ไม่ได้หวังเหรียญอะไรเลยต้องการเพียงประสบการณ์ชีวิตและมิตรภาพเท่านั้น

 

 

เมื่อครูภาษาไทยได้ร่วมงานคณิตศาสตร์นานาชาติ :

  International  Mathematics  Competition  2008  Chiang Mai ,THAILND

 

สวัสดีค่ะเพื่อนครูและกัลยาณมิตรที่รักทุกท่าน

            เกือบสามเดือนที่ห่างหายไปจากเพื่อน ๆ  ด้วยภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่เชียงใหม่ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพ  จัดงานแข่งขันคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ ประจำปี 2551  ของนักเรียนระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโดยมีประเทศต่าง ๆ ส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 25 ประเทศจากทั่วโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย  บังคลาเทศบรูไน  บัลแกเรียแคนาดา จีน  ไซปรัส  เยอรมนี  ฮ่องกง อินเดีย  อินโดนีเซีย  อิหร่าน  เกาหลี ลาว  มาดากาสก้า  มาเลเซีย  เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์  ไนจีเรีย  ฟิลิปินส์   รวันดา สิงคโปร์  แอฟริกาใต้ ไต้หวัน และ ประเทศไทย  (ช่วงแรกมีจำนวนประเทศมากกว่านี้ค่ะ  เนื่องด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบของบ้านเมือง มีหลายประเทศที่ถอนตัว)

แต่ละประเทศส่งนักเรียนเข้าแข่งขันทั้งประเภทรายบุคคลและประเภททีม รวมนักเรียนทั้งสิ้น 776 คน อินโดนีเซียส่งมากที่สุด 91  คน  รองลงมาคือจีน  89 คน  ฟิลิปินส์  84 คน  ไทย 74 คน  นอกจากนี้ก็ลดหลั่นลงตามลำดับ  ที่ส่งน้อยที่สุด ได้แก่  แคนาดา เยอรมนี และ มาดากาสก้า ประเทศ ละ 6 คน

ในการนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กไทยมีโอกาสได้สัมผัสกับข้อทดสอบระดับโลก ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกระทบไหล่กับนักเรียนเก่งคณิตจากทั่วโลก  กระทรวงศึกษาธิการ โดย สพฐ.จึงได้ให้นักเรียนที่ผ่านการแข่งขันระดับ  เขตพื้นที่จากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมแข่งขันกับนักเรียนนานาชาติได้  โดยผู้เขียนได้รับผิดชอบเป็นเลขานุการของกิจกรรมนี้

          ด้วยเหตุนี้ จึงห่างหายจากเพื่อนครูและเพื่อน ๆ ใน G2K ไปนานพอควร   ด้วยต้องมีภาระงานตั้งแต่ประกาศรับสมัครนักเรียนเก่งคณิตจากทั่วประเทศเข้าแข่งขัน จนดำเนินงานแล้วเสร็จ  เรียกกิจกรรมนี้ว่าเวทีคู่ขนาน มีนักเรียนร่วมแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 286 คน (สมัครจริง ๆ 307 คน พอถึงวันสอบเหลือจำนวน 286 คน)

ในการสอบ เด็กเวทีคู่ขนานจะได้ทำข้อทดสอบโดยใช้ฉบับเดียวกับของนานาชาติ     ที่ผู้นำทีมแต่ละประเทศได้แต่งมาและมีคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก พร้อมทั้งแปลเป็นภาษาไทย แบบทดสอบเป็นแบบอัตนัย  ระดับละ 15 ข้อ  ผู้เขียนคุมห้องสอบระดับมัธยม  ได้เห็นข้อสอบแล้วยากสุดๆๆ ค่ะ  ข้อสอบตอนที่ 1 มี 12 ข้อ ๆ ละ 5 คะแนน  ตอนที่ 2  มี 3 ข้อ ๆละ 20 คะแนน  สุดยอดหฤโหดจริง ๆ เหมือนเด็ก เขียนความในใจบอกว่า(ลองดูตัวอย่างภาษาของเด็ก ๆ และวัยรุ่นนะคะ...ผู้เขียนให้เด็กเขียนค่ะ)

-         ข้อสอบให้ความรู้สึกของคำนิยามที่ว่า ยาก ได้อย่างดี

-         ข้อสอบยากมั่กมั่ก ( มี 6 คนเขียนแบบนี้ )

-         ข้อสอบยากดี , ข้อสอบยากดีจริงๆ ( ครูภาษาไทยงง ! )

-         ข้อสอบยากโครต ,โครตยาก ( เขียนแบบนี้ 12 คน )

-         ข้อสอบย้าก ยาก ,ยากๆๆๆๆๆ  ( 23 คน )

-         ข้อสอบยากจริงๆ ใครออกนะเนี่ย อยากรู้จัง ( 5 คน )

-         ข้อสอบยากได้ใจจริงๆ  ( 7 คน)

-         ข้อสอบยากสุดจะบรรยาย ( 4 คน)

-         ข้อสอบสุดยอดยาก (11 คน) , ใครทำได้เกิน 10 ข้อ ยกนิ้วให้ด้วยใจโครตเก่ง (ครูภาษาไทยสะดุ้งอีกแล้วกับการใช้ภาษา)

-         ข้อสอบยากๆๆๆ ไม่รู้ว่าออกได้ไง ( 2 คน)

-         ข้อสอบยากมากจริงๆ (ตอบแบบนี้เยอะมากค่ะ หลายสิบคนเชียวละ)

สรุปว่าข้อสอบยากจริงๆ  และเป็นแบบให้เขียนด้วย  เด็กไม่มีโอกาสเดาได้เลย ไม่เขียนไม่ได้ เขียนผิดก็ไม่ได้อีกเช่นกัน  ถึงแม้จะเก่งภาษาไทย  อ่านได้ทุกถ้อยกระทงความ  หากตีความไม่ได้  แปลความโจทย์ไม่ได้  แสดงการคิดคำนวณไม่ได้  ก็หนาวเชียวละ..

ผู้เขียนแอบได้ยินเด็กผู้หญิงคุยกันในห้องน้ำหลังสอบเสร็จว่า  เฮ้อ  ที่โรงเรียนไม่เห็นอาจารย์สอนให้คิดแบบนี้เลย  ถ้าเขาสอนมันก็ต้องทำได้แน่ๆ สิ... 

จริงของเด็กนะคะนี่  คำพูดของเด็กเหมือนกระจกบานใหญ่เชียวหละ   เราผู้เป็นคุณครูต้องได้ย้อนกลับมาพิจารณาทบทวนวิธีการสอนคณิตศาสตร์กันบ้างแล้วละ .......................................

ในตอนประกาศชื่อรับโล่และเหรียญรางวัล ไม่ว่าจะเป็นประเภททีม และ ประเภทบุคคล ได้ยินบ่อยสุด ๆไช้-น่า , ฮ่อง-คง ,  หม่าเล้เซีย , อินโดนี้เซีย , ฟิลิปินส์, ไท้ยยยแลน (ว่าตามการออกเสียงของพิธีกรค่ะ..) ของประเทศไทยก็ได้หลายรางวัล  ดูแล้วเป็นนักล่ารางวัลที่ผ่านหลายเวทีมาแล้ว  ต้องเจนเวทีจึงจะคุ้นกับข้อสอบ  หากเป็นมือสมัครเล่นสูงสุดก็ประมาณเหรียญทองแดงค่ะ      เพื่อน ๆคงได้เห็นภาพเด็กเก่งเลขจากหน้าหนังสือพิมพ์วันนี้เยอะอยู่นะคะออกทางทีวีด้วย แต่ออกนิดเดียวไม่พูดยาว ๆ เหมือนข่าวเสื้อเหลืองเสื้อแดง

         เด็กคู่ขนานก็ได้รับรางวัลให้ได้ชื่นใจอยู่  โดยระดับประถม ได้ 5 เหรียญทอง  13 เหรียญเงิน  27 เหรียญทองแดง ระดับมัธยมศึกษา ไม่มีผู้ที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง  ได้ 2 เหรียญเงิน และ 25 เหรียญทองแดง(เกณฑ์ตัดสินแบบอิงกลุ่ม: หากอิงเกณฑ์คงหนาวอีกแหละค่ะ)       

         สิ่งที่ผู้เขียนพบจากเด็กๆในช่วงเวลา 6 วันของการจัดงานแข่งขันครั้งนี้ ทั้งเด็กต่างประเทศและเด็กไทย ประมวลจากที่พบเห็นเองและพี่เลี้ยงเป็นผู้บอกเล่า  พบจริงๆดังนี้ค่ะ... 

1.เด็กเก่งเลขนี่ไม่ค่อยอยู่นิ่ง.. (โดยเฉพาะเด็กประถมเป็นส่วนใหญ่)

2.เด็กเก่งเลข จะสวมแว่นสายตา เยอะ   ตั้งแต่ตัวเล็กๆ ก็ใส่แว่นเล็ก ๆ ..เฮ้อกว่าจะโต

3.เด็กเก่งเลขชอบเล่นไพ่..จริงๆ นะคะ (เสียดายไม่ได้บันทึกภาพมาให้ดู) ในห้องอาหาร,ในเวลาว่างรอกิจกรรมเขาจะเล่นกันจริงๆ จัง ๆ  ก่อนกลับบ้านมีเด็กคนหนึ่งลืมกระเป๋าเป้ ลองเปิดดูเพื่อหาหลักฐานว่าเป็นของผู้ใดเปิดออกดู...จ๊ะเอ๋..อีกแล้ว..กล่องไพ่ 

4.นอกจากชอบเล่นไพ่แล้ว  กิจกรรมยามว่างของเด็ก ๆ ก็มีหลายอย่าง ตั้งแต่เล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ, เล่นหมุนเลขที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส (เรียกชื่อไม่ถูกค่ะ) เล่นเปายิ้งฉุบ และอีกหลาย ๆ อย่าง  ทั้งเล่นเป็นกลุ่มและเล่นเงียบ ๆ คนเดียว   สรุปว่าไม่เห็นพวกเขาอยู่นิ่งค่ะ  ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย

5.เด็กที่ยังเป็นมือใหม่ หรือมือสมัครเล่น ก็จะมีความสุขกับการได้เพื่อนใหม่ทั้งต่างชาติ และ เพื่อน ๆ จากทั่วประเทศ  และการท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่ เกือบทุกวันที่อยู่ในโปรแกรม   ผู้เขียนได้จัดกิจกรรมให้พวกเขาเขียนความประทับใจและนำเสนอบางคนบอกได้น่ารักมากว่าไม่ได้หวังเหรียญอะไรเลยต้องการเพียงประสบการณ์ชีวิตและมิตรภาพเท่านั้น

 

...ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา... 

งาน IMC 2008จบลงแล้ว   ไม่แน่ใจว่าเชียงใหม่จะได้เป็นเจ้าภาพงานใหญ่ ๆ เช่นนี้อีกเมื่อไหร่

 

คุณครูและเพื่อน ๆที่ต้องการเห็นภาพกิจกรรมเข้าไปดูได้นะคะที่เว็บไซต์นี้ค่ะ

http://www.obec.go.th/new/show_news.php?article_id=4463

 http://www.obec.go.th/new/show_news.php?article_id=4363

 

 

 

 

 

 

 

            ....อินโดนีเซีย   ฟิลิปินส์  มาเลเซีย  ได้รับรางวัลเยอะมาก เกือบทุกคนทั้งประเภททีมและบุคคลรองจาก จีน  ฮ่องกง และไต้หวัน  (ไม่ได้เก็บภาพของจีนค่ะ..เขาไม่ได้รวมตัวกันถ่ายภาพ)