สิงคโปร์เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรธรรมชาติเพียงขี้ปะติ๋ว แต่มีรายได้จากการจำหน่ายทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าประเทศไทย...
เขาทำได้อย่างไร?
เมืองไทย (เคย)อุดมสมบูรณ์ ในน้ำ(เคย)มีปลา ในนา(เคย)มีข้าว แต่เราขาดอะไรสักอย่างเพื่อให้เราสามารถต่อสู้ในตลาดโลกได้...
ทักวันนี้เราอย่าไปสู้กันในตลาดโลกเลย เพราะเป็นตลาดที่เราไม่ถนัด เราต้องสู้ในเกมส์ของเรา เราต้องสู้เพื่อเอาตัวรอดอย่างยั่งยืนโดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติ...
ผู้เขียนเคยทำงานร่วมกับผู้บริหารจาก ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และไทย กลับพบว่าเราขาดอะไรสักอย่างในการสร้างผู้นำจริง ๆ แต่ตอนนั้นยังคิดไม่ออก
มาวันนี้ได้เป็นผู้บริหารกับเขาบ้าง (ถึงจะไม่ใหญ่หวือหวา) ก็เริ่มกลับมาคิด ทำไม ๆ ๆ ๆ ๆ จนหลับตาลงก็มีเครื่องหมายคำถามลอยตลอดเวลา
เพราะต้องรับผิดชอบในการสร้างหัวหน้างาน พยายามหลายวิถีทางที่จะทดสอบ พัฒนา ทั้งพูด เขียน และอ่านให้ฟัง หาแบบทดสอบ ดัดแปลง สร้างใหม่อะไรสาระพัด
จนถึงวันนี้เริ่มมองเห็นว่าสิ่งที่จะชี้สภาพความเป็นผู้นำประกอบมีปัจจัยประกอบด้วย การเรียนรู้ และ สภาพแวดล้อมทางความคิด
เดิมทีจะใช้คำว่าการศึกษา แต่รู้สึกว่ามันแคบเดี๋ยวจะเหมารวมกลายเป็นการศึกษาแบบรั้วสถาบันไปเสีย จึงใช้คำว่าการเรียนรู้แทน
การเรียนรู้ของคนที่จะเป็นหัวหน้าหรือผู้นำ และกลายมาเป็นผู้บริหารต้องเป็นคนที่สนใจ และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ทำตัวให้เป็นแก้วว่างเปล่าพร้อมจะรับน้ำต่อไป อย่างไม่มีวันสิ้นสุด
และอีกปัจจัยหนึ่งคนที่จะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมทางความคิดที่ดี มีแหล่งเพราะพันธุ์ทางการบริหารจัดการที่ดี มีแบบอย่างที่ดี (Role Model) และที่สำคัญมีเวทีให้ลองใช้ความคิด โดยไม่ปิดกั้นการแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์
สำหรับผู้นำที่ผู้เขียนเคยประสบ บางคนแค่ปัจจัยแรกก็ล้มเหลวแล้ว วัน ๆ เอาแต่คุยฟุ้งว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดัง หลังจากนั้นไม่เคยที่จะแสวงหาโอกาสในการเพิ่มเติมความรู้อีกเลย
สำหรับปัจจัยที่สองตอนนี้กำลังประสบปัญหา เพราะได้รับโอนพนักงานที่มาจากระบบงานเดิมเพื่อขึ้นมาเป็นหัวหน้า โดยพนักงานที่รับโอนมาทำงานมา 10 กว่าปี รอบรู้เรื่องงานที่รับผิดชอบเป็นอย่างดี แต่ด้วยระบบงานเดิมทำให้พนักงานไม่มีสิทธิ์ในการออกความคิดเห็น ความคิดเห็นของหัวหน้าและผู้บริหารถือว่าเด็ดขาด คำสั่งที่สั่งคือประกาศิต ต้องยึดถือในการปฏิบัติ
และปัญหานี้นี่เองก่อให้เกิดการปิดกั้นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองในเวลาต่อมา...
เมื่อเทียบกับพนักงานที่เป็นนักศึกษาจบใหม่แต่ได้เรียนรู้วิธีการจัดการมาบ้าง จะได้รับคำตอบอีกแบบหนึ่ง แต่ต่างก็ไม่มีใครถูกเพราะขาดทักษะด้านการคิด และการวิเคราะห์ ทำให้การตัดสินใจผิดมากกว่าถูก
ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรควรจะมีระบบทางความคิด การวิเคราะห์ และเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีเวทีแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และเสรีตราบที่ความคิดนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายในองค์กร เพราะหากไม่เช่นนั้นแล้ววันหนึ่งองค์กรของท่านจะขาดเมล็ดพันธุ์ที่จะเพราะให้เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไป และอาจสายเกินแก้แล้วก็ได้...
อย่าลืมนะครับ พืชเจริญเติบโตด้วยสภาพแวดล้อม ผู้บริหารต้องเติบโตมาจากสนามความคิด...
เมื่อมีทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์ที่ดี มีระบบที่ดี... มีหรือจะสู้สิงคโปร์ไม่ได้... อย่าว่ากระนั้นเลยชาติในโลกเราล้วนไม่กลัวใคร... ใช่หรือไม่ครับ ผู้บริหาร...
โอ๊ย!โดนใจ...สุดสุด ขอเก็บไปอ่าน ไปก๊อบ ไปแจก นะคะ
ไม่หวงนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ครับ! พี่นก ยอมรับว่ามีเพชรแล้ว แต่ปัญหาของผมคือเรื่องการเจียรไน ตอนนี้เลยต้องพยายามอย่างมากที่จะหาทางพัฒนาพวกเขาให้สามารถขึ้นมาอยู่แถวหน้าให้ได้
ทุกวันนี้เหมือนผมมานั่งต่อว่าต่อขานผู้บริหาร(บางคน) แต่แล้วจริง ๆ ก็อยากให้เขาได้รับรู้บ้างว่าเราที่อยู่ในฐานะลูกน้องก็อยากให้องค์กรประสบความสำเร็จ แต่เขาจะคิดอย่างไรกับเราก็ตาม
ผมคิดว่าทุกคนที่มีอุดมการณ์ ย่อมคิดไม่ต่างกันสักเท่าไร ล้วนแล้วแต่อยากให้ต้นสังกัดประสบความสำเร็จทั้งนั้น
ขอบคุณทั้งพี่นก และครูอ้อย ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น... ขอบคุณมากครับ