การเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังโดยการใช้มูลโคแห้ง –ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดและปุ๋ยน้ำชีวภาพ( น้ำหมักหอยเชอรี่ )
จากการถอดบทเรียนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ชื่อ คุณวสันต์ วังเขียว อยู่บ้านเลขที่ 78/2 หมู่ 1 บ้านหัวถนน ตำบลหัวถนน อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ได้เล่าให้ฟังว่า การผลิตมันสำปะหลังในปัจจุบัน มีความแตกต่างจากการผลิตในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่แล้ว เนื่องจากสภาพแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงดินก็เสื่อมสภาพลง ทำให้ผลผลิตที่ได้รับไม่คุ้มกับการลงทุน อย่างไรก็ตามมันสำปะหลังก็ยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นพืชที่ทดแทนพลังงาน จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยเทคนิคในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และต้องลดต้นทุนการผลิตต่อไร่ควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะกิจกรรมการฟื้นฟูดินด้วยอินทรีย์วัตถุ การคัดเลือกพันธุ์ดีเหมาะสมกับสภาพดิน แต่ข้อสำคัญจะต้องคำนึงถึงการให้ผลผลิตมีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง
คุณวสันต์ วังเขียว ยังได้เล่าต่ออีกว่า ตนเองมีกระบวนการผลิตมันสำปะหลัง โดยการตั้งเป้าหมายว่าจะต้องได้รับผลผลิตเพิ่มขึ้นและสามารถทำการลดต้นทุนการผลิตต่อไร่ได้ มีดังนี้
ขั้นที่ 1. นำปุ๋ยคอก( มูลโคแห้ง )ไปกองไว้ในแปลงปลูกเป็นจุดๆ แล้วไถด้วยผาน 3 ตากดินไว้ 7-10 วัน
ขั้นที่ 2. ไถแปรด้วยผาน 7 ทำการไถตามแนวขวางของพื้นที่พร้อมหว่านปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ไร่ละ 50 กก.
ขั้นที่ 3. ทำการยกร่อง เพื่อเตรียมปลูกใช้ระยะ 100 X 80 ซม. พร้อมเตรียมท่อนพันธุ์ที่มีอายุ 8 เดือนขึ้นไปนำมาตัดเป็นท่อนยาว 20-25 ซม. โดยนำไปกองไว้บนผ้าพลาสติกและนำน้ำหมักชีวภาพ (น้ำหมักหอยเชอรี่ ) ใช้อัตรา 25 ซีซี.ผสมน้ำสะอาด 20 ลิตร ราดคลุมไว้ 1 คืน ถึงจะนำท่อนพันธุ์ไปปลูกโดยเสียบลงไปบนสันร่อง(สำหรับพันธุ์มันสำปะหลังที่ใช้คือพันธุ์ระยอง 5 )
ขั้นที่ 4. หลังจากทำการปักท่อนพันธุ์ลงไปบนแปลงปลูกแล้ว ขณะที่ดินมีความชื้นอยู่ก็ทำการควบคุมไม่ให้วัชพืชงอก และเมื่อต้นมันสำปะหลังที่ปลูกไปแล้ว มีอายุ 60-75 วัน ก็ทำการกำจัดวัชพืชที่หลงเหลืออยู่อีกหนึ่งครั้ง
ขั้นที่ 5. ใช้น้ำหมักหอยเชอรี่ ฉีดพ่นเดือนละ 2 ครั้ง และเมื่อต้นมันสำปะหลัง มีอายุประมาณ 5 เดือนก็ทำการใส่ปุ๋ยสูตร 16-8-8 อัตราไร่ละ 25 กก.
ข้อสรุปโดยคุณสมชาย ศรีทิพย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร (เลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหัวถนน )ได้ทำการถอดบทเรียนของคุณวสันต์ วังยาว เกษตรกรระดับแกนนำที่ปลูกมันสำปะหลังในชุมชนบ้านหัวถนน ตำบลหัวถนน อำเภอคลองขลุง จากการสังเกตเมื่อมีการใช้มูลโคแห้ง ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดและน้ำหมักจากหอยเชอรี่ ทำให้เห็นการเจริญเติบโตของต้นมันสำปะหลังอย่างเห็นได้ชัด มีลำต้นใหญ่กว่าเดิม ใบเขียวมันเป็นวาวทำให้การสังเคราะห์อาหารดีขึ้น รากมันชอนไชได้ดีพื้นดินแยกตามรากมันที่ชอนไช หากทำการเปรียบเทียบกับการปลูกมันสำปะหลังในปีที่ผ่านมาสามารถแก้ปัญหาน้ำขังในร่องมันฯได้ และมีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะได้ไม่น้อยกว่า 5 ตันต่อไร่
แหล่งข้อมูล; ( 1 )คุณวสันต์ วังยาว บ้านเลขที่ 78/2 หมู่ 1 ต.หัวถนน อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ( โทร. 089-0565721
( 2 ) คุณสมชาย ศรีทิพย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอคลองขลุง (โทร.055-781060 )
เอาบวบหอมมาแลกกับมันสำปะหลัง