สอนวิเคราะห์ภูมิปัญญาไทยในบทเพลง

ตังเก  - พงษ์เทพ   กระโดนชำนาญ

ฉันเกิดอยู่แดนอีสาน ถิ่นกันดารที่เขาดูหมิ่นดูแคลน
จากไกล  ไปหากินต่างแดน  ก็อาลัยแสนเมื่อจำต้องพรากบ้านมา
ร่อนเร่พเนจรไป เหมือนนกไพรไร้พงพนา
ไม่ได้จับไถเลยไปจับปลา ไม่ได้ทำนา  เลยมากับเรือตังเก
แรกแรกก็กลัวหลายหลาย ต้องเมามายคลื่นโอละเห่
คิดถึงแม่ที่เคยไกวเปล โอ้เปลน้อยคือเรือตังเก
มีแม่ทะเลกล่อมนอนแรงแรง


แม่โมโหใครมา  หรือเป็นตำรา   ให้ลูกแข็งแกร่ง
ลูกขอปูขอปลา มากมากเถิดหนา   พอเป็นค่าแรง
ทะเลมันถมไม่เต็ม   เหมือนคนใจเค็ม  ที่คอยยื้อแย่ง
คนจนก็ถมไม่เต็ม แต่ใจไม่เค็ม  ทำงานเข้มแข็ง
อยากมีเรือสักลำ  จะพาคนงาม  ที่คิดจะแต่ง
ลอยล่องลำนาวา   ให้ปลาอิจฉา   เวลาคลื่นแรง

*************

            เคยใช้เพลงตังเก  ในการสอนวิชาภาษาไทย ให้เป็นไปตามมาตรฐาน  ในสาระที่ 4.1 ให้ผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษา  การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา  ภูมิปัญญาทางภาษา  และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

            ภูมิปัญญาทางภาษา  นอกจากจะพบเห็นในวรรณกรรมต่างๆแล้วยังเห็นเด่นชัดในบทเพลงทั้งอดีตและปัจจุบัน เช่น  เพลงปฏิพากษ์  เพลงลูกทุ่ง  เพลงเพื่อชีวิต และเพลงอีกหลากหลายประเภท

            เมื่อนำเพลงปฏิพากษ์    เพลงเหย่อย   อันเป็นภูมิปัญญาที่มีถิ่นกำเนิดจาก  อ.พนมทวน  จ.กาญจนบุรี คือ   มาเปรียบเทียบกับเพลงตังเกในยุคปัจจุบันนักเรียนสามารถเปรียบเทียบ  และชี้ให้เห็นถึง ภูมิปัญญาทางภาษา  ของทั้งสองเพลงที่บอกเล่าถึงวิถีชีวิตของผู้คนทั้งสองภาคและต่างยุคสมัยกันได้

             เพลงตังเก  ของคุณ  พงษ์เทพ   กระโดนชำนาญ  ทำให้นักเรียนได้เห็นถึงภูมิปัญญาผลิตใหม่  ด้านศิลปกรรม ( ดนตรี )  ที่มีท่วงทำนองไพเราะเร้าใจ  มีเนื้อหาที่สะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาของผู้แต่ง   ในการบอกเล่าวิถีชีวิตของชาวอิสานหลังฤดูทำนา  การคัดสรรถ้อยคำเป็นบทเพลงสั้นๆ   แต่สามารถทำให้ผู้ฟังได้มองเห็นภาพจากการเปรียบเทียบในบทเพลงอย่างหลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็น  การดิ้นรนต่อสู้  ที่แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัว   ความโกรธ    ความต่ำต้อยในฐานะ  ความเชื่อเรื่องธรรมชาติผสมผสานกับอารมณ์ที่ชาญฉลาด 

            การใช้ภูมิปัญญาในการสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง    ใช้ความรักและความฝันมากลบเกลื่อนความน่ากลัวของทะเลและคลื่น   การจบด้วยบทอัศจรรย์  ที่ต้องใช้การตีความท่อนสุดท้าย  เป็นการใส่เสน่ห์อย่างแนบเนียน  เพราะมีนัยบ่งชี้ให้ผู้ฟังต้องต่อยอดในร่องรอยอารมณ์  ที่ผู้แต่งมีเจตนาทิ้งไว้ให้ผู้ฟังที่มีวุฒิภาวะคิดต่อได้   

   อยากมีเรือสักลำ  จะพาคนงาม  ที่คิดจะแต่ง
ลอยล่องลำนาวา  ให้ปลาอิจฉา  เวลาคลื่นแรง

            เวลาสอนเด็กๆ  ไม่ต้องเน้นบทนี้นัก  เกรงไปว่าจะเป็นการชี้นำ  แค่ยกตัวอย่างเพลงหื่นๆ  เถื่อน ๆ   หยาบคาย   ไร้สาระ  อันแสดงถึงภูมิปัญญาที่ถดถอย  ไร้คุณธรรม ( แต่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจกับคนบางกลุ่ม ) มาเปรียบเทียบให้เห็นเท่านั้น

            ถ้าผู้เรียน  สามารถวิแคราะห์   และเลือกบริโภคเฉพาะเพลงที่แฝงคุณค่าทางปัญญาได้  ก็เท่ากับเป็นการปูทางให้คนรุ่นใหม่  ได้ช่วยกันสร้าง   และสั่งสม ภูมิปัญญา  ของแต่ละยุคสมัยไว้ในบทเพลง  ให้เป็นองค์ความรู้ของภูมิปัญญาทั้งทางด้านภาษา วรรณกรรมและศิลปกรรม    ก็จะเป็นมรดกชิ้นงามสำหรับใช้ในการจรรโลงใจมนุษย์ ต่อไป.