
เย็นวันศุกร์ที่ ๓๑ ต.ค. ๕๑ มีนัดแลกของ
หนึ่งในของที่จะได้มาคือแผ่น VCD หนังเรื่องนี้ ซึ่งผมดูมาไม่ต่ำกว่า ๓ รอบ
โทรศัพท์นัดแนะกับเจ้าของ เธอบอกว่าดูไม่รู้เรื่องเลย ดูไม่จบด้วย
ผมเลยบอกว่าเหรอ แล้วถามว่าทำไมดูไม่รู้เรื่อง มันออกจะดูง่าย ตอนที่ผมดูยังไม่รู้เลยว่า เป็นเอก รัตนเรือง เป็นผู้กำกับ
พยายามอธิบายเธอ แต่เธอดูเรื่องนี้ยังไม่จบเลยนึกไม่ค่อยได้
เลยหยุดอธิบาย เอาเป็นว่ามาทบทวนความประทับใจต่อหนังเรื่องนี้เองดีกว่า
หนังเรื่องนี้เข้าข่ายหนังชอบมาก เกือบจะอยู่ในดวงใจทีเดียว
จำได้ที่ได้ดูครั้งแรก ชอบเพราะความฝันของพระเอก จะไปเมืองนอกก็ต้องฝึกพูดภาษาอังกฤษ ตรงไปตรงมา อีกอย่างก็ต้องมีเงิน ก็ทำงานหาเงิน เอามาเก็บใส่กล่อง หนังสื่อตรงๆ โดนครับ
นางเอกไม่สวย เป็นคนธรรมดา ชอบมาอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อเพราะมีเพื่อนทำงานอยู่ มีคุณพ่อชอบร้องคาราโอเกะ และติดสาวที่ทำงานในร้านคาราโอเกะ
สาวในร้านแสดงโดย แชมเปญ เอ็กซ์ เรื่องนี้เธอสวย เซ็กซี่มากเลย ชอบมากครับ
หลายฉากเร้าอารมณ์ทำได้ดีมาก
หลังๆ ฟังแผ่นเทศนาของหลวงพ่อปัญญาฯ ท่านเรียกคาราโอเกะว่า คาราโอเละ เพราะใครเข้าไปเละทุกราย หนังเรื่องนี้ก็สื่อให้เห็นชัดดีนะครับ จะได้ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานที่เหล่านี้
ฉากตื่นเต้น ลุ้น ตอนท้ายก็ทำได้ดี สนุก
ฉากพระเอกเขินก็น่ารักมาก จนถึงเพลงประกอบสุดรัก น้อยก็หนึ่ง ของ อารักษ์ อาภากาศ คนนี้ได้รางวัลสีสันอวอร์ด สาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ครั้งที่ ๑ คนนี้แหละครับที่เป็นตัวจริงของทัย ในพันธุ์หมาบ้า วรรณกรรมครอบครัว สไตล์ ชาติ กอบจิตติ
ปิดฉากหนังด้วยความฝันที่เป็นจริงของพระเอก แค่นี้ก็จุดไฟความฝันให้มีขึ้นมาอีกครั้งแล้วครับ
ชอบพระเอก เรย์ แมคโดนัลด์ มาเป็นทุนเดิม เพิ่งรู้นะว่าคนนี้เคยเล่นฟุตบอลสโมสรธรรมรงไทย สโมสรที่พาเด็กไทยไปปราบเด็กยุโรปมานักต่อนัก ชอบอีก
ดูอีกหลายรอบกับหนังเรื่องนี้ มารู้ตอนหลังว่า เป็นเอก รัตนเรือง เจ้าพ่อหนังแนวของเมืองไทย กำกับ ก็เลยชอบผลงานของผู้กำกับคนนี้ครับ
ใครชอบตรงไหน บอกกันบ้างครับ จะเอาไปบอกเจ้าของแผ่น เอาให้เสียดายแผ่นที่ให้ผมมาเลย
สรุปสั้นๆ ที่ชอบคือ เล่นกับความฝัน ได้อย่างมีชีวิตชีวา ครับ
เอ้าน้อง ขอเพลงคนล่าฝันหน่อย
"แสงตะวันเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า มีเวลาให้คนเราอีกมากมาย...
โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน
แต่สิ่งที่ที่มีไม่เหมือนคือความฝัน อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ"
“ต้นสาย...ปลายน้ำ”
สายน้ำแห่งบทกวี
ไหลนองส่งเสียงจากยอดดอยลงสู่เมือง
อารักษ์ อาภากาศ ผู้เหยียบภู ย่ำดอยมาเป็นเวลาหลายปี ถึงคราวที่ ดอยธรรมชาติจะได้เวลาส่งเสียงผ่านบทเพลงของศิลปินเพลง เรื่องราวของคนเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านชีวิต ผ่านผู้คน อารักษ์ เก็บรับและพร้อมๆ กับสำรวจตัวเองครั้งใหญ่ก่อนจะกลั่นออกมาเป็นบทกวีและเพลงกว่า 10 เพลง ที่เล่าเรื่องราวของธรรมชาติอันมีคุณและภาวะการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น บทเพลงครั้งนี้จะเป็นบทเพลงที่เปี่ยมไปด้วยสำนึกในบุญคุณของธรรมชาติที่อารักษ์รู้สึก รวมถึงผู้คนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเขา และแน่นอนชีวิตคนเราย่อมมีกระทบกระทั่งกัน หากแต่สำคัญที่มนุษย์พึงมีต่อกันคือความเอื้ออารี ทั้งทางด้านกาย วาจา ใจ ซึ่งน้อมนำไปสู่การให้อภัยและสันติสุข ด้วยท่วงทำนองในแบบเฉพาะตัวของอารักษ์ (ซึ่งเป็นผลทำให้ได้รับรางวัล สีสันอวอร์ด) ทำให้คนรุ่นใหม่ใจนิ่งๆ
ทั้งหลายสามารถรับได้และรื่นรมย์กับบทเพลง
มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า… หากเปรียบผลงานเพลงของอารักษ์กับภาพเขียน ก็จะได้ภาพเขียนแนว ABSTRACT คือตวัดพู่กันเป็นรูปที่ให้คนดูตีความตามจินตนาการ ทุกบทเพลงที่เขาได้เอื้อนเอ่ย ช่างลึกซึ้งและทรงคุณค่ายิ่ง
เมื่อได้ยินดังคำกล่าวนั้นแล้วไม่รีรอช้า... สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สถาบันซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับเครือซีเมนต์ไทย และสำนักพิมพ์ไปทำไม สำนักพิมพ์ขาประจำ ผู้คอยติดตามผลงานของอารักษ์จับมือกันจัดคอนเสิร์ต “Fusion Folk Band” ในบรรยากาศอันแสนอบอุ่นเพื่อต้อนรับลมหนาวที่จะเกิดขึ้นในงาน “สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ: ต้นสายปลายน้ำ... ดนตรีมีชีวิตอุทิศเพื่อสิ่งแวดล้อม” ณ หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันเสาร์ที่ 13 และวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2551 นอกจากงานนี้จะนำเสนอคอนเสิร์ตของอารักษ์ อาภากาศที่เรียงร้อยสำนวนการแต่งเนื้อร้องที่แตกต่างจากบทเพลงตามท้องตลาด ผนวกเข้ากับท่วงทำนองที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนทำให้เกิดการผสมผสานความลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ใจแล้ว ยังมีนิทรรศการ “สารคดี น้ำคือชีวิต”, การประมูลภาพวาดของศิลปิน เพื่อร่วมสมบททุนโครงการเพื่อการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา, การแสดงดนตรีเปิดหมวก,ร้านค้าหนังสือราคาถูก, วีดีทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับ “ต้นสายปลายน้ำ” และกิจกรรมเสวนา “พลังคนต้นน้ำคนปลายน้ำ” ทำให้รู้ว่าสิ่งที่ไม่ควรพลาดในงานนี้นั้นไม่เพียงแต่เสียงเพลงอันไพเราะ แปลกหูของอารักษ์ อาภากาศเท่านั้น แต่ยังคงมีความตื่นเต้นและความน่าสนใจที่หลากหลายรอให้คุณพบ รวมทั้งร่วมลุ้นแขกรับเชิญพิเศษที่รับรองว่าจะสามารถสร้างความประหลาดใจให้คุณได้อย่างแน่นอน
(หมายเหตุ นี่คือการแสดงศิลปะดนตรีสร้างสรรค์ของอารักษ์ อาภากาศ ที่ตลอดชีวิตของเส้นทางดนตรี ไม่เคยมีการแสดงของตนเองมาก่อน การแสดงครั้งนี้ใช้เวลา 3 ชั่วโมงเต็ม 25 บทเพลง หากคุณพลาดครั้งนี้ คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสัมภาษณ์ 089-141-6660