้แห้ง
ที่เรียกว่าข้าวแคบนั้นเรียกตามลักษณะของปากหม้อที่ทำข้าวแคบตอนไล้แป้งซึ่งมีลักษณะแคบ แต่เดิมนั้นข้าวแคบมี 2 ลักษณะคือ ข้าวแคบธรรมดาและข้าวแคบงา” รสชาติออกเค็ม มีส่วนผสมแค่แป้ง เกลือ และงาดำเท่านั้น เวลาจะรับประทานข้าวแคบในสมัยก่อนจะนำไปปิ้งไฟ

ข้าวแคบเป็นทั้งอาหารคาวและอาหารหวานของชาวล้านนาที่ทำจากแป้งนึ่งเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วก็จะนำไปรับประทานด้วยการปิ้งหรือทอด ข้าวแคบมี 2 ชนิด คือ ชนิดที่ทำจากแห้งข้าวเหนียวมีลักษณ์เป็นแผ่นเล็ก ๆ มีรสชาติเค็ม และชนิดนี้จะมีการเพิ่มสีสันรวมทั้งรสชาติด้วยการเติมงาดำลงไปขณะละเลงแป้งลงบนปากหม้อ
และชนิดที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า ชนิดนี้จะมีรสชาติหวาน และทำเป็นแผ่นใหญ่ บางครั้งจะรู้จักในชื่อข้าวเกรียบว่าว
ปัจจุบันข้าวแคบแทบไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่เท่าไหร่นัก เนื่องจากข้าวแคบเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีมาตั้งแต่โบราณ อีกทั้งเป็นอาหารที่นิยมในเทศกาลต่าง ๆ เช่น งานบวช งานปอย โดยได้นำมาใส่ถุงขนมรวมกับ ข้าวแดง และข้าวแต๋น (ขนมนางเล็ด) ข้าวแคบเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในเรื่องการถนอมอาหาร
การรับประทานข้าวแคบเป็นวิธีการที่ง่าย ๆ ด้วยการนำข้าวแคบที่ทำเสร็จแล้ว มาย่างไฟอ่อน ๆ จนเหลืองพองาม กินเป็นอาหารว่างหรือรองทองก่อนถึงเวลาอาหารมื้อหลักโดยเฉพาะในหน้าหนาวผิงไฟไปด้วยย่างข้าวแคบไปด้วยเป็นบรรยากาศของวิถีชีวิตของชาวล้านนาได้เป็นอย่างดี
สำหรับผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงอยู่ไฟจะนิยมกินข้าวแคบเป็นอาหาร หลักด้วยมีความเชื่อว่า ข้าวแคบเมื่อทานแล้วจะไม่เกิดผลข้างเคียงในขณะอยู่ไฟ
นำไปทอด
“คนสมัยก่อนจะมีลูกหลายคน ข้าวแคบหนึ่งพวงสามารถแบ่งให้ลูกกินได้หลายคน เมื่อแม่กลับจากตลาด ลูกๆ จะพากันกรูเข้ามาดุว่าแม่ซื้ออะไรมาบ้าง มีขนมอะไรบ้าง ข้าวแคบเป็นขนมที่ทำกินกันในฤดูหนาว นั่งผิงไฟไปด้วยปิ้งข้าวแคบไปด้วย แล้วแจกลูกหลานที่นั่งอยู่รอบกองไฟ ข้าวแคบที่ปิ้งใหม่ๆ จะมีกลิ่นหอมมาก คนล้านนายังนิยมรับประทานข้าวแคบในงานปอยหลวง ขึ้นบ้านใหม่ หรืองานแต่งงาน เอาไว้รับประทานเป็นของว่าง นอกจากนี้ยังมีการทำกิจกรรมอื่นๆ รอบกองไฟด้วย เช่น แกะเมล็ดถั่วและกระเทียม เพื่อนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์ เพาะปลูกในฤดูหนาว
ข้อมูล กัญญา ชมศิลป์/เทียนชัย หล้าเที่ยง
เราจะได้ออเดิร์ฟที่แสนจะอร่อยแล้วค่ะ
ด้วยความรักและปรารถนาดีให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง
จาก ชาวเมืองแปงค่ะ
ครูแอน..เมืองแปง/ปาย
๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๑
เพิ่มเติมข้อมูล :: 
ข้าวควบ ขนมที่คู่กันกับข้าวแคบก็คือข้าวควบ ข้าวควบก็คือข้าวเกรียบว่าวของภาคกลางนั่นเอง วิธีการในการทำข้าวควบนั้นยุ่งยากพอสมควร และต้องใช้ผู้ที่ชำนาญมาทำ จึงจะได้ข้าว ควบที่มีคุณภาพดี เวลาผิงไฟแล้วจะได้ข้าวควบ ที่ขยายตัวเป็นแผ่นใหญ่สวย
การผิงข้าวควบจะแตกต่างจากไปจากการผิงข้าวแคบ กล่าวคือจะต้อง ใช้ไม้ไผ่
สานขัดแตะขนาดใหญ่พอที่จะวางพาดบนเตาไฟได้ โดยเตาไฟ นั้นอาจจะก่ออิฐสี่ด้าน สูงประมาณหนึ่งศอกแล้วก่อไฟข้างใน โดยจะต้องคุมความร้อนของถ่านให้ได้ความ
ร้อนที่เหมาะสม เพราะถ้าหาก ไฟร้อนน้อยไปข้าวควบก็จะไม่ขยายตัวเท่าที่ควร และหากไฟแรง เกินไปก็จะทำให้ข้าวควบนั้นไหม้เสียก่อน
ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการทำข้าวควบได้ตามเวปที่อ้างอิง
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.sri.cmu.ac.th/elanna/lannachild/scripts/food/khanom/khaokuab.html
สวัสดีค่ะน้องครูแอน
มาเรียนรู้การทำข้าวแคบค่ะ...เป็นคำใหม่ที่ได้เรียนรู้ค่ะ...ขอบคุณน้องแอนค่ะ
สวัสดีค่ะ ครูแอน
ใยมดมากินข้าวแคบ..แต่ใจไม่แคบค่ะ
ว่าแล้วก็อยากไปเที่ยวทางเหนืออีก
นาน ๆ จะได้ไปสักที
ขอบคุณน่ะค่ะ
โชคดีมีความสุขค่ะครูแอน
น่ากินมากๆๆๆ อยากกินๆๆ ที่บ้านมีข้าวเกรียบ kite น่ากินมากๆๆเคยเห็นไหม
โห 22.08 สามคนเลย ทำได้ไง อิอิ
♦มาดูการทำข้าวแคบ ออเดิร์ฟของชาวล้านนาค่ะเป็นความรู้ใหม่สำหรับหนูรีค่ะ
♦ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
ใยมด มดตัวจี๊ดมากินขนมจ้า(แซวเล่นค่ะ)
สวัสดีค่ะท่านพี่
ขจิต ฝอยทองที่ปรึกษา~natadee
น้องเอ๊ะครับ
คนพลัดถิ่น~natachoei(หน้าตาเฉย)
สวัสดีค่ะ
หนูรี
มีปาย มีปอย มีเปื้อน (เพื่อน)
มาเยือน มาเยี่ยม มายิ้ม
มักชื่น มักชอบ มักชิม
ม่วนลิ้ม ม่วนรู้ ม่วนรำ
จิมจ๋นอิ่มก้าหาฮู้ว่ารำ(ฮ่าาา)
รพี
จ๊าก!!!ผีเอ๊ย
คนพลัดถิ่น~natachoei(หน้าตาเฉย)
พี่
รพี กวีข้างถนน
มีปาย มีปอย มีเปื้อน (เพื่อน)
มาเยือน มาเยี่ยม มายิ้ม
มักชื่น มักชอบ มักชิม
ม่วนลิ้ม ม่วนรู้ ม่วนรำ
จิมจ๋นอิ่มก้าหาฮู้ว่ารำ(ฮ่าาา)
สวัสดีค่ะพี่
เอื้องแซะ คนสวย
หลงเสน่ห์ปลายจวักครูแอนซะแล้วเรา..........เพื่อนกันนะครับ.........
สวัสดีค่ะน้องครูแอน
สวัสดีครับคุณครูแอน พย.นี้มีกำหนดการเข้าเมืองปาย คงได้ไปกินข้าวแคบครับครู