อำเภอหนองบัวมีศักยภาพและทุนทางสังคมหลายอย่าง มีความเป็นท้องถิ่นที่ทำให้เป็นชุมชนอำเภอน่าอยู่ ผู้คนทั้งอำเภอมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อีกทั้งที่ตั้งก็มีถนนหลวงเชื่อมโยงไปสู่ภาคคะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ
มีภูเขา สิ่งแวดล้อม ทุ่งเลี้ยงสัตว์ และทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ มีโรงเรียนมัธยมอำเภอและสถานศึกษา ที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งการศึกษาเพื่อสร้างคนและพัฒนาท้องถิ่น มีนักธุรกิจท้องถิ่นและคนทำมาค้าขาย มีทุนมนุษย์และเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนหนองคอก ผูกพันกันและมีความเป็นเครือข่ายทางสังคมที่สามารถเป็นกำลังพัฒนาได้มากมายทั้งของท้องถิ่นและของประเทศ....
อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ มีชื่อท้องถิ่นอีกหลายชื่อ ส่วนใหญ่ก็สื่อถึงความเป็นแหล่งน้ำ เช่น หนองบัว หนองกลับ บ้านหนองบัวตากลาน หนองคอก เมืองพันสระ แต่ละชื่อ ล้วนทำให้คนที่ไม่เคยไปเยือนและไม่เคยรู้จัก คิดนึกไปได้ว่าเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำท่า ห้วยหนอง คลอง และสระ
ผมเคยได้ยินคนจากถิ่นฐานอื่นที่ไปทำงาน ณ อำเภอหนองบัว เล่าถึงตนเองกับหนองบัวให้เป็นเรื่องขำๆอย่างกันเองว่า ข้าราชการที่สอบบรรจุจากส่วนกลาง เมื่อสอบได้ และถึงคราต้องเลือกพื้นที่ลง หลายคนพอเห็นชื่ออำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ก็เลือกไปลงอย่างไม่ลังเล ในใจก็จินตนาการไปถึงหนองบัวและบึงบัวใหญ่ๆ รายรอบด้วยความร่มรื่นและอุดมไปด้วยแหล่งน้ำ
ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว อำเภอหนองบัวเป็นที่ดอน ดินของพื้นที่ก็เป็นดินทรายร่วน ไม่ค่อยเก็บกักน้ำ แหล่งน้ำสำคัญแต่เดิมเมื่อ 30-40 ปีก่อน ก็คือสระสาธารณะของวัดซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชน พอได้ใช้อุปโภคบริโภคกันทั้งอำเภอ
นายอำเภอและผู้นำชุมชนของอำเภอเคยพยายามขุดสระและแหล่งน้ำหลายแห่ง แต่ก็แปลก มักขุ่นคลั่กราวน้ำโคลน ไม่ใสเหมือนน้ำในสระวัด เมื่อชุมชนขยายตัวมากขึ้น ชื่อต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นแหล่งน้ำและความอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำท่า ก็เลยเป็นตรงกันข้าม จนแม้กระทั่งบัดนี้
กระนั้นก็ตาม อำเภอหนองบัวก็เป็นเมืองที่มีความน่าอยู่ คนท้องถิ่นมีอัธยาศัย สภาพแวดล้อม วิถีชีวิต การทำอยู่ทำกิน และวัฒนธรรมท้องถิ่นหลายอย่าง ต่างเป็นพื้นฐานและทุนทางสังคม ที่ทำให้ชุมชนมีความร่มเย็นเป็นสุขพอสมควรแก่อัตภาพ
หนองบัวมีของดีอยู่มากมายที่น่าสืบสานและหวงแหน
คนทำงานชุมชนและผู้คนของชุมชนหนองบัวเอง หากมีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง ก็จะทำให้มีสำนึกในความเป็นมาร่วมกัน เกิดความเคารพ และเห็นตนเองบนความสืบเนื่องในความเปลี่ยนแปลงของชุมชน ด้วยความภาคภูมิใจ เช่น
หลวงพ่ออ๋อย และวัดหนองกลับ ไปหนองบัวไม่รู้จักหลวงพ่ออ๋อยและวัดหลวงพ่ออ๋อย ก็เรียกได้ว่าไม่ถึงความเป็นหนองบัว วัดหนองกลับ เป็นชื่อวัดซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชาวอำเภอหนองบัว หลวงพ่ออ๋อย เป็นลูกศิษย์และสหธรรมิกของ หลวงพ่อเดิม ซึ่งคนแถวนครสวรรค์ ชัยนาท พิจิตร รวมไปจนถึงคนเล่นพระเครื่องทั้งประเทศจะรู้จักและเคารพนับถือ คนทั้งอำเภอ รวมไปจนถึงพื้นที่โดยรอบ นับว่าเป็นลูกศิษย์และกลุ่มศรัทธาธรรมของหลวงพ่ออ๋อยทั่วไปทุกย่านถิ่น
โดยเฉพาะผู้ชายนั้น กลุ่มคนที่ผ่านการบวชเรียน แล้วต่อมาก็มีบทบาทเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ตลอดจนเป็นผู้นำสาขาต่างๆของท้องถิ่น ก็แทบจะนับว่าเป็นลูกศิษย์หลวงพ่ออ๋อยแทบทั้งสิ้น ผมได้เป่าแตรวงแห่นาคไปบวชพระที่วัดหลวงพ่ออ๋อยเกือบสิบปี เห็นผู้คนมากมายได้เข้าไปบวชเป็นศิษย์หลวงพ่ออ๋อย

ภาพขบวนแห่นาคหมู่อำเภอหนองบัว : ประเพณีการแห่นาคและการบวชนาคหมู่ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ริเริ่มมายาวนานนับแต่ยุคหลวงพ่ออ๋อย หรือพระครูนิกรปทุมรักษ์ แห่งวัดหนองกลับหรือวัดหนองบัวลูกศิษย์หลวงพ่อเดิม การแห่นาคจะแห่นาคแต่ละจ้าวาจากบ้านทั่วสารทิศ บางปีนับเป็นร้อยจ้าว แล้วจะมารวมกันที่ศาลาวัดหนองกลับ ซึ่งเป็นศาลาไม้ขนาดใหญ่โต เพื่อรอการบรรพชาอุปสมบทพร้อมกัน เป็นประเพณีการบวชนาคหมู่ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชุมชนชาวหนองบัว นครสวรรค์ ระหว่างการแห่นาค ทั่วตลาดอำเภอหนองบัว รวมทั้งในวัดหนองกลับ จะก่อให้เกิดการสื่อสารเรียนรู้และสร้างการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรม ผู้คนจะถามไถ่และทบทวนว่านาคเอก นาคโท เป็นใคร รวมทั้งพ่อนาคคนอื่นๆเป็นลูกหลานของใคร ก่อให้เกิดความเป็นปึกแผ่นแน่นหนาของชุมชน วัฒนธรรม และการสืบทอดประเพณีทางศาสนา คงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้การบวชนาคและการแห่นาคหมู่ เป็นหนึ่งในคำขวัญของอำเภอหนองบัว ภาพประกอบวาดโดย : ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์
โบสถ์ของวัดหลวงพ่ออ๋อยหรือวัดหนองกลับมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดเลยเพราะเป็นหลังคาที่ไม่ใช่มุงกระเบื้อง ทว่า ทำเป็นหลังคาคอนกรีตเลย
ปัจจุบันวัดหนองกลับ มีหลวงพ่อที่ชาวบ้านเรียกท่านว่าพระครูไกร ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่ออ๋อยและเป็นพระอาจารย์ให้การบวชเรียนของผู้คนในหนองบัวนับแต่รุ่นที่ผมยังเป็นมือแตรวงแห่นาค
พระคุณเจ้าเป็นผู้นำในการทำพิพิธภัณฑ์ ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ท้องถิ่นของวัดหนองกลับ และเป็นทุนทางปัญญาท้องถิ่นของชุมชน มีคุณูปการต่อการทำให้วัดเป็นแหล่งให้การศึกษาอบรมรอบด้านแก่ผู้คนทั้งในอำเภอและจากแหล่งอื่นทั่วประเทศ
หมอหนิมของชาวหนองบัว หมอหนิมเป็นพยาบาลผดุงครรภ์และหมออนามัยเก่าแก่ของชาวหนองบัว ดูแลสุขภาพและสารพัดความเจ็บไข้ได้ป่วย รวมไปจนถึงสารทุกข์สุกดิบของคนหนองบัว สถานีอนามัยเดิมอยู่หลังอำเภอในปัจจุบัน ทว่า ในยุค 40-50 ปี ก่อนโน้น ไปไหนมาไหนมีแต่ด้วยการเดินเท้า และใช้เกวียน
แต่การต้องอยู่ทั้งที่สถานีอนามัย และการต้องไปตามบ้านเมื่อชาวบ้านตามทั้งในและนอกอำเภอ หมอหนิมก็เป็นทั้งหมอเท้าเปล่าและหมอควบม้าไปทั่วอำเภอซึ่งยุคนั้นเป็นบ้านป่าบ้านดงอย่างยิ่ง ชาวบ้านจึงนับถือเหมือนแม่ เป็นทุนทางสังคมด้านสุขภาพ ที่มีบทบาทควบคู่มากับพัฒนาการของหนองบัวในระยะ 50 ปีที่ผ่านมา
นายอำเภออรุณ วิไลรัตน์ * เป็นนายอำเภอรุ่นบุกเบิกที่นำการขุดสระน้ำข้างอำเภอ และเป็นผู้นำที่หมายจะเปลี่ยนสภาพความกันดารยากแค้นของอำเภอหนองบัวให้หายไปให้จงได้ อีกทั้งเป็นผู้นำในการพัฒนาการศึกษาของลูกหลานทั้งคนหนองบัวและแถวนั้นมากมาย ร่วมกับคุณครูและคนท้องถิ่นนำเอาโรงเรียนวันครู(2504) ของอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ไปตั้งที่บ้านตาลิน ดังปัจจุบัน

ภาพที่ ๑ อาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนหนองบัว ก่อตั้งเมื่อปี 2503 ในพื้นที่เดียวกับโรงเรียนหนองบัว(เทพวิทยาคม) แล้วย้ายมาอยู่ที่หนองคอกดังปัจจุบันในปี 2508 ในยุคของนายอำเภออรุณ วิไลรัตน์ (ภาพจากเว๊บโรงเรียนหนองบัว)
ชาวอำเภอหนองบัวที่ยังจดจำท่านได้ เคยตามไปขอซื้อรถแทรกเตอร์คันที่เคยขุดสระข้างอำเภอให้ชาวหนองบัว มาตั้งเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงความเป็นนายอำเภอนักพัฒนาและเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน
นอกจากนี้ยังมีปูชนียบุคคลอีกหลายท่าน ผู้เฒ่าและคนเก่าคนแก่ ซึ่งเป็นที่เคารพเชิดชู เมื่อถามไถ่ถึงก็จะเป็นที่รู้จักกันทั้งอำเภอ
โรงพยาบาลคริสเตียน ในอดีตนั้น พื้นที่อำเภอหนองบัวกันดารเป็นที่สุด แต่ก็มีโรงพยาบาลเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น อยู่ข้างสี่แยกกลางตลาดของตัวอำเภอในปัจจุบัน เป็นโรงพยาบาลคริสเตียน มีหมอฝรั่งใจดีและมิชชั่นนารี คอยดูแลผู้ป่วยและญาติๆที่ไปโรงพยาบาลทั้งด้านความเจ็บความไข้ การเผยแพร่คำสอนของพระเจ้า และการมีของเล่นให้เด็กๆ

แยกตลาดหนองบัวเดิม อาคารพาณิชย์เป็นอาคารไม้สองชั้น ห้องแรกของคูหาด้านขวาหลังหอนาฬิกานั้น เคยเป็นโรงพยาบาลคริสเตียน มีหมอฝรั่งชื่อไทยว่าหมออรุณมาประจำ ต่อมาได้ย้ายไปตั้งอยู่นอกตัวเมืองและพัฒนาเป็นโรงพยาบาลอำเภอหนองบัวดังปัจจุบัน ภาพประกอบวาดโดย : ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์
ต่อมา ได้ย้ายออกไปด้านนอกและพัฒนาเป็นโรงพยาบาลอำเภอหนองบัวดังในปัจจุบัน ในระยะแรกยังคงเป็นโรงพยาบาลคริสเตียน ผมมีโอกาสต่อเพลงสรรเสริญพระเจ้าไปเล่นบนเวทีกิจกรรมของโรงพยาบาลในวันคริสมาสต์อยู่สองปี ซึ่งก็เล่นด้วยความสำนึกตอบแทนพระคุณคุณหมอฝรั่ง พยาบาล และหมอสอนศาสนา ที่ผมได้เคยไปนอนป่วยเป็นคนไข้อย่างสาหัส รวมทั้งพ่อและญาติๆ อีกโสตหนึ่งด้วย หนองบัวเป็นชุมชนเล็กๆ แต่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมจริงๆ
ปัจจุบัน โรงพยาบาลอำเภอหนองบัวไม่มีหมอฝรั่งและไม่ได้เป็นโรงพยาบาลคริสเตียนแล้ว แต่ก็เป็นทุนทางสังคมอย่างหนึ่ง ที่มีบทบาทต่อการพัฒนาด้านสุขภาพของชุมชน ผ่านยุคที่เต็มไปด้วยความกันดารยากแค้น หนุนส่งมาสู่ปัจจุบันได้อย่างดี
หมอหลุยส์ อำเภอหนองบัวมีหมอแผนไทยและมีร้านขายยาสมุนไพรที่ขึ้นชื่อไม่เพียงสำหรับชาวหนองบัวเท่านั้น ทว่า เป็นที่พึ่งของคนวงกว้างไปจนถึงจังหวัดรอบข้าง ชื่อร้าน หมอหลุยส์ อยู่ข้างวัดหนองกลับของหลวงพ่ออ๋อย
นอกจากมียาทั่วไปให้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านแล้ว ร้านหมอหลุยมียาสมุนไพรที่ขึ้นชื่อที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ ยาสูบแก้ริดสีดวงจมูกของหมอหลุย หมอหลุยเป็นอุบาสกและผู้ปฏิบัติธรรมด้วย เลยเป็นหมอแบบพ่อพระของชาวบ้าน บุกเบิกศูนย์ปฏิบัติธรรมและกรรมฐานนอกตัวอำเภอ แม่ผม ยาย ญาติพี่น้อง และชาวอำเภอหลายคนที่อยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอ ที่สนใจแนวปฏิบัติกรรมฐานและเจริญสติภาวนา ก็ได้อาศัยไปร่วมกิจกรรม และร่วมทำนุบำรุงแหล่งปฏิบัติธรรมดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน
งานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่หนองบัวกับฤาษีณารายณ์ และงานงิ้วหนองบัว จัดขึ้นเป็นงานประจำปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคมซึ่งถึงแม้จะเป็นงานที่ขับเคลื่อนด้วยชาวไทยจีนเป็นหลัก แต่ก็นับว่าเป็นวิถีวัฒนธรรมสาธารณะหรือเทศกาลของผู้คนทั้งอำเภอ (Local Cultural Event)
ผู้คน เด็กนักเรียนจากโรงเรียนประถมและมัธยมประจำอำเภอ และโรงเรียนในตัวเมือง หน่วยงานราชการทุกภาคส่วน และกลุ่มเจ้าของกิจการไม่แยกฐานะและความแตกต่างกันในสิ่งที่เคารพนับถือแยกย่อย จะรวมใจกันไปช่วยแห่แหนขบวนซึ่งเป็นเอกลักษณ์จำเพาะของชาวหนองบัว คือ เทพเจ้าที่เคารพของชาวไทยจีนร่วมกับจ้าวพ่อฤาษีณารายณ์
แห่ไปอย่างทั่วถึงในย่านชุมชนอำเภอ แล้วก็มีงานมหรสพเฉลิมฉลอง 7 วัน 7 คืน ที่เกาะลอย ที่ขึ้นชื่อติดปากผู้คนก็มีหลายอย่าง เช่น ลิเกคณะบรรหารศิษย์หอมหวล / งิ้ว / มอเตอร์ไซคล์ไต่ถัง คณะตาเปรื่อง เรืองเดช / รำวง รวมทั้งคณะเล่นกล และหนังกลางแปลง ซึ่งยุคก่อนโน้น จะเป็นที่เดียวที่ฉายกันสว่างคาตาจนไม่สามารถมองเห็นตัวหนังบนจอได้

ภาพที่ ๒ ขบวนแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ฤาษีณารายณ์ หรือ เจ้าพ่อเจ้าแม่ฤาษีหนองบัวไปรับอั่งเปาและของไหว้ จากคณะครูและนักเรียน โรงเรียนหนองบัว ในภาพเห็นคุณครูโสภณ สารธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัวและศิษย์เก่าของโรงเรียนหนองบัว รุ่นเก่าแก่ เป็นครูปริญญา จาก ๒ ใน ๕ แห่งของวิทยาลัยการศึกษาในประเทศไทย คือ ปริญญาตรีสาขาเคมี จากวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ชลบุรี ก่อนที่จะเป็นมหาวิทยาลัยบูรพา และปริญญาโทบริหารการศึกษา วิทยาลัยการศึกษาวิทยาเขตพิษณุโลก ก่อนที่จะเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวร และเห็นคุณครูสมัคร รอดเขียน คุณครูเก่าแก่ท่านหนึ่งของโรงเรียนหนองบัว การมีปฏิสัมพันธ์กันของโรงเรียนกับชุมชนผ่านกิจกรรมประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น ทำให้โรงเรียนและชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างแนบแน่น (ขอขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ของโรงเรียนหนองบัว)
ผมร่วมเป็นวงดุริยางค์ของโรงเรียน แห่ล่อโก๊ะในเทศกาลของชาวหนองบัวนี้อยู่หลายปี แล้วก็ติดงิ้วงอมแงม ทั้งที่ฟังไม่รู้เรื่อง แต่ชอบไปดูแบบเกาะขอบเวที ดูกลุ่มคนที่เล่นดนตรี ดูภาษาเครื่องแต่งกาย และการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งทำให้เข้าใจว่าเขาเล่นเป็นอะไร และท่าทางอย่างไรบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ทั้งการรบ การคิด การแสดงความสุขรื่นเริง
งานเทศกาลดังกล่าว เป็นประสบการณ์ร่วมของผู้คนหลายรุ่นทั้งคนท้องถิ่นเชื้อสายไทย จีน ลาว และไทยละเหว ซึ่งพูดเหน่อ จนทำให้คนท้องถิ่นพูดเหน่อตามกันไปทั้งอำเภอ แม้ในปัจจุบัน ผู้คนที่ออกไปอยู่ถิ่นฐานอื่น ก็มักถือเป็นเวลาที่จะกลับบ้าน และถ้าหากไปเยือนอำเภอหนองบัวในช่วงดังกล่าวนี้ ก็จะเห็นความมีชีวิตชีวาในยามกลางคืนไปทั้งอำเภอ
เกาะลอย เป็นแหล่งสาธารณะกลางอำเภอ แต่เดิมเป็นสระน้ำขนาดใหญ่กลางตัวเมือง แล้วก็มีเกาะเล็กๆอยู่กลางน้ำ เป็นแหล่งสาธารณะสำหรับหย่อนใจและใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคที่พอจะสะท้อนเอกลักษณ์ชื่อว่าหนองบัวอยู่บ้าง ทว่า ปัจจุบัน เกาะลอยกลางน้ำได้ถูกไถทิ้งและปรับให้เป็นแหล่งเก็บน้ำไปทั้งหมด บริเวณเกาะลอย เป็นแหล่งจัดเทศกาลงานงิ้วของอำเภอหนองบัว ผู้คนและชุมชนโดยรอบเป็นคนเก่าแก่ของพื้นที่ มีความเป็นมาเท่าๆกับพัฒนาการของอำเภอหนองบัว
ที่ตั้งของอำเภอหนองบัวและทรัพยากรทางด้านต่างๆ มีศักยภาพมากมายหลายอย่างในการพัฒนาสู่อนาคตที่พึงประสงค์ ไกลออกจากตัวเมืองนิดเดียวก็จะเป็นสวนป่าและทุ่งเลี้ยงสัตว์กว้างใหญ่ สามารถพัฒนาเป็นสถานีวิจัยและพัฒนาทางปศุสัตว์ เกษตรกรรมและการจัดการทรัพยากรในที่ดอน โรงเรียนและสถานศึกษาประจำอำเภอมีพื้นฐานและทรัพยากรทางวิชาการหลายด้านที่สามารถยกระดับสู่การจัดการศึกษาในขั้นอุดมศึกษา
เลยออกไปอีกและต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออก ก็จะมุ่งสู่จังหวัดชัยภูมิ ภาคอีสานและอนุภูมิภาคอินโดจีน ขึ้นไปทางเหนือ ก็จะมีทางผ่านตรงจากกรุงเทพ มุ่งสู่พิจิตร พิษณุโลก และภาคเหนือ คนวัยทำงานและนักเรียนนักศึกษาเป็นจำนวนมากจึงมีไม่น้อยที่มุ่งไปทำงานและศึกษาต่อในภาคเหนือมากกว่าลงกรุงเทพฯ
ที่สำคัญคือมีทุนทางศักยภาพและทุนทางสังคม รวมทั้งมีเรื่องราวที่เป็นภูมิปัญญาเกี่ยวกับท้องถิ่น ที่อยู่ในความทรงจำของคนเก่าแก่ ซึ่งถ้าหากได้มีการนำมาเรียนรู้และหาโอกาสสืบสานกันไว้ด้วยการพูดคุย บอกเล่า และสนทนากัน โดยเฉพาะในหมู่ผู้คนรุ่นใหม่ ก็จะทำให้ชุมชนได้สานความรู้เกี่ยวกับตนเองและถักทอสำนึกร่วมของผู้คน ทำให้ชุมชนอำเภอบ้านนอก มีกำลังนำการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองได้มากยิ่งๆขึ้น.
-------------------------------------------------------------------------------------------
* ข้อมูลเพิ่มมาจากเว๊บของโรงเรียนหนองบัว ทำให้ทราบนามสกุลของท่านนายอำเภออรุณ ว่าท่านนามสกุล วิไลรัตน์ พร้อมกับได้ทราบอีกว่า โรงเรียนหนองคอก หรือโรงเรียนหนองบัวของผม เพื่อน พี่ น้อง และชาวหนองบัวนั้น สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ในยุคของท่าน โดยแต่เดิมนั้นตั้งอยู่ในโรงเรียนหนองบัว(เทพวิทยาคม) ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ในที่ปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๘ ครูใหญ่คนแรกและเป็นผู้ที่ร่วมกับนายอำเภออรุณ วิไลรัตน์ นำประชาชนและชุมชนสร้างโรงเรียนหนองบัวขึ้นมาก็คือ คุณครูเขจร เปรมจิตต์ ดังนั้น ในปี ๒๕๕๓ ที่จะถึงนี้ จึงนับว่าครบรอบการก่อตั้งของโรงเรียนหนองคอก ๕๐ ปีหรือกึ่งศตวรรษ
ขอบคุณค่ะ ที่นำเรื่องราวในชุมชน มาให้อ่าน ซึ่งหาอ่านได้ยากค่ะ
สวัสดีค่ะ
บ้านเดิมอยู่ใกล้ๆเขาหน่อค่ะ
นำภาพมาให้ชมครับ ภาพนี้เป็นท้องนาหลังบ้าน ที่บ้านหลังเก่า เชื่อมต่อกับสระน้ำ ที่น้องๆลงไปเล่นกันนั่นแหละครับ ยืนหันหลังให้บ้านแล้วมองออกไปจะเป็นทุ่งนา หน้าแล้งจะดูลิบโล่ง ตอนนี้กลายเป็นนาข้าวเขียวขจี แล้วก็ปีนี้มีน้ำหลาก ปูปลาเยอะเลย
อีกภาพหนึ่ง อยู่ตรงข้ามกับสระน้ำเดิมของบ้านหลังเก่า แต่ตอนนี้บ้านหลังเก่าไม่มีสระน้ำแล้ว สระน้ำร่มรื่นนี้เป็นบ้านของญาติที่ย้ายจากกลางทุ่งมาอยู่รวมกัน
ผมไปเยี่ยมเยือนบ้านหลังเก่ากับน้องและหลาน พูดจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเสร็จ ญาติให้ก้ามปูนาน้อง ให้นำไปต้มเกลือกินกัน เป็นขนมและของที่วิเศษที่สุดตามประสาบ้านนอก-ชนบท
ใครเป็นลูกบ้านนอก หรือคนชนบท จะรู้ว่า ชาวบ้านแม้ยากจนเงิน-ทอง แต่เวลาให้อะไรคนแล้ว จะให้สิ่งที่ดีที่สุดที่ตนเองมี
หากเป็นปลาก็ให้พุงปลา หากเป็นผลไม้ ก็เลือกให้ผลที่มีตำหนิน้อยที่สุด และหากเป็นปู การเลือกให้ก้าม ก็คือเลือกให้สิ่งที่ดีที่สุด อร่อยที่สุด ที่ชาวบ้านจะมีโอกาสได้กิน
อีกด้านหนึ่งของบ้านเก่า แต่เดิมเป็นคลองธรรมชาติ หน้าน้ำหลากจะมีน้ำเหนือจากพิจิตรไหลหลากมา ผ่านหมู่บ้านแล้วก็ท่วมเป็นทุ่งกว้าง เชื่อมต่อไปจนถึงชุมแสงและบึงบรเพ็ด กว่าจะลงไปพายเรือได้ก็ต้องรอเดือนสิบสองที่เขาเรียกว่าเป็นช่วงน้ำทรง ไม่เชี่ยวกราก แต่ต่อมาก็ตื้นเขิน ป่าและต้นไม้หายหมด จนกลายเป็นปลักควาย ในยุค ทศวรรษที่ 2520 ก็มีการขุดลอกและเป็นคลองคึกฤทธิ์ มีน้ำท่ากลับมาอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นก็หมดสภาพคลอง คนรุ่นใหม่ไม่ได้เห็นร่องรอยและยากที่จะจินตนาการได้ว่า แถวนี้เคยมีคลองและลำธารธรรมชาติ
มาเมื่อ 5-6 ปีมานี้ ก็ได้เห็นคลองอย่างนี้อีก และดูจะดีกว่าเดิมเสียอีก กว้างและมีขอบเขตแน่ชัด ใครจะรุกลงไปกั้นก็ลำบากกว่าเดิมมาก ชาวบ้านบอกว่ากรมชลประทาน พยายามทำโครงการขุดรอกและขยายคลองเสียใหม่ ให้เชื่อมต่อกันหลายพื้นที่โดยอาศัยแนวลำคลองเดิม
หมายเหตุเพิ่มเกี่ยวกับหมอหลุย : แม่ผมได้เล่าให้ฟังเพิ่มขึ้นอีกว่า หมอหลุยไม่ได้เป็นเพียงโยมที่ศรัทธาและไปปฏิบัติธรรมที่วัดเท่านั้น ท่านได้บวชกระทั่งถึงบั้นปลายในชีวิต และได้เป็นผู้ก่อตั้ง วัดป่ามะเขือ ในอำเภอหนองบัว ซึ่งเป็นวัดแนวปฏิบัติ และเป็นวัดป่า แม่เรียกท่านว่า หลวงพ่อหลุย และถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว สถานปฏิบัติธรรมวัดป่ามะเขือ ก็ยังคงอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อตอนเด็กเคยตามแม่ใหญ่(ยาย)ไปนา ขุดบ่อกินน้ำ
จับปลา
อาหารกลางวันสูตรเด็จแกงพริกเกลือ(ปลาร้าสับ)ใส่ผักบุ้ง
หมกพริกเกลือดอกอุ้มน้อง
ไปหยอดถั่วที่เขามรกต มีหลวงพ่อบาตรใหญ่
ฟังเทศวัดเขาพระดูลิง
มีคู่ดองตอนเด็ก(คู่มั่น)
กินข้าวเม่า ข้าวโปง ขนมวง
ขุดดินเหนียวบ่อยายโหมนมาปั้นกระสุน เล่นจ๊อก ยิงเเย้เขาพระ
แกงไก่บ้านสาว
เล่นตรุต
เมื่อตอนยังเล็กชอบกินขนมยายม่อม หาบของขายมีไก่ย่าง เกี๋ยวเตี๋ยวผัด
มาแรกข้าวสาร
ก่อนไปเรียนตอนเด็กแวะไปบ้านตาเก๊าก่อนไปโรงเรียนจึงได้ฉายานามว่า
(ไอ้เก๊า)ร้านขนมตอนยังเด็กที่ชอบซื้อ
1 ร้ายยายทำ
2 ร้านใยจง
3 ร้านใยต่วน
4 ร้านใยรอง
5 ร้านตาเซี่ยะ(ซื้อว่าว)
ตอนเรียน ป 4-6รำกลองยาวกับครูปราณี ครูเสน่ห์ ครูดิเรก ครูคำรณ ครูสุที
ครูเจน
อาหารที่ชอบ
แกงพริกเกลือ
คั่วหนู
ทอดปลาเกลือ
ต้มปลาย่าง
ผมยังไม่รู้จักท่านดีเลย ผมขอเรียกท่านว่าอาจารย์นะครับ เพราะผู้ที่ให้ความรู้เป็นวิทยาทานก้อน่าสรรเสิญอย่างยิ่ง
ผมเป็นลูกชาวนาโดยกำเหนิด ผมเคยค้นหาเกี่ยวกับชุมชนหนองบัวมานานแต่ยังไม่พบ
ผู้เขียนที่ทำได้ถึงท่านอาจารย์เลย
ผมเป็นคนชอบให้คนเฒ่าคนแก่เล่าเรื่องราวต่างให้ฟังเพราะสมัยนั้นตอนเด็กไม่มีเทคโนโลยีเช่นสมัยนี้มีก็แต่การเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนให้ลูกหลานฟังแต่ก้อทันบ้างบางสมัย
ยายเคยเล่าให้ฟังเมื่อ 30ปีก่อนตอนผมเกิดปีนั้นฝนทิ้งช่วงทำนาได้ข้าว เล่มเดียว 1/2เกวียน พอแม่ผมออกจากอยู่ไฟก้อตามพ่อนอนตัดไม่เผาถ่านขาย แถวๆคลองสมอ ยายต้มน้ำข้าวใส่เกลือให้กิน ถ้าไม่สะบายก็ไปหาหมอหนิม ก็ได้กินโอวันติลแต่ต้องเดินไปที่ตลาด
ผมจำได้ว่าน่าเสร็จนาไปหาปลาตามหนองน้ำลูกปลาหมอตัวเล็กๆมาย่างเก็บไว้
เป็นกับข้าวได้กินจนโต
บ้านผมทางหน้าบ้านเป็นทางเกวียนมีน้ำไหลเป็นดินทรายผมชอบไปนอนเล่นที่นั่นเพราะไม่มีรถเช่นสมัยนี้ คือถนนวาปีประทุมรักษ์ติดกับบ้านเกิดหลวงพ่อไกร ผมยังเคยกินน้ำในลอยเท้าควายเลยครับเมื่อไปนาแตเดี๋ยวนี้มีแต่สารเคมี
ต่อมาประมาณ3ขวบพ่อซื้อTVเป็นเครื่องแรกในหมู่บ้านขาวดำ เวลาเย็นชาวบ้านแถวนั้นมานั่งดูข่าวชมละครกันเหมือนมาประชุมหมูบ้านเลยครับ
หากข้อความของผมที่เขียนมาไม่สอดคล้องกับเนื้อหาหรือทำให้มีการเสียดสี ใช้คำไม่สุภาพ ได้โปรดกรุณาลบข้อความนี้ด้วย
หากพอที่น่าจะมีสาระแล้วผมจะมาเล่าเรื่องราวของ ปู่ฮ้อ เถียรทิม ผู้ที่รู้จักให้ ให้เพื่เกิดประโยชน์ ให้ฟังกันครั้งหน้า ครับอาจารย์
อย่าว่ายุ่งเรื่องส่วนบุคคลนะครับ คือ คุณเสวกนี่ หากไม่ใช่ผู้รู้แกล้งเขียนแบบเด็กๆ ก็ต้องเป็นเด็กรักการเรียนรู้มากๆนะครับ
หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นเพื่อนหรือรุ่นพี่ๆ ที่เป็นคนกันเอง
ผมค่อนข้างจะคิดว่าเป็นกรณีแรก เพราะหลายมุมมองและหลายคำศัพท์ ไม่อยากเชื่อว่าเด็กรุ่นหลังจะรู้จักและนำมาพูดถึงได้ หากใช่ก็เชิญบรรเลงเลยนะครับ
หากไม่ใช่ ก็ไม่ต้องระมัดระวังมากนะครับ เขียนดีแล้ว ไม่มีอะไรไม่เหมาะสมเลย เรื่องบอกเล่าจากคนเฒ่าคนแก่นี่ก็มีคุณค่ามากนะครับ เรื่องราวของผู้คนในท้องถิ่น ก็น่าสนใจครับ ถือว่าเป็นทุนมนุษย์และทุนทางสังคม หากจากแหล่งการเรียนรู้อย่างอื่นไม่ได้ครับ คนรู้ต้องเล่าเก็บไว้ครับ
เรื่องออกไปเก็บปลาจากท้องนามาทำเป็นอาหารสำรองไว้กินจนเติบใหญ่ การกินน้ำในรอยตีนควาย ทีวีขาวดำเครื่องแรกของหมู่บ้าน เหล่านี้ น่าสนุกและเป็นภาพของวิถีชีวิตที่น่าดื่มด่ำซาบซึ้งจริงๆ นะครับ เอาอีกๆ
ผมเป็น เหลน ของหมอทำ หมอแผนโบราณที่มีชื่อเสียงมากใน อ.หนองบัว ครับ อ้อเป็นเพื่อนไอ้เก๊าด้วยน่ะครับ
ผมเป็นคนอำเภอบรรพตพิสัยครับ แต่เคยไปเที่ยวหนองบัวหายครั้งหลายหนมาอ่านและลงชื่อไว้ครับ