เปิดสักหลาดใหม่ประเดิม “ประสบการณ์นิยม” การทำงานส่งเสริมฯ จังหวัดพิษณุโลก ปี 2552 นายสุรพล จารุพงศ์ เกษตรจังหวัดพิษณุโลก จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรระดับจังหวัด ในวันที่ 29 ตุลาคม 2551 ณ โรงแรมลาพาโลมา จังหวัดพิษณุโลก เพื่อต้อนรับการทำงานในระบบ “PMQA” ที่กำลังมาเยือนในเร็ววัน
ทีมงานจังหวัด...จัดแบ่งกลุ่มให้อำเภอจัดทำ “SWOT” ของการทำงานส่งเสริมการเกษตรที่ผ่านมาใน ปี 51 เพื่อเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ที่จะทำงานต่อเนื่องต่อไปใน ปี 52 ทุกคนช่วยกันคิดช่วยกันทำประหนึ่งว่าเป็นเนื้อทองแผ่นเดียวกัน อะไรประมาณนั้นแหละ บังเอิญ....ได้ยินเสียงของกลุ่มข้าง ๆ แว่วมาด้วยความไพเราะ....จับใจความได้ว่า “ถ้าเรารู้จักทำ SWOT ของตัวเราเองบ้างคงจะดีนะ อย่างน้อยเราก็จะได้รู้จักตัวเราเองดีขึ้น” สุดยอดในความคิดครับ
การสัมมนามุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติได้มีการปรับเปลี่ยนการทำงานจากฐานของทรัพยากร มาเป็นการทำงานบนฐานขององค์ความรู้ และให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้ทรัพยากรและงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้และทำอย่างคุ้มค่า โดยเรา....ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ จะต้องทำหน้าที่ในการเป็นผู้ประสานและเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพัฒนาเกษตรกรและมีการบูรณาการการทำงานกับภาคส่วนต่าง ๆ ผ่านกลไกศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล (ศบกต.) ซึ่งเครื่องมือที่จะนำมาใช้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของงานตามนโยบายของกรมฯ และจังหวัดนั้น คือ “การจัดการความรู้”
การจัดการความรู้ แท้จริงแล้ว....เป็นเครื่องมือในการพัฒนางาน คน และองค์กร ได้อย่างดีเยี่ยม แนวทางในการจัดการความรู้...ไม่ยากอย่างที่เราคิดครับ เพียงแต่เราอาศัยประสบการณ์นิยมรวมกันจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้จากประสบการณ์ในการทำงานของเรามารวมกัน สำหรับนำมาใช้ปรับปรุงงานและยกระดับความสามารถ โดยค้นหาความรู้จากภายในและนอกองค์กรเข้ามาใช้ในการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยจะต้องมีการจัดการคลังความรู้ที่เราจะเข้ามาค้นหาและใช้ได้อย่าสะดวก แล้วเราจะเห็นได้ว่า “หัวใจการจัดการความรู้....อยู่ที่....กลุ่มของผู้เกี่ยวข้อง เข้ามาจัดการความรู้ที่รับผิดชอบให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของงานดีขึ้นกว่าเดิม”
สิ่งที่เรายังได้เรียนรู้ร่วมกัน คือ การประเมินสมรรถนะหลัก หรือคุณลักษณะที่พึงประสงค์หลักการเป็นข้าราชการพลเรือนไทยยุคใหม่ ตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดไว้ 5 ด้าน ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ การบริการที่ดี การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ ด้านจริยธรรม และสุดท้ายคือด้านความร่วมแรงร่วมใจ การที่เราจะดำเนินงานให้ได้ตามเป้าประสงค์นั้น...เราจะต้องมีสมรรถนะที่ดีอยู่ในตัวเรา ก่อนอื่นเรามารู้จักนิยาม ของสมรรถนะ กันดีกว่า....“สมรรถนะ” เป็นลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ ทักษะ ความสามารถ และคุณลักษณะอื่น ๆ ที่ทำให้บุคคลสร้างผลงานได้โดดเด่นในองค์กร ทุกคนมีสมรรถนะกันทั้งนั้นครับ....แต่ใครจะมีมากน้อยเท่าไร...ใครจะเอาออกมาใช้ได้มากน้อยเท่าไร....ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล....โอ้...พระแม่เจ้า....
ตามที่สำนักงาน ก.พ. ให้เรามีการประเมิน “สมรรถนะหลักข้าราชการ”... เรามาดูความจำกัดความ กันบ้างครับ การมุ่งผลสัมฤทธิ์....ประมาณว่า...มีความมุ่งมั่นจะปฏิบัติราชการให้ดีหรือทำงานให้เกินกว่ามาตรฐานของเราที่มีอยู่ รวมไปถึงการสร้างสรรค์พัฒนาผลงานหรือกระบวนการปฏิบัติงานตามเป้าหมายที่ยากและท้าทาย การบริการที่ดี....การปฏิบัติของเรา เราต้องมีความตั้งใจและความพยายามในการให้บริการ เพี่อสนองความต้องการของประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ....หมายถึง....การมีความขวนขวาย สนใจใฝ่รู้ พัฒนาศักยภาพ ความรู้ความสามารถของตนในการปฏิบัติราชการ ด้วยการศึกษาหาความรู้ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รู้จักพัฒนา ปรับปรุง ประยุกต์ใช้ความรู้ วิชาการ เข้ากับการปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์....สุดยอดครับผม มาดู ด้านจริยธรรม....ประมาณว่า...เป็นการครองตน และประพฤติปฏิบัติถูกต้องเหมาะสม ทั้งตามหลักกฎหมายและคุณธรรม หลักแนวทางในวิชาชีพของตนมุ่งประโยชน์ของชาติมากกว่าส่วนตน เพื่อรักษาศักดิ์ศรีอาชีพข้าราชการ...โอ้....พระแม่เจ้า สุดท้าย....ความร่วมแรงร่วมใจ....มีความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น เป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน หน่วยงาน หรือองค์กร โดยผู้ปฏิบัติมีฐานะเป็นสมาชิกในทีม มิใช่ฐานะหัวหน้าทีม ความสามารถในการสร้างและดำรงรักษาสัมพันธภาพกับสมาชิกในงาน.......สุดยอดครับ
สิ่งที่ได้เล่าสู่กันฟังข้างต้น....ได้จากการมีประสบการณ์นิยมทั้งสิ้น....ในการจัดการความรู้...เรานำประสบการณ์นิยมหลาย ๆคนมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว....ก็จะได้องค์ความรู้อย่างไม่ยากเย็น....นำองค์ความรู้มารวบรวมให้ครบถ้วน....จัดให้เป็นระเบียบ....และถ่ายทอดอย่าเป็นระบบ....เข้าจะเรียกได้ว่า....“ท่านได้ทำงานอย่างมืออาชีพแล้วครับท่าน”.....สุดยอด
ข้อคิด...ติดปลายนวม...
ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด Ä เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข
พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบาย ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้ม อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น
ต้นน้ำ
หวัดดีครับ