ชัปปสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม 1 ภาค 3 - หน้าที่ 227

"แม้สัตว์ทั้งหลายที่อยู่ใน หลุมโสโครกหรือท่อโสโครก  ผู้ใดเทน้ำล้างหม้อก็ดี  น้ำล้างชามก็ดี  ลงไปในหลุมและท่อโสโครกนั้น  ด้วยเจตนาให้สัตว์ในนั้นได้เลี้ยงชีพ อย่างนี้เราตถาคต ยังกล่าวการได้บุญอันมีกิริยาที่ทำอย่างนั้นเป็นมูล" (1)

แค่เทน้ำล้างจานก็ได้บุญ?  ฉะนั้น ก่อนเทน้ำล้างจาน อย่าลืม ตั้งเจตนาขอให้ ชีวิตินทรีย์ที่อยู่ในดินที่เราเทน้ำล้างจานลงไป ได้กินได้ใช้น้ำล้างจานของเรา



การทำบุญเฉพาะหน้าเหตุการณ์แรกกวิน มีหลายครั้งอยู่เหมือนกันแต่ที่จำได้ คือที่ยังไม่ลืม ก็คือ กวิน ซื้อน้ำขวดมา ชิม ดื่มไป บ่นไป พร้อมกับเดินไปด้วย แถวๆ ซอยข้างๆ โรงพยาบาล ในยามนั้น ในเย็นหลังเลิกงาน มีเด็กน้อยสองคนเดินตามหลังมา เด็กผู้หญิงคนโตแบกน้องชายคนเล็กบนหลัง แต่งตัวก็ไม่ได้มอมแมมอะไรมาก กวินก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอเดินนำหน้าไป ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายพูดขึ้นว่า อยากกินน้ำ กวินก็ยังไม่ได้คิดอะไร คราวนี้พี่สาวของเด็กชายคนนั้นเดินตามกวินมาแล้วบอกว่า พี่จ๊ะขอน้ำกินหน่อย กวินเห็นว่า น้ำอัดลม (แบบขวดพลาสติก) ที่กวินกำลังดื่มอยู่นั้นเหลือประมาณค่อนขวด กะจะซื้อให้เด็กน้อยนั้นใหม่แต่ก็เดินมาไกลจากร้านนั้นแล้ว จึงยกน้ำขวดนั้นให้น้องทั้งสองคนไป  ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายร้องว่า ขอผมกินก่อน จากนั้นกวินก็เดินจากเด็กทั้งสองมาโดยที่ไม่ได้คิดอะไร

ต่อมาก็มาเจอเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กันอีกก็คือเมื่อวันเสาร์ 18 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา กวินกำลังเดินไปดื่มน้ำอัดลมไป แถวๆ ตลาด แล้วไปหยุดๆ ยืนๆ อยู่ ณ แถวๆ ตลาดแห่งนั้น ก็มี ผู้หญิงวัยกลางคนแต่งตัวมอมแมม พูดขึ้นมาว่า หลานชายจ๊ะ กินน้ำ ไม่หมดอย่าทิ้งนะ ขอป้าเถอะ กวินก็มองไปตามเสียงก็ได้เห็นสภาพคุณป้าเจ้าของเสียงดูท่าทางแต่งตัวมอมแมมกวินก็เลยบอกว่า น้ำอัดลม(ขวดพาสติก) ใกล้จะหมดแล้วเดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่ ป้าเธอบอกว่า ไม่เป็นไรจ่ะ เกรงใจ กวินก็เลยยกน้ำอัดลมนั้นให้คุณป้าพร้อม ให้สตางค์คุณป้าไป 20 บาท บอกว่า ป้าครับเอาไว้ซื้อข้าวกินนะครับ (ตอนนั้นกวินทั้งเนื้อทั้งตัวมีสตางค์อยู่ 60 บาท) กะว่าจะให้ 60 บาทแต่ก็กลัวเพราะ กวินเคย ฝึกงานที่ สนง.ประชาสงเคราะห์ จังหวัดมาก่อน พี่ๆ นักสังคมสงเคราะห์ จะบอกว่า การให้เงินกับขอทาน คราวละมากๆ ส่วนใหญ่เขาจะนำไปซื้อเหล้าซื้อบุหรี่ หมดไม่ได้นำไปซื้อข้าว เพราะฉะนั้นเวลากวินให้เงิน กับคนแปลกหน้ากวินก็จะสำทับไปว่า เอาไปซื้อขาวกินนะครับ

พอให้เงินกับน้ำดื่ม แก่คุณป้าเธอแล้ว เธอยกมือไหว้ให้ศีลให้พร แก่กวิน กวินยกมือไหว้รับ บอกว่า ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องไหว้ก็ได้ จากนั้นเธอก็เดินจากไปครับ :)

เหตุการณ์ที่สาม เป็นชาย วัยกลางคนเดินสวนกันแล้วยกมือไหว้ ขอเงิน 20 บาท บอกว่าตกรถ ขอสตางค์ขึ้นรถ หน่อยเถอะ ก็ควักเงินให้ไป

เหตุการณ์ที่สี่ เดินสวนกับคุณยายคนหนึ่ง   น้ำตาคลอเบ้า ยกมือไหว้แล้วบอกว่า พ่อหนุ่มจ๊ะยายเดินมาจากเขาขาด (เขาขาด คือบริเวณแถวๆ ร.ร.ตำรวจภูธร จ.นครสวรรค์ ซึ่งห่างจากตัวตลาดประมาณ 2 กม.) ยายเดินมาเพราะไม่มีเงินขึ้นรถสองแถว เพราะไปหาญาติ เพื่อขอยืมเงินมารักษาหลานสาวที่ป่วย แต่ญาติก็ไม่มีเงินให้ ขากลับยายเลยต้องเดินกลับ ไม่รู้จะทำอย่างไร หลานสาวยายรักษาที่คลินิกของหมอ (คุณหมอผู้หญิงท่านหนึ่ง) แต่ค้างค่ายาหมอท่านไว้ เกรงใจหมอท่านเงินนมซื้อให้หลานก็ยังไม่มี จากนั้นก็ควักเงินจำนวนหนึ่งให้ยายเธอไป ยายเธอบอกว่า หนุ่มทำงานที่ไหน ยายมีสตางค์แล้วจะหามาใช้คืนให้ ยายไม่เอาไปฟรีๆ หรอก (ไม่เป็นไรครับ ผมทำงานที่ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ นี่เองล่ะ) จากนั้นยายเธอก็ให้ศีลให้พร

เหตุการณ์ที่ห้า เด็กอายุประมาณ 9-10 ขวบ มาขอเงิน 10 บาท พี่ขอเงิน 10 บาท เดินผ่านไป ประมาณ 20 ก้าว แต่สังเกตุที่หน้าเด็กน้อย มีรอยขีดขวนเหมือนไปเล่นซนแล้วโดนกิ่งไม้ข่วนมา ไม่ก็เป็นรอยเล็บ ข่วนจิกแถวๆ หน้า (เด็กอาจจะเล่นฟ้อนเล็บกับพี่ๆ น้องๆ จนใบหน้าเป็นรอย) ก็เลยหยุด แล้วหันไปมอง เด็กยังไม่เดินไปไหน ควักเศษสตางค์ในกระเป๋า (10 บาท ซื้อบุหรี่ได้ 4 มวน) กวักมือเรียกเด็กคนนั้น มาสอบถามว่า บ้านอยู่แถวไหน (ตอนทำงานที่ประชาสงเคราะห์จังหวัด ไอ้ตอนที่ลงพื้นที่จับขอทานเด็กล่ะไม่ค่อยยอมโผล่มาให้เจอนะ นี่จะใช่แก๊งค์ขอทานเด็กหรือเปล่า จากประสบการณ์ในการทำงานถ้าเป็นแก๊งค์ขอทานเด็กเวลาถามว่า อยู่แถวไหน ทำไมต้องมาขอทานมันจะวิ่งหนีไปเลย ไม่ยอมเอาสตางค์แต่นี่เด็กบอกว่า อยู่แถว ตรอกลิเก) ก็เลยไม่ได้ถามต่อ ให้แล้วก็แล้วกัน

เหตุการณ์ที่หก นั่งกินข้าวในร้านข้าวแกง (ร้านประจำ) เป็นร้านเพิงหมาแหงนข้างถนนแถวๆ โรงพยาบาล มีคนหลายอาชีพ หลายระดับไปนั่งกิน นั่งกินข้าวและอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย บางทีก็นั่งสังเกตุพฤติกรรมของคนในร้าน (ทำเหมือนนักจิตวิทยาที่ชอบนั่งสังเกตุพฤติกรรมคนในโรงอาหารมหาวิทยาลัย) ระหว่างที่ กินข้าวเสร็จแล้วกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ก็รู้สึกว่าขาถูกสะกิด มองไปที่สาวๆ โต๊ข้างๆ ว่าเอาเท้ามาสะกิดส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่า ก็ไม่น่าจะใช่เพราะนั่งไกลกันมาก  มองไปใต้โต๊ะ เห็นหมาดำตัวเมีย (เป็นหมาตัวเตี้ยๆ นมยานๆ สงสัยเป็นหมาแม่ลูกอ่อน) กำลังเอาขาหน้าของมัน มาสะกิดขากวิน เป็น Body Language ที่เรารับรู้ได้ว่ามันคงมาขออาหารจากเรา (คุยกะหมารู้เรื่องแฮะ!) ก็เลยซื้อแค็ปหมูให้มันหนึ่งถุง 5 บาท ถามเจ้าของร้านว่า เอ มากินหลายเที่ยวไม่เห็นมีหมามาขออะไรกิน ให้มันกินมันจะเคยตัวมั้ยครับ เจ้าของร้านยิ้มๆ ไม่พูดอะไร ก็เลยยื่นเหรียญห้าบาทให้เจ้าของร้าน และเอาแค็ปหมู ยื่นให้หมาดำตัวนั้นกิน มันคาบแล้ววิ่งไปกินใต้โต๊ะอีกโต๊ะหนึ่ง สงสัยกลัวเราจะแย่ง

เห้อขนาดหมาก็มาขอกะเขาด้วยสงสัยเห็นว่าเราหน้าตาใจดี ละมั้งเนี่ย นี่ล่ะครับ การให้เฉพาะหน้าของกวิน



อ้างอิง

(1) ชัปปสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม 1 ภาค 3  หน้าที่ 227 อ้างใน
thanadol (นามแฝง). ทิ้งของโสโครกก็ได้บุญ (ชัปปสูตร), พระไตรปิฏกศึกษาหมวดทาน .เวปไซต์โรงเรียนวัดสามแยก. 2008 January [cited 2008 October 28]. 1 (5) ; (0 screens). Available from: http://www.samyaek.com/pratripidok/index.php?topic=141.0