ผมเคยเขียนบันทึกอยู่บันทึกหนึ่งชื่อ ทำไมทุกวันนี้คนดีถึงอ่อนแอ มาถึงวันนี้ก็มีหลาย ๆ เหตุการณ์เข้ามาให้ได้คิดได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง...
หลาย ๆ คนคงเคยเจอเหตุการณ์ที่เราตั้งใจทำอะไรดี ๆ สักอย่างเพื่อบุคคลอื่น ตั้งใจที่จะทำโครงการดี ๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมและเพื่อให้สังคมที่เราอยู่ดีขึ้น แต่ก็มีบางคนไม่เข้าใจหรือไม่ก็เข้าใจเจตนาของเราผิด ทำให้เรารู้สึกแย่หรือหมดกำลังใจในการทำความดี...
วันนี้ผมไปอ่านเจอนิทานสอนใจดี ๆ เรื่องหนึ่ง จึงอยากนำมาฝากเพื่อน ๆ ที่นี่ครับ เป็นนิทานธรรมะบันเทิง โดย พระพิจิตรธรรมพาที...
นานมาแล้ว เมื่อตายังหนุ่มแน่นแข็งแรงและเป็นโสด ตาได้เที่ยวซอกแซก ไปตามตรอกเล็กซอยน้อยในพระนครจนทั่ว คืนวันหนึ่ง ขณะที่ตากำลังเดินอยู่ในตรอกแคบ ๆ แห่งหนึ่ง แถวรองเมือง เท้าของตาได้สะดุดเข้ากับสิ่งนั้นมีลักษณะนิ่ม ๆ คล้ายเนื้อหนังมนุษย์
ด้วยความสงสัยใคร่จะรู้ความจริง ตาจึงก้มลงพิจารณาอย่างใกล้ชิดในที่สุดก็ทราบความจริงว่า สิ่งนั้น คือชายคนหนึ่งกำลังนอนสลบไสลคลุกฝุ่นอยู่กลางถนนในซอย เพราะความมึนเมา กิ่นสุราฟุ้งตลบไปหมด
ตาหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าจะเดินเลยไปเสียก็คงได้อย่างสบาย แต่อีกใจหนึ่งคิดว่า "ถ้าปล่อยให้เขานอนอยู่ที่นั่นเขาอาจจะถูกคนอื่นเดินมาเตะถีบหรือชนเอา เพราะมองไม่เห็น เขาอาจได้รับอันตราย บางทีสัตว์ร้ายเช่นงูหรือตะขาบมันอาจจะมากันมาต่อยเอาก็ได้
ยิ่งกว่านั้น ภรรยาและบุตรของเขาที่อยู่ทางบ้านอาจจะกำลังตั้งตาคอย คิดไปคิดมาความเมตตากรุณาก็เป็นฝ่ายชนะ ตาก้มลงอุ้มชายขี้เมาคนนั้นขึ้นแบกบนบ่า แล้วก็เดินไปยังห้องแถวใกล้ ๆ ที่มีไฟสว่างวอมแวมออกมา ตาโผล่หน้าเข้าไปที่ประตูแล้ว ถามเจ้าของบ้านว่า รู้จักชายคนนี้หรือเปล่า เจ้าของบ้านหัวเราะแล้วบอกว่าชายคนนั้นคือตาแฉ่งจนทราบแน่นอนแล้ว ก็แบกเขาเดินต่อไปด้วยความลำบากอย่างยิ่ง
หลังจากเดินล้มลุกคลุกคลานมาเป็เวลาเกือบ ๑๕ นาทีตามาถึงห้องแถวที่เป็นบ้านของตาแฉ่ง ตาวางเขาลงนอนไว้ที่พื้นซีเมนต์หน้าห้องแถวแล้วก็เอามีอเคาะที่ประตู เมื่อประตูถูกเปิดออก หญิงอายุกลางคน ๆ หนึ่งก็เปิดประตูผลั๊วะออกมา นางจ้องดูหน้าของตาแล้วก็ก้มลงนอนตาแฉ่งซึ่งนอนคุดคู้แทบเท้าด้วย สายตาแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง
ขณะที่ตากำลังจะเอ่ยปากรายงานเรื่องราวให้นางทราบนั่นเองนางก็เองนางก็เอามือชี้หน้าแล้วก็พูดขึ้นว่า "นี่เองคือคนที่พาผัวของข้าไปกินเหล้าเมาหยำเปทุกวัน ข้าจับได้แล้ว"
ก่อนที่ตาจะได้อธิบายความจริงให้นางฟัง หญิงคนนั้นก็คว้าไม้คานที่วางอยู่ข้าง ๆ ฝามาประเคนลงไปบนศีรษะของตาอย่างแรงดีแต่ว่าตายกมือทั้งสองขั้นรับไว้ทัน ศีรษะจึงไม่แตกเลือดไหลโทรม
ขณะที่นางเงื้อไม้คานขึ้นจะกระหน่ำตีตาอีกเป็นครั้งที่สอง ตาก็ถอยหลังออกไปพ้นรัศมีไม้คานเสียก่อน หญิงผู้ใจร้ายเงื้อไม้คานเผ่นตามจะตีตาอีก ตาจึงจำเป็นต้องวิ่งหนีเพื่อความปลอดภัย ได้ยินแต่เสียงด่าแช่งชักหักกระดูกตามมาข้างหลัง
ตาออกมานั่งลูบแขนที่บวมโนเพราะฤทธิ์ไม่คานที่ร้านกาแฟปากซอยพลางคิดอยู่ในใจว่า "เราอุตส่าห์แบกสามีไปส่งจนถึงบ้านด้วยความหวังดี แม้แต่คำว่า "ขอบใจ" คำเดียวก็ไม่ได้รับ ตรงกันข้ามกลับถูกด่าถูกตีจนเจ็บตัวทำดีไม่ได้ดีหนอ?"
ตั้งแต่นั้นมาตาก็ไม่ได้ช่วยเหลือใครโดยไม่จำเป็น ตาเชื่อว่าทำดีไม่ได้ดี แน่ ๆ แต่ต่อมาภายหลังตาได้เล่าเรื่องนี้ให้พระองค์หนึ่งฟังท่านสอนตาว่า
ฉะนั้น จงทำความดีเพราะรักในความดี อย่าทำความดีเพื่อหวังผลตอบแทน ถ้าทำความดีเพื่อหวังผลตอบแทน ความดีที่เราทำจะไม่ใช่ความดีแท้ เปรียบเหมื่อนการให้ทานแก่คนอื่น ถ้าเราให้โดยหวังสิ่งหนึ่งตอบแทนการให้นั้นไม่จัดเป็นทานแต่เป็นการค้าเพื่อหวังผลกำไรไป
เมื่อได้ทราบความจริงเช่นนี้ ตาก็กลับทำความดีอีก คราวนี้ทำเพื่อความดีจริง ๆ ไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ บางครั้งตาก็ต้องเสียผลประโยชน์เพราะการทำความดี บางครั่งก็ถูกคนติฉินนินทาด่าว่าบางครั้งก็ประสบความลำบาก แต่ตาก็ยังทำความดีต่อมาจนกระทั่งบัดนี้
ที่มาของนิทาน จาก http://www.dhammathai.org/dhammastory/story55.php
สำหรับผมห่างหายไปนานแต่ก็ระลึกถึงเพื่อน ๆ ที่นี่อยู่เสมอครับ มาวันนี้พร้อมกับนิทานดี ๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนที่ตั้งใจทำความดี ทำความดีต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ เพราะ "ความดี" อยู่ที่ "ใจ" ใครทำใครได้ครับผม...

สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับนิทานดีๆค่ะ
ครับ...คุณ paula (หน้าตาดี)
...
เป็นกำลังใจในการทำความดีครับผม...
ขอบคุณเช่นกันครับ...
สลามคุณดิเรก
ไม่ได้สนทนากันนานแล้ว
วันก่อนท่านกลับบ้านว่าจะชวนไปเยี่ยมที่ทำการ สวัสดิการกับที่ทำการสภาองค์กรชุมชนเทศบาลปากพะยูนแล้ว
แต่พอละหมาดเสร็จ ทาง พอช. ให้ไปประชุมเรื่องที่อยู่อาศัยโลก ที่สงขลา เลยไม่ได้คุยต่อ
คนทำงานยังคงต้องการกำลังใจ กำลังความคิดมากกว่ากำลังเงิน เพราะถ้าคิดเป็น ทำเป็นความยั่งยืนมาแน่ ช่วยกันนำพาปากยูนให้พอมีพอกินสู่ความเข้มแข็งทางความคิด
ช่วยกันครับ
เพื่อน Mr.Direct
ขอบคุณมาก สังคมเรามันถดถอยไปสู่ความเสื่อม ส่วนหนึ่งเพราะคนดีท้อแท้ คนดีถูกลดพลังไม่ว่าวิธีการใดก็ตาม
แต่สิ่งที่เรายึดมั่นนั้น คือ หากเราชัดเจนในจุดที่เราคิด เราทำ ว่าได้ประโยชน์ทั้งสังคม ผู้อื่น และ เราก็ได้ประโยชน์ ...ให้มุ่งมั่นเต็มกำลัง
ขอบคุณครับ สำหรับกำลังใจ ในวันที่กำลังต้องการ
คนดีที่กิน เมรัย แบบนี้หรือเปล่าครับ?
สลามครับ...บังหีม
...
วันก่อน นะเซส เข้ามาทักที่บันทึก...
ร่วมด้วยช่วยกันครับเพื่อ "ปากยูน" บ้านเรา...
ขอบคุณครับผม...
ผมเห็นบังหีม ทักทาย กับดิเรก ในบันทึกนี้แล้ว รู้สึกมีความสุขครับ อย่างน้อยคนบ้านเดียวกัน และพูดคุยเรื่องการพัฒนาบ้านเรา...
ผมเองพยายามคุยกับ Blogger ชาวปายเหมือนกันครับ และเรามีงานบางอย่างที่เป็นรูปธรรมบ้างแล้ว
เอาใจช่วย..นะครับทั้งสองท่าน
ครับ...เพื่อนเอก
...
เป็นกำลังใจให้ในสิ่งที่ทำครับ...
ทำในสิ่งที่เราคิดว่าดี ทำแล้วคนอื่นได้ประโยชน์ ทำแล้วเรามีความสุขก็โอเคแล้วครับ...
ขอบคุณครับเพื่อน...
ครับ...คุณกวิน
...
"ความดี" อยู่ที่ "ใจ" ไม่ต้องบอกใคร ตัวเรารู้ดีครับผม...
ขอบคุณครับ...
ลมหายใจมีไว้ให้ความหวัง สร้างพลังดวงจิตอย่าคิดถอย อย่าอยู่อย่างชีวิตที่เลื่อนลอย โหยละห้อยเสียกาลและเวลา อุปสรรคเข้าเผชิญจงเดินสู้ ยอมรับรู้ด้วยใจที่อาจหาญ ตรึงและตรองแก้ไขอย่านิ่งนาน รีบประสานเข้มแข็งด้วยแรงใจ
http://www.klonthai.com/content/blogcategory/10/16/
อีกครั้งครับ...เพื่อนเอก
...
วันก่อนเจอ "บังหีม" ตอนกลับบ้าน ได้ฟังโครงการดี ๆ เพื่อพัฒนาบ้านเรา ฟังแล้วก็ดีใจครับ...
คนในท้องถิ่นร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดครับเพื่อน...
ขอบคุณมากครับ...
พี่เป็นคนดีครับ และถ้าพี่เลิกดื่ม เมรัย พี่ก็จะเป็นคนดียิ่งๆ ขึ้น ครับ สมัยก่อน ผมก็กิน เมรัย กินจนอวกกันไปข้างล่ะครับ แต่สุดท้าย ทำค่าย ออกค่าย เห็นความยากจน เห็นมวลชนผู้ทุกข์ยาก ก็ลดละ ได้ในที่สุด เพราะกินทีไรแล้วมันจุกที่ลำคอ เพราะนึกถึงภาพมวลชนผู้ทุกข์ยาก ครับ แต่ที่เลิกกิน เมรัย ได้ก็ตอนที่ทำงานแล้ว นี่ล่ะครับ แม๋เงินกว่าที่จะหาได้ทำไมนี่มันลำบากจังวะ สมัยก่อนแบมือขอพ่อขอแม่ ไม่เห็นลำบากถึงขนาดนี้ ในที่สุดก็ทำให้เลิกได้ครับ คำพูดของผม อาจจะขมกว่า เมรัยในภาพ นะครับต้องขออภัย! เสพแล้วขมบาดคอ แต่ก็กลั่นมาจากใจครับ
ปล. ที่ชอบตีกันคำพูด ไม่ต้องแปลกใจนะครับ เพราะเอาอย่าง พระอาจารย์ รินไซ (พระอาจารย์รินไซ พระนิกายเซ็นท่านนิยมตีลูกศิษย์ด้วยไม้ ทำให้ผู้ที่ถูกตีรู้แจ้งเห็นจริง)
เย้...ลูกบังหัวปี(ล)
...
เพื่อนเรามาทักทายพร้อมกลอนเด็ด ๆ ให้ข้อคิดสำหรับการดำเนินชีวิตได้เยี่ยมมาก...
ว่าง ๆ เขียนบันทึกมั่งตะนะเซส ไว้จะรออ่าน...
ขอบคุณครับเพื่อน...
ด้วย จิตคารวะ ขอรับ
บทความให้แง่คิดดีๆ
-ทรายเต็มแก้ว
ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท เขาเตรียมการสอนอยู่หลายวันจึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึกหัดง่ายๆ แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด
เขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ
เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบ เหยือกแก้ว ขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วใส่ ลูกเทนนิส ลงไปจนเต็ม
' พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง ?' เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท
แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน ' เต็มแล้ว...'
เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อหันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ
หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา แล้วเท กรวดเม็ดเล็กๆ จำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบาๆ
กรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิสอัดจนแน่นเหยือก เขาหันไปถามนักศึกษาอีก
" เหยือกเต็มหรือยัง ?'
นักศึกษามองดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ ' เต็มแล้ว...'
เขายังยิ้มเช่นเดิม หันไปเปิดกระเป๋าหยิบเอาถุงทรายใบย่อมขึ้นมา และเททรายจำนวนไม่น้อยใส่ลงไปในเหยือก เม็ดทราย ไหลลงไปตามช่องว่างระหว่างกรวดกับลูกเทนนิสได้อย่างง่ายดาย เขาเทจนทรายหมดถุง เขย่าเหยือกจนเม็ดทรายอัดแน่นจนแทบล้นเหยือก
เขาหันไปถามนักศึกษาอีกครั้ง " เหยือกเต็มหรือยัง ?'
เพื่อป้องกันการหน้าแตกนักศึกษาปริญญาโทเหล่านั้นหันมามองหน้ากัน ปรึกษากันอยู่นาน
หลายคนเดินก้าวเข้ามาก้มๆ เงยๆ มองเหยือกตรงหน้าอาจารย์หนุ่มอยู่หลายครั้ง มีการปรึกษาหารือกันเสียงดังไปทั้งห้องเรียน จวบจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาที หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาจึงเป็นตัวแทน เดินเข้ามาตอบอย่างหนักแน่น
" คราวนี้เต็มแน่นอนครับอาจารย์'
" แน่ใจนะ'
" แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกครับ'
คราวนี้เขาหยิบ น้ำอัดลม สองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะแล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ ไม่นานน้ำอัดลมก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด ทั้งชั้นเรียนหัวเราะฮือฮากันยกใหญ่ เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
" ไหนพวกคุณบอกว่าเหยือกเต็มแน่ๆ ไง' เขาพูดพลางยกเหยือกขึ้น
" ผมอยากให้พวกคุณจำบทเรียนวันนี้ไว้ เหยือกใบนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา
ลูกเทนนิสเปรียบเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต เช่น ครอบครัว คู่ชีวิต การเรียน สุขภาพ ลูก และเพื่อน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องสนใจจริงจัง สูญเสียไปไม่ได้
เม็ดกรวดเหมือนสิ่งสำคัญรองลงมา เช่น งาน บ้าน รถยนต์
ทรายก็คือเรื่องอื่นๆ ที่เหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราจำเป็นต้องทำ แต่เรามักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
เหยือกนี้เปรียบกับชีวิตของคุณ ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน คุณจะมัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา
ชีวิตเต็มแล้ว... เต็มจนไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวด ไม่มีที่เหลือใส่ให้ลูกเทนนิสแน่นอน'
ชีวิตของคนเราทุกคน ถ้าเราใช้เวลาและปล่อยให้เวลาหมดไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราจะไม่มีที่ว่างในชีวิตไว้สำหรับเรื่องสำคัญกว่า
เพราะฉะนั้นในแต่ละวันของชีวิต เราต้องให้ความสนใจกับเรื่องที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวมีความสุข
ใช้ชีวิตเล่นกับลูกๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย พาคู่ชีวิตกับลูกไปพักผ่อนในวันหยุด พากันออกกำลังกาย เล่นกีฬาร่วมกันสักชั่วโมงสองชั่วโมง เพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิต เราต้องดูแลเรื่องที่สำคัญที่สุดจริงๆ ดูแลลูกเทนนิสของเราก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือเราจึงเอามาสนใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา
นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม " แล้วน้ำที่อาจารย์เทใส่ลงไปล่ะครับ หมายถึงอะไร ?'
เขายิ้มพร้อมกับบอกว่า " การที่ใส่น้ำลงไปเพราะอยากให้เห็นว่า ไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้นคุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ...'
http://www.klonthai.com/content/view/872/33/
ครับ...คุณกวิน
...
ขอบคุณนะครับสำหรับการสะกิดเตือนใจ...
ผมเองก็ยังชอบแซวเพื่อน ๆ ที่ถือศีล 5 หรือศีล 8 เลยครับ ว่าถือศีล 4.5 หรือ ถือศีล 7.9 หรือเปล่า...
หลายคนตั้งใจทำความดีเพื่อให้ได้เต็มร้อยแต่คงต้องใช้เวลา สำหรับผมคงต้องพยายามสะสมไปเรื่อย ๆ สักวันคงได้เต็มครับผม...
ขอบคุณมากครับ...
เพื่อนเรา
มาพร้อมบทความดี ๆ ให้แง่คิดอีกแล้ว...
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับเพื่อน...
"ไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้นคุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ..."
ขอบคุณอีกครั้งครับ...
มาเยี่ยมค่ะ หายไปนานกันเลย สบายดีนะคะ
สบายดีครับ...พี่ศศินันท์
...
พอดียุ่ง ๆ นิดหน่อยครับ...
พี่ศศินันท์สบายดีนะครับ...
ขอบคุณครับผม...
............ทำดีไม่หวังผล.............
"นกบินจากไป..ไม่ทิ้งรอยเท้าไว้ในอากาศ
ผู้ทำดีจริง...ไม่ปรารถนาสิ่งตอบแทน ''
พุทธพจน์
ให้กำลังใจคนทำดีค่ะ
ทุกๆสิ่งมีเหตุผลในตัวเอง
ต่างคนต่างมุมมอง ต่างการกระทำ
ไม่มีใครทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดเสมอไป รึว่าไม่ดี..ตลอดเวลา
แค่เรา...รู้ตัว มีสติ และไม่เบียดเบียนใคร ก็นับว่าเป็นสิ่งที่มีค่าแล้วค่ะ
มีความสุขในทุกๆวัน นะคะ :)
ชอบสายน้ำ..เลยเก็บมาฝากค่ะ ถ่ายตอนพระอาทิตย์กำลังจะขึ้น