“ เย็นนี้เมื่อแม่กลับไปบ้านและรู้ว่าฉันหนีออกจากบ้านไปแล้ว แม่จะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีฉันที่แม่รักสุดหัวใจ ฉันรู้สึกสงสารแม่เหลือเกิน “

http://www.ktc.co.th/ktcworld/data/uploadimage/20071114-0725361.jpg

เพราะรักนี้มิอาจลืม

              เช้าวันนั้นเมื่อถึงเวลาที่แม่ต้องไปทำงาน แม่ก็มากอดฉันและบอกลาฉัน

แม่ไปทำงานละน่ะอย่าดื้อกับน้าสาน้าแอ้ดล่ะ เดี๋ยวเย็น ๆ งานเลิกแม่จะซื้อขนมมาฝากนะจ๊ะ

              แล้วแม่ก็กอดฉันแน่นอีกครั้งก่อนขึ้นรถและสตาร์ทรถแต่ต้องสตาร์ทถึงสองครั้งเครื่องยนต์ถึงจะติด ซึ่งต่างกับทุกวันที่สตาร์ทครั้งเดียวก็ติด เสมือนเป็นลางบอกเหตุอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่มีใครสนใจ เมื่อรถสตาร์ทติดแล้วแม่ก็ขับออกจากบ้านไปทำงาน เสียงเครื่องยนต์สดุดอีกสองครั้งก่อนออกประตูแล้วจึงเป็นปกติ

             น้าสาเดินมาปิดประตูบ้านแล้วไปทำความสะอาดบ้านต่อ ส่วนน้าแอ้ดปั่นจักรยานตามหลังรถแม่ออกไปซื้อของที่ปากซอย ฉันตัดสินใจครั้งสุดท้ายนะบัดเดี๋ยวนั้น หันดูรอบบ้านไม่มีใครอยู่แถวนั้นแน่ ฉันรีบเปิดประตูบ้านออกมาเองแล้วปิดไว้เหมือนเดิมตามวิธีการของฉันเหมือนครั้งก่อน ๆ เัพื่อไม่ให้ใครสังเกตความผิดปกติของประตู

            ถนนในหมู่บ้านทางซ้ายจะไปปากซอยทางเข้าออกมีสนามหญ้าและสโมสรของหมู่บ้าน เมื่อกลับจากทำงานแม่จะพาฉันออกไปเดินเล่นแทบทุกวันทำให้ฉันได้พบเพื่อนและได้เล่นกันจนเกือบมืดแม่จึงพากลับบ้าน ส่วนทางขวาจะไปท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็นทางเข้าออกอีกทางหนึ่ง ฉันรู้ว่าน้าแอ้ดออกไปซื้อของที่ปากซอย และปั่นจักรยานออกไปทางซ้าย ดังนั้นฉันต้องออกไปทางขวาเพื่อไม่ให้ต้องเจอกับน้าแอ้ด

            ถนนด้านนี้แม่ไม่ค่อยพาฉันมา มีครั้งหนึ่งแม่พาฉันไปเดินเล่นตามถนนสายนี้ แต่มันเงียบและวังเวงมากแม่จึงพาฉันกลับเมื่อเห็นว่าไม่ค่อยมีผู้คนเดินสวนไปมาแล้ว เพราะกลัวอันตราย นาน ๆ ถึงจะัมีรปภ.หมู่บ้านปั่นจักรยานผ่านมาหยุดทักทายและสวัสดีแม่

            ฉันเดินอย่างเร่งรีบมองหน้าระวังหลังกลัวใครจะมาเห็นและรู้ว่าฉันหนีมาทางนี้ และฉันต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อฉันเดินผ่านบ้านหลังหนึ่งที่กำลังมีการก่อสร้างต่อเติมบ้านอยู่

      น้องจ๋า...มาเดินเที่ยวหรือคะ

            ฉันไม่ตอบอะไร เพียงแต่ยืนทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม จนเจ้าของเสียงเดินออกมาฉันจึงจำได้ว่าเป็นพี่คนที่ปั่นจักรยานผ่านหน้าบ้านและหยุดคุยกับฉันทุกวันนั่นเองและมีเสียงถามอีกครั้ง

      อ้าว...มาคนเดียวหรือคะ เข้ามาในบ้านก่อนซิคะ

            ฉันยืนลังเลอยู่แต่ตาเหลือบไปเห็นรปภ.ปั่นจักยานมาแต่ไกล จึงรีบเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหลบให้พ้นสายตาก่อนที่การหลบหนีครั้งนี้ของฉันจะประสบความล้มเหลว

            รปภ.ปั่นจักรยานผ่านไปแล้วฉันรู้สึกโล่งอก หันไปดูเจ้าของเสียงที่ทักฉันครั้งแรกกำลังง่วนอยู่กับการขนของขึ้นรถกระบะอยู่จนเขาขนของเสร็จจึงหันมาทางฉันอีกครั้งและพูดขึ้นว่า

      กำลังขนของทยอยกลับบ้าน งานต่อเติมบ้านเสร็จแล้ว อีกหน่อยก็ไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว ว้า....ก็ไม่ได้เจอน้องจ๋าละซิทีนี้

            ฉันได้แต่ยืนงง บ้านหลังนี้ฉันสังเกตเห็นว่าหลังใหญ่กว่าบ้านของแม่มาก สวยงามกว่ามาก ฉันยืนชื่นชมจนได้ยินเสียงพี่เขาถามอีกครั้ง

      น้องจ๋าไปเที่ยวบ้านพี่นะ เดี๋ยวพี่กลับมาส่ง เมื่อเห็นว่าฉันไม่ปฏิเสธอะไร พี่เขาก็พาฉันไปนั่งด้านหน้าของรถ แล้วขับรถออกจากบ้านนั้นทันที

            เขาขับรถผ่านหน้าบ้านฉัน ฉันมองเข้าไปในบ้านทุกอย่างเงียบสงบ ป่านนี้พี่สาและพี่แอ้ดคงง่วนอยู่กับการทำงาน กว่าจะรู้ว่าฉันหนีออกจากบ้านก็คงตอนที่เที่ยวตามหาฉันตอนอาหารเที่ยงโน่นแหละ

            เมื่อผ่านออกมานอกหมู่บ้าน ฉันรู้สึกตื่นเต้น มีรถเยอะมากวิ่งสวนกันไปมา มีอยู่ครั้งหนึ่งรถที่วิ่งสวนมาเหมือนรถของแม่มาก ฉันรู้สึกดีใจแต่ก็รีบหลบกลัวจะเป็นรถแม่จริง ๆ เมื่อรถคันนั้นวิ่งผ่านไปแล้วฉันได้แต่คิดว่า เย็นนี้เมื่อแม่กลับไปบ้านและรู้ว่าฉันหนีออกจากบ้านไปแล้ว แม่จะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีฉันที่แม่รักสุดหัวใจ ฉันรู้สึกสงสารแม่เหลือเกิน

                                                    โปรดติดตามตอนต่อไป

                                                              โชคดีครับ

                                                              สวัสดีครับ