เมื่อคราวต้องไปราชการ รถเก่า ๆ ที่ผู้บริหารคนเก่าให้ใช้ก็เกิดเสียซิจะทำอย่างไร ปริปากขอยืมรถหน่อยก็ไม่ได้ นั่นมันรถประจำตำแหน่งเขา เอ็งอย่าเกี่ยว ก็ทำอย่างไร ก็ขึ้นรถประจำทางไปซิ ..ก็ว่ากันไป

       ยังจำได้เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา  มีการสอบคัดเลือกผู้บริหารเพื่อเข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้บริหารระดับกลางของหน่วยงานหนึ่ง หลังจากผู้บริหารระดับกลางคนเดิมต้องถึงคราวต้องไป   เวลานั้นจำได้ว่ามีผู้สมัครเข้ารับการแข่งขันมากมายหลายคน  มีหลายคนไม่ใช่มาสมัครครั้งเดียวแต่มาสมัครในตำแหน่งนี้หลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้รับการพิจารณาด้วยเหตุผลกลใดมิอาจทราบได้

           

       การรับสมัครเป็นไปอย่างสมบูรณ์มีการเปิดสอบโดยการให้ผู้สมัคร"แสดงวิสัยทัศน์" ของตนออกมาว่าถ้าท่านเข้าไปเป็นผู้บริหารท่านจะทำอย่างไรให้องค์กรของท่านเจริญรุ่งเรืองและมีแนวทางการบริหารอย่างไร   ขณะที่เปิดสอบ ไม่อยากบอกเลยว่า "มีข่าวรั่วไหลว่า คนนี้นายจะเอา คนนี้นายไม่เอา คนนี้เด็กนาย คนนี้ตรงไปไม่เอา  เออ ต้องเอาคนนี้ซิ ถึงจะเข้ากับผู้บริหารคนเดิมได้"  อิอิ ก็ว่ากันไป

       และแล้ววันประกาศผลก็มาถึง   คนที่นายไม่เอา ก็ไม่ได้จริง ๆ  คนที่นายเอาเพราะว่าพูดกับนายรู้เรื่องก็ได้จริง ๆ อีกเหมือนกัน  ก็เลยทำให้นึกว่า "เออ  แล้วถ้าคุณสมบัติแค่นายเอา นายไม่เอาเนี่ยคงไม่ต้องเปิดสอบให้วุ่นวาย คัดมาเลยดีกว่าจะดีไหมจะได้ไม่ต้องเสียงบประมาณ อิอิ ก็ว่ากันไป
                  

       แล้วยังไงละทีนี้  ก็คนที่นายเอา เข้ามาบริหารก็ต้องทำตามนายซิ ก็นายบอกว่าพูดรู้เรื่องเนี่ย อะไร ๆ ที่ตนบอกว่า ยอม ก็คงต้องยอมทุกอย่างเพราะเป็นคำสัญญาลูกผู้ชายแล้วนี่นา 55   สองสามเดือนแรกคงไม่เท่าไหร่ ก็พอจะทำตามได้  แต่สามสี่ ห้าเดือนหลังเนี่ย ตัวเองทำอะไรก็ไม่ได้  คิดอะไรไม่ได้ อย่างไรก็จะต้องผ่านนายคนที่ให้สัจจวาจาไว้

       เนื่องจากเป็นคนนอกพื้นที่   ไม่ใช่คนในจังหวัด  งานอะไร ๆ ก็ไม่ค่อยจะสันทัด แสดง Power อะไรไปก็โดนผู้ใหญ่เบรค หัวทิ่มหัวตำ   ผมที่มีน้อยอยู่แล้วกลับน้อยลงไปซะอย่างนั้น 55 ก็ว่ากันไป

                     

       เมื่อคราวต้องไปราชการ  รถเก่า ๆ ที่ผู้บริหารคนเก่าให้ใช้ก็เกิดเสียซิจะทำอย่างไร  ปริปากขอยืมรถหน่อยก็ไม่ได้  นั่นมันรถประจำตำแหน่งเขา เอ็งอย่าเกี่ยว  ก็ทำอย่างไร ก็ขึ้นรถประจำทางไปซิ  ..ก็ว่ากันไป

       เกริ่นมาเสียมากมายก็อยากให้ทราบว่า  อะไร ๆ ที่ได้มาถ้าเป็นหญิงสุภาษิตว่า "ใช้เต้าไต่" แต่ถ้าเป็นชาย อาจต้องใช้ "ไข่ดัน" 55 ก็ว่ากัน   มันไม่จีรังยั่งยืน
ตอนนี้(พอมี)ผลประโยชน์อยู่บ้างก็ทู่ซี้เลี้ยงไป  หากวันใด หมดสมรรถภาพหรือทำตามคำสั่งไม่ได้หรืออยากจะตั้งตนเป็นตัวของตัวเองก็คงจะต้องเตรียมตัวแจวเรือจากไป  ...ก็ต้องทำจายยยยย..
   
                          

        แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็น "คติ" เตือนใจให้เราว่า  จงขึ้นที่สูงเพราะความสามารถ  อย่าได้เป็นเด็กท่าน เด็กนาย เพราะจะพาลทำให้ เรากลืนไม่ได้ คายไม่ออก แสดงความสามารถมากกว่า นายคนเก่าไม่ได้  เพราะจะทำให้ "เสียหน้า"  และยิ่งกว่านั้น  ไม่ใช่แค่ นายเท่านั้นที่จะติดขัด     ความเคารพ ยำเกรง นับถือของลูกน้องใต้บังคับบัญชาที่รู้เรื่องราว ก็นับว่าจะถอยลง ๆ  ๆ  เอาละทีนี้ก็หลังจากพบสวรรค์แล้วก็จะเรียนรู้นรกตามมาได้ทันที  (อีกแล้วครับท่าน 55)