ขอบคุณกรณีตัวอย่างท่านนี้ที่ทำให้เกิดการทดลองสรีรวิทยาและกิจกรรมบำบัดเพื่อทราบเหตุและผลในการลดอาการปวดชาขาหลังการทำงานนานๆ

หลังจากผมได้ปรึกษาอาจารย์กายภาพบำบัดเพื่อหาแนวทางการออกกำลังกาย การยืดกล้ามเนื้อ และการปรับท่าทางการทำงาน ให้ผู้ป่วยอาการปวดหลังและชาร้าวลงขาข้างขวา รวมทั้งผมได้แนะนำให้ผู้ป่วยรู้จักการปรับพฤติกรรมการทำงานและการใช้เวลาว่าง พร้อมบันทึกรูปแบบการทำกิจกรรมและความรู้สึกปวดมาเปรียบเทียบกันในสองสัปดาห์

ครบ 6 สัปดาห์ในวันนี้ อาการปวดหลังลดลง แต่ผู้ป่วยคิดจะลดความถี่ของการทำกายภาพบำบัด และอยากให้ผมยืนยันว่าความคิดที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการลดปวดของผู้ป่วยท่านนี้ถูกหรือผิดอย่างไร

ดร.ป๊อป: คุณคิดว่าอาการปวดตอนนี้เป็นอย่างไร ลองทบทวนดูว่าพฤติกรรมการทำกิจกรรมในช่วงเวลาที่ผ่านมาปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้างครับ

ผู้ป่วย: อาการปวดหลังหายไป แต่นักกายภาพบำบัดเน้นให้ออกกำลังกายเพิ่มกำลังขา และทำท่ายืด 4 ท่าๆ ละ 20 ครั้งในกรณียังมีสัญญาณปวดหลังการใช้งานหลังและขาในท่าทางการทำงานซ้ำๆ นานๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ลองทำท่ายืดได้จริงๆ ทั้งอยู่บ้านและที่ทำงานใน 2 ท่าๆละ 10 ครั้ง แต่ติดนิสัยคิดเร็วทำเร็วจึงรู้สึกว่าได้ผลไม่มากนัก อยากจะลดความถี่ของการทำกายภาพบำบัดดีไหมอาจารย์ หลายครั้งที่แทบจะไม่ยืดหรือออกกำลังกายระหว่างการทำงาน เพราะคาดหวังสูงกับงานจนไม่อยากทำอะไร อยากทำงานให้เสร็จทั้งๆที่รู้ว่าจะมีอาการปวดหลังและขาตามมา สังเกตว่าจะผ่อนคลายและมีการใช้เวลาว่างทำกิจกรรมซื้อของแบบเดินเล่นสบายๆ มีเล่นเกมส์วิดีโอ ดูทีวี นาน 4-6 ชม. ในวันหยุดเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น นอกนั้นทำงานตลอดจันทร์ถึงศุกร์ สังเกตอาการปวดจะขึ้นอยู่กับงานที่ได้รับมอบหมายและการสื่อสารกับคนที่ทำงานด้วย รู้สึกเครียดและหงุดหงิดเมื่องานที่ได้รับมอบหมายและการสื่อสารกับคนที่ทำงานด้วยนั้นไม่เป็นไปดังใจที่ตนเองคาดหวังว่าน่าจะไม่เกิดอุปสรรคใดๆในการทำงาน

ดร.ป๊อป: ข้อมูลละเอียดและชมเชยว่าคุณมีระบบความคิดที่ดีมาก วิเคราะห์ได้ชัดเจนและพยายามหาแนวทางหรือคำตอบอยู่ว่าจะลดความถี่ของการทำกายภาพบำบัดดีหรือไม่ เนื่องจากคุณรู้สึกว่าอาการปวดไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเพราะขึ้นอยู่กับงานที่ได้รับมอบหมายและการสื่อสารกับคนที่ทำงานที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ผมอยากให้ลองใช้ศักยภาพของคุณในการคิดให้เป็นระบบว่า อาการปวดที่คงที่เพราะรูปแบบงานคงที่ การสื่อสารกับคนที่ทำงานกลุ่มเดิม หรือความคาดหวังของคุณสูง/ต่ำคงที่ครับ

ผู้ป่วย: ไม่ทราบว่าจะอธิบายได้อย่างไร ทุกอย่างคงที่ไปหมด คนที่ทำงานส่งและรับข้อมูลไม่ตรงกันและไม่ตรงใจ

ดร.ป๊อป: จากข้อมูลทั้งหมด ผมขอตั้งแนวคิดว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดของคุณมีผลมาจาก 1. รูปแบบการทำกิจกรรมที่อยู่นิ่งและขาดการเคลื่อนไหวตามที่นักกายภาพบำบัดแนะนำ (ประมาณที่ 40% ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการปวด) และ 2. ความคาดหวังของคุณเองที่สะสมจากความเครียดระหว่างรูปแบบการทำงานและการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน (ประมาณที่ 60% ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการปวด) สิ่งที่คุณต้องฝึกฝน คือ ทักษะการแก้ไขปัญหาอย่างหลากหลายเพื่อลดความเครียดและความคาดหวังจากกิจกรรมการทำงาน ได้แก่ การสื่อสารด้วยความเข้าใจตรงกับผู้ทำงานร่วมกับคุณ อย่าใช้คำพูดที่เร่งและจัดการความเข้าใจของผู้อื่น พยายามทวนความเข้าใจในการทำงานที่ตรงกันอย่างช้าๆ นอกจากนี้คุณน่าจะลองลดความคาดหวังลงมาด้วยเหตุผลของการวางแผนทำกิจกรรมให้สำเร็จอย่างค่อยเป็นค่อยไป สำหรับความถี่ของการทำกายภาพบำบัดน่าจะเพิ่มเพราะข้อมูลที่ฟังมาแสดงว่าคุณไม่มีโอกาสบังคับตนเองยืดกล้ามเนื้อได้ทุกท่าๆละ 20 ครั้ง ระหว่างทำงานหรือที่บ้าน เท่าที่คุณฟังความคิดเห็นของผม คิดอย่างไรบ้างครับ

ผู้ป่วย: เห็นด้วยค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะจัดการตนเองได้อย่างไร แต่จะลองเพิ่มความถี่ของการทำกายภาพบำบัดค่ะ

ดร.ป๊อป: ในส่วนที่การรักษาทางกิจกรรมบำบัด ผมได้แนะนำเป็นกระบวนการจัดการตนเอง โดยเน้นระบบความคิดในตัวเอง หากเราคาดหวังสูงเกินไปจะมีผลทำให้ความเครียดสะสมและเพิ่มอาการปวดจากการทำงานในรูปแบบที่ปรับเปลี่ยนยาก ตรงการลดความคาดหวังพร้อมๆกับการเพิ่มแนวทางการตัดสินใจแก้ไขปัญหา คุณจะต้องลองฝึกปฏิบัติเองและพิจารณาผลที่เกิดขึ้น คราวนี้ลองเปรียบเทียบการตรวจวัดระบบประสาทการเคลื่อนไหวจากเครื่องมือ Choice Reaction Time ระหว่างนั่งบนเก้าอี้โดยไม่ทำอะไร (วัดความเร็วการตอบสนองได้ 1.30 วินาที) นั่งบนเก้าอี้เพื่ออ่านความรู้ใหม่ๆและสรุปอย่างสบายๆ (1.02 วินาที) นั่งบนบอลขนาดใหญ่เพื่ออ่านความรู้ใหม่ๆและสรุปอย่างสบายๆ (0.99 วินาที) และนั่งบนเก้าอี้หลังจากยืดกล้ามเนื้อตามที่นักกายภาพบำบัดสอนมา (1.03 วินาที)

ผู้ป่วยลองปฏิบัติและรับฟังผลการตรวจประเมินสรีรวิทยาและกิจกรรมบำบัด คือ

  • การนั่งบอลสามารถช่วยขยับข้อต่อในขณะนั่งทำงานนานๆ ได้
  • การใช้ความคิดสบายๆ ในการทำงานโดยคาดหวังไม่มากเพราะเป็นสิ่งที่สนใจช่วยให้เกิดการผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้
  • การทำท่ายืดที่ไม่เหมาะสม หรือ น้อยกว่าที่นักกายภาพบำบัดกำหนดไว้ จะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายไม่เต็มที่

ผู้ป่วย: ค่ะ เข้าใจและจะลองปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมดูค่ะ

ผมประทับใจในคำตอบและปิดการให้คำปรึกษาหลังจากใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง